วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลัง "กอด" มีส่วนกระตุ้น พัฒนาการของทารก

ร่วมส่งเสริมให้คุณแม่หลังคลอดได้ใช้ช่วงเวลาดีๆกับลูกน้อยอย่างมีคุณค่า โดยทำความรู้จักลูกให้ดี ก่อนจะเริ่มสร้างรูปแบบกิจวัตรให้ลูก การะเกด ภูริพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กฮักกี้ส์ อัลตร้า โกลด์ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่คลายกังวล ในเรื่องของการดูแลสุขอนามัยของลูก ในโอกาสเปิดตัวแคมเปญ “Day 91 Hugs” ด้วยการเชิญกุมารแพทย์ มาให้คำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางให้เวิร์กกิ้งมัมทุกคนได้นำไปปรับใช้ในช่วงระยะของการลาคลอด โดยเตรียมความพร้อมให้ลูกด้วยการสร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวัน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นการจัดระเบียบวินัย สร้างอุปนิสัยและบุคลิกของลูกที่จะปรากฏเด่นชัดในช่วงวัยต่อๆไป

โดยตัวเลข 91 เป็นจำนวนที่ใช้ในการเปรียบเทียบกับความหมายที่ว่า เป็นวันแรกที่แม่ต้องห่างจากลูกเพื่อกลับไปทำงาน อีกทั้งแคมเปญนี้ยังให้ความสำคัญกับการกอดลูก และส่งเสริมความรู้ในการเลี้ยงดูทารกตั้งแต่แรกเกิด

พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยว่า ก่อนจะเริ่มการสร้างรูปแบบกิจวัตรให้ลูก พ่อแม่ควรทำความรู้จักลูกให้ดีก่อน ทั้งนี้พื้นฐานอารมณ์ซึ่งติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด มีอยู่ด้วยกัน 4 กลุ่ม พ่อแม่ต้องสังเกตลูก อ่านลูกให้ออก เพื่อจะได้เข้าใจว่า ลูกเป็นเด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์ในกลุ่มไหน เมื่อรู้แล้วจะได้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมหาข้อมูล และเตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม เริ่มจาก เด็กเลี้ยงง่าย เด็กกลุ่มนี้จะมีรูปแบบกิจวัตรชัดเจน กิน นอน ขับถ่ายเป็นเวลา อารมณ์ดี ยิ้มง่าย ปรับตัวง่าย เด็กเลี้ยงยาก ตรงข้ามกับเด็กกลุ่มแรก ไม่มีรูปแบบกิจวัตรชัดเจน กิน นอน ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ ร้องงอแง เด็กปรับตัวช้า ส่วนใหญ่จะคล้ายกลุ่มแรก แต่ขี้อาย ขอเวลาในการปรับตัว เช่น เวลาเจอสิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นอาหาร คนแปลกหน้า ของเล่น จะสังเกตมองอยู่นาน เพื่อตัดสินใจว่า จะเข้าหาดีหรือไม่ เด็กกลุ่มนี้ถ้าเจอคนเสียงดัง หรือมีคนเข้าหาในทันทีจะตื่นเต้นตกใจง่าย และ เด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบผสม จะมีลักษณะร่วมของทั้งสามกลุ่ม ซึ่งการสร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันตั้งแต่เริ่มต้น เท่ากับเป็นการสร้างวินัยให้ลูก ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์อยู่ในกลุ่มใดก็ตาม รูปแบบกิจวัตรที่สม่ำเสมอจะมีผลดีต่อพัฒนาการของเด็ก และช่วยป้องกันปัญหาด้านพฤติกรรมของเด็กในระยะเติบโตต่อไป ที่สำคัญคือ พลังของการ “กอด” การสัมผัสด้วยความรัก มีส่วนกระตุ้นพัฒนาการของทารก ทุกกิจกรรมที่ทำให้พ่อแม่ได้สัมผัสลูกด้วยความรักในอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ้าอ้อม การอาบน้ำ การให้ลูกกินนมแม่จากอก การอุ้ม ล้วนมีส่วนส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ เพราะทุกสัมผัสที่อ่อนโยนให้ความอบอุ่นจะทำให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดีมีความสุข.