วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์พบบริษัทเข้าข่ายนอมินีอีก 15 ราย ใน 9 จว. จ่อลงดาบ

พาณิชย์ พบบริษัทเข้าข่ายนอมินีอีก 15 ราย เตรียมลงดาบ ขณะที่ยอดขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่เดือน มิ.ย.เฉียด 6,000 ราย คาดครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นอีก หลัง ก.ม.หลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้ ทำให้ SME-สตาร์ตอัพมีเงินทำธุรกิจมากขึ้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนธุรกิจเดือน มิ.ย.59 ว่า มีผู้ประกอบธุรกิจมายื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ทั่วประเทศรวม 5,916 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 36% ส่วนในช่วงครึ่งปีแรก (เดือน ม.ค.-มิ.ย.) อยู่ที่ 31,792 ราย เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขายส่งเครื่องจักร ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ

ขณะที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกในเดือน มิ.ย.59 มีจำนวน 1,392 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 43% โดยกิจการที่เลิกสูงสุดคือ ธุรกิจค้าสลากที่มีจำนวน 139 ราย หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั้งหมดในเดือน มิ.ย. ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เลิกเนื่องจากธุรกิจไม่ได้ประกอบกิจการ

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะเพิ่มมากขึ้น เพราะ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ (สตาร์ตอัพ) ขอสินเชื่อทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยสามารถนำทรัพย์สิน เครื่องจักร สินค้าคงคลัง ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น มาเป็นหลักประกันในการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ และขณะนี้ กรมฯ ได้เปิดให้สถาบันการเงินนำสัญญาขอสินเชื่อ โดยใช้หลักประกันทางธุรกิจมาจดทะเบียนแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

"ตั้งแต่วันที่ 4-11 ก.ค.59 มีผู้มายื่นขอจดทะเบียนหลักประกันธุรกิจแล้ว 38,200 คำขอ ยอดเงินกู้รวม 162,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ 96% เอาสมุดบัญชีธนาคาร (Book Bank) มาเป็นหลักประกันเงินกู้ ที่เหลืออีก 4% เป็นสินค้าคงคลัง มูลค่า 3,241 ล้านบาท เครื่องจักร 3,115 ล้านบาท รถยนต์ 3,318 ล้านบาท และลูกหนี้ 38 ล้านบาท"

นางสาวผ่องพรรณ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.59 กรมฯ ได้เพิกถอนทะเบียนบริษัทอีก 2 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท เนเชอรัล เบย์ รีสอร์ท จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ต ที่ จ.พังงา 2.บริษัท เซียนชาบู ชาบู จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับภัตตาคารและร้านอาหาร ที่ จ.ภูเก็ต จากก่อนหน้านี้ได้เพิกถอนไปแล้ว 13 บริษัท รวมเป็น 15 บริษัท จากทั้งหมด 17 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทใหม่นี้ มีนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ซึ่งสวมสิทธิ์บัตรประชาชนคนไทย ทั้งที่ตนเองไม่ได้มีสัญชาติไทย เป็นผู้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยนายกฤชกร ได้ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วหลายข้อหา ทั้งใช้บัตรประชาชนปลอม เป็นคนต่างด้าวทำธุรกิจต้องห้ามในไทย เป็นต้น

“ตั้งแต่ปี 58 กรมฯ มีแผนตรวจสอบนอมินี หรือกรณีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้ประกอบธุรกิจต้องห้าม หรือธุรกิจที่ต้องขออนุญาตโดยไม่ต้องขออนุญาต ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดตรวจไปแล้ว 9 จังหวัด รวม 327 ราย พบว่า เข้าข่ายนอมินี 15 ราย แบ่งเป็นธุรกิจร้านอาหาร 11 ราย ท่องเที่ยว 2 ราย ขายของที่ระลึก 1 ราย และเช่ารถ 1 ราย ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ จะประสานกับตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบในกรุงเทพฯ”.

พาณิชย์ พบบริษัทเข้าข่ายนอมินีอีก 15 รายเตรียมลงดาบ ขณะที่ยอดขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่เดือนมิ.ย.เฉียด 6,000 ราย คาดครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นอีกหลังก.ม.หลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้ ทำให้ SME-สตาร์ตอัพมีเงินทำธุรกิจมากขึ้น 12 ก.ค. 2559 20:15 ไทยรัฐ