วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลี้ยงปลาทองในบ่อดิน ทำง่ายทุนน้อยรายได้ดี

“จบมหาวิทยาลัยตั้งใจจะทำงานรับราชการ แต่ทางบ้านอยากให้สืบทอดกิจการ เลยมาเลี้ยงปลาทองในบ่อดิน ทำไปทำมาสนุก อยากจะหยุดพักวันไหนก็ทำได้ เพราะเป็นนายตัวเอง รายได้ดีมีพ่อค้ามารับซื้อถึงฟาร์ม เลยขยายกิจการเปิดหน้าร้านขายเองด้วย”

ณัฐวุฒิ ฉิมพลี คนหนุ่มวัย 40 เจ้าของกิจการ ลุงบุญนำฟาร์มปลาทอง หมู่ 7 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลาทองลงในบ่อดินให้ได้ผลและได้ราคา... ต้องเริ่มจากหาพ่อแม่พันธุ์ที่ตลาดนิยม มีทั้ง พันธุ์ออรันดา, ริวกิ้น, มัวร์, เกล็ดแก้ว, สิงห์ญี่ปุ่น, สิงห์จีน, สิงห์ตันโจ, เรโทรริวกิ้น
พ่อแม่พันธุ์ต้องมีอายุ 5 เดือนขึ้นไป นำมาขังเลี้ยงเดี่ยวๆในตู้ หรือวงบ่อซีเมนต์

เมื่อตัวเมียอวัยวะเพศบวมอูม นำพ่อพันธุ์ที่จะผสมมาเลี้ยงคู่ในกะละมัง (กะละมังสีฟ้าจะสังเกตเห็นไข่ง่ายกว่าสีดำ) ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จะได้ไข่ประมาณ 500-5,000 ฟอง แล้ว แต่ความสมบูรณ์ของแม่พันธุ์ จะมีอัตรารอดประมาณ 80%

เมื่อในกะละมังมีไข่ ให้ย้ายแม่พันธุ์ออกไปทันที ไม่เช่นนั้นแม่จะกินไข่ตัวเอง ส่วนตัวผู้ยังคงให้อยู่ในกะละมังต่อไป ประมาณ 7 วัน เพื่อคอยฉีดน้ำเชื้อ จนไข่ทั้งหมดฟักออกมาเป็นตัว ถึงค่อยแยกพ่อพันธุ์ออกไป

จากนั้นเตรียมการเรื่องบ่อดิน...ก่อนจะนำน้ำเข้าบ่อ ต้องกรองสัตว์น้ำชนิดอื่นออกไปให้หมด แล้วปรับสภาพน้ำด้วยการใส่ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 อัตรา 2 กก.ต่อบ่อดินขนาด 400 ตร.ม. น้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในพื้นบ่อ ทิ้งไว้ 2 วัน ถึงจะนำลูกปลาอายุ 2 สัปดาห์ ปล่อยลงบ่อ ในอัตราไม่เกิน 5,000-7,000 ตัว

ให้อาหารจำพวกไรแดง บ่อละ 1 กก. ก่อน 8 โมงเช้า เพราะไรแดงถูกแดดเผาจะตาย ช่วงบ่ายแก่ๆให้อาหารเม็ดประเภทไฮเกรด ปั้นเป็นก้อนใส่ตะแกรงที่ทำเป็นทุ่นลอยไว้ในบ่อ หากปลากินไม่หมดใน 1-2 ชั่วโมง ควรตักออกเพราะทำให้น้ำเสีย...สัปดาห์ที่ 6 เปลี่ยนเป็นอาหารเม็ด (อาหารเลี้ยงลูกกบ) วันละครั้ง ภายใน 1 ชั่วโมง ปลากินไม่หมดให้ตักออก แต่ถ้าหมดให้เพิ่มปริมาณ เพราะแต่ละวัน ปลาจะกินอาหารไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ในช่วงที่ฝนตกชุก น้ำจะมีไนโตรเจนสูง ควรปรับสภาพน้ำโดยใช้เกลือเม็ด 2 กิโลครึ่งต่อ 1 บ่อ สาดไปให้ทั่วบ่อ สังเกตมีปลาลอยตัวหัวพลิกไปมาหรือไม่ ถ้ามี ให้รีบตักมาแยกเลี้ยงไว้ในบ่อซีเมนต์เพื่อฟื้นตัว และใช้ปั๊มอากาศช่วย

“เลี้ยงไปเรื่อยๆจนปลามีขนาดตั้งแต่ 1-2 นิ้ว สามารถขายได้ตัวละ 1 บาท ขนาด 3-5 นิ้ว ขายตัวละ 5 บาท ถ้าโตกว่า 5 นิ้ว ตัวละ 100 บาทขึ้นไป ยิ่งได้สีสันสวย รูปทรงดี ตรงตามความต้องการลูกค้า ราคาอาจจะสูงขึ้นไปเป็นหลักพัน หลักหมื่นเลยทีเดียว”

ในพื้นที่ 3 ไร่กว่าๆ ณัฐวุฒิ มีบ่อเลี้ยง 14 บ่อ กับอีก 1 บ่ออนุบาล มีต้นทุนการเลี้ยงปีละ 20,000 บาทต่อบ่อ หักลบแล้วเหลือกำไรบ่อละ 50,000 บาท (ไม่รวมค่าพ่อแม่พันธุ์ราคาหลักหมื่นบาทที่เก็บไว้)

รวมแล้วกำไรปีละ 7 แสนบาทเท่านั้น...สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-5180-9468.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน