วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นิทานโกหกโลกพระจันทร์

นิทานโกหกโลกพระจันทร์

  • Share:

นิทานโกหกเยอรมัน ของ บารอน ฟอน มึนซ์เฮาเซ่น พระราชนิพนธ์แปล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่น พ.ศ.2557) เรื่องที่ 16 การเดินทางไปพระจันทร์ครั้งที่ 2

ผมอ่านหลายครั้ง สนุกทุกครั้ง อย่างเรื่องนี้เคยเล่าไปแล้ว ก็ยังอยากจะให้ลองอ่านกันอีกสักครั้ง

พวกคุณยังจำได้ไหม ว่าฉันเคยปีนขึ้นไปบนพระจันทร์มาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อไปเอาขวานเงินของฉันที่ลืมทิ้งไว้กลับมา

ต่อมาภายหลังฉันต้องไปพระจันทร์ครั้งที่สอง

แน่นอน ฉันได้ไปด้วยวิธีการที่ดีกว่าคราวก่อน คือญาติห่างๆของฉันวางแผนจะไปสำรวจดินแดนที่ประชาชนตัวโตเท่ายักษ์ เหมือนราชอาณาจักรโบรบดิงนัค ที่กัลลิเวอร์เคยเล่า แกชวนฉันไปเป็นเพื่อน

ฉันคิดว่ามันเป็นเพียงเทพนิยายไร้สาระ แต่ก็ต้องเอาใจ... เราเริ่มเดินทางไปจนถึงทะเลใต้ พอถึงวันที่ 18 เมื่อแล่นผ่านโกะโอตาเฮลีมาแล้วนั่นซี การผจญภัยที่ตื่นเต้นจึงเริ่มขึ้น

เกิดลมมรสุมใหญ่น่าสยองขวัญพัดเหวี่ยงเรือของเราลอยขึ้นสูงเป็นพันไมล์ในอากาศ เราแล่นไปเหนือเมฆอยู่หกอาทิตย์กับหนึ่งวัน ท่ามกลางกระแสลม จนกระทั่งไปถึงดินแดนใหญ่ ลักษณะเป็นรูปกลมๆ เรืองแสงระยิบระยับเป็นประกาย

เราแล่นเข้าไปถึงอ่าวที่สงบเงียบ ทิ้งสมอที่ริมฝั่ง ใช้กล้องส่องทางไกลมองไปข้างล่าง แลเห็นโลกไกลโพ้น เห็นทะเล แม่น้ำ ภูเขา และเมืองเล็กๆ ดูเหมือนของเล่น

ในไม่ช้า เราก็พบว่าเกาะนั้น ก็คือพระจันทร์นั่นเอง

ชาวบ้านบนพระจันทร์ขี่อีแร้งสามหัวไปในอากาศยังกับขี่ม้า ตอนนั้นกำลังมีสงครามกับพระอาทิตย์ กษัตริย์แห่งพระจันทร์เสนอตำแหน่งนายทหารให้ฉัน แต่ฉันปฏิเสธ เพราะได้ยินมาว่าเขาใช้หัวไช้เท้าเป็นหอก และเห็ดเป็นโล่

นอกจากมนุษย์ยักษ์ ฉันได้พบผู้คนที่อยู่บนดาวหมา พวกนี้ลอยไปลอยมา ในฐานะพ่อค้าที่ขยันขันแข็ง มองดูเหมือนหมาบูลด็อกตัวโต มีตาขวาและตาซ้ายอยู่ใต้จมูก

เนื่องจากพวกเขาไม่มีเปลือกตา เวลานอนจะต้องแลบลิ้นมาปิดตาไว้

ชาวเมืองดาวหมาตัวสูงประมาณ 20 ฟุต ชาวเมืองพระจันทร์นั้นสูงถึง 30 ฟุต เขาไม่เรียกตัวเองว่าชาวพระจันทร์ แต่เรียกตัวเองว่าหุงต้ม บนเตา เพราะว่าเขาหุงต้มทำกับข้าวบนเตาไฟเหมือนพวกเรา

เขาใช้เวลากินข้าวน้อยมาก แค่เปิดท้องด้านซ้าย ผลักอาหารเข้าไปตรงๆ ในกระเพาะ แล้วก็กินเดือนละครั้ง สรุปได้ว่า 12 หนต่อปี พูดได้ว่าชีวิตเขาสบายมาก สัตว์ต่างๆบนโลกพระจันทร์ รวมทั้งตัวหุงต้ม ต่างงอกและเจริญเติบโตบนต้นไม้

พอยาว 6 ฟุตก็สุก เก็บได้เหมือนเก็บลูกนัตตอนสุก เก็บไว้ช่วงหนึ่งแล้ว ก็เอาโยนใส่ในน้ำร้อน 2–3 ชั่วโมง ก็จะสมบูรณ์ดี กระโดดออกมาใช้ชีวิตได้

ตัวพวกนี้เกิดมาพร้อมความรู้ เตรียมทำงานมาล่วงหน้าแล้วก่อนเกิด ไม่ว่าจะเป็นทหาร เป็นศาสตราจารย์ พระ หรือชาวนา พอเกิดก็ทำงานไป ตามสายนั้นๆเลย

มนุษย์บนพระจันทร์ มีมือที่มีนิ้วเพียงนิ้วเดียว และหนีบหัวไว้ใต้แขน ปกติเวลาจะเดินทางไปไหน ก็จะเก็บหัวไว้ที่บ้าน เขาสามารถถือลูกตาไว้ในมือ แต่ก็มองเห็นชัดปกติเหมือนว่าอยู่บนหัว

ถ้าตาข้างหนึ่งหายไป ก็ไม่เป็นไร จะไปซื้อหาใหม่ในร้านพิเศษได้ มีทุกสี และไม่แพง

ตอนที่ฉันไป สีเหลืองกำลังเป็นสียอดนิยม

เออ ก่อนที่ฉันจะลืม ท้องของชาวพระจันทร์น่ะ เขาใช้เป็นเป้หรือกระเป๋าถือ รู้ไหม เขาใส่ของทุกอย่างที่จะเอาไปด้วย เหมือนกระเป๋านักเรียน ปิดเปิดได้ตามต้องการ

เวลาเขาแก่ตัวเขาก็ไม่ตาย แต่จะสลายหายไปเหมือนกับควันบนหลังคา

นิทานเรื่องโลกพระจันทร์ของท่านบารอน ฟอน มึนซ์เฮาเซ่น จบแค่นี้ครับ...อ่านแล้วไม่มีบทสรุปคำสอน ให้ต้องคิดอะไรต่อ เพราะเป็นเรื่องโกหก ที่โกหกจริงๆ อ่านแล้วรู้ทันทีว่า ไม่ใช่เรื่องจริง

ไม่เหมือนเรื่องของหญิงไก่...เธอพูดเรื่องโกหก จนมีคนเชื่อเป็นเรื่องจริง กระทั่งเรื่องล่า ที่มีข่าวว่าเธอถูกจับเข้าคุกไปแล้ว...ยังมีคนไม่แน่ใจ ถามผมว่า เป็นเรื่องโกหกหรือเรื่องจริง

ถ้าติดคุกจริงคนที่รู้ฤทธิ์เดชเธอดี ยังมีความหวังว่า ไม่ช้าเธอจะออกมา เล่าเรื่องโกหกให้เป็นเรื่องจริงต่อไป.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้