วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

34 ปี...อ่างฯแม่แคม

โดย สะ-เล-เต

ให้พิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลำน้ำสาขาต่างๆ ของแม่น้ำยม เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่บ้านต่างๆในเขต อ.สอง และ อ.เมือง จ.แพร่ สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝน-ฤดูแล้ง และน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี...พระราชดำริ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดฝายปลาผา ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ เมื่อปี 2525

จากวันนั้นถึงวันนี้ 34 ปี ลุ่มน้ำยมยังคงมีปัญหาท่วมแล้งซ้ำซาก เพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำได้มากพอ ทั้งที่มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 4,129 ล้าน ลบ.ม. แต่เก็บได้แค่ 406 ล้าน ลบ.ม. ที่ผ่านมาแม้จะมีความพยายามพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ต้นน้ำยม แต่ถูกต่อต้านอย่างรุนแรง โครงการเลยถูกเก็บเข้าลิ้นชัก

เมื่อการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่เกิดยาก กรมชลประทาน จึงปรับแผนในการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ ให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำขนาดกลางในลุ่มน้ำสาขามากขึ้น ตามแนวพระราช ดำริที่ทรงให้พิจารณาวางโครงการและก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำในลำน้ำสาขาต่างๆของแม่น้ำยม

และการศึกษาเบื้องต้น ลุ่มน้ำยมมีจุดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอ่างเก็บน้ำได้ถึง 50 แห่ง แต่เมื่อพิจารณาศักยภาพที่จะสามารถก่อสร้างได้ มีแค่ 22 แห่ง

“ทั้ง 22 แห่ง กักเก็บน้ำได้ประมาณ 380 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าไม่มากนัก เพราะรวมกับของเก่าแล้ว เก็บน้ำได้แค่ 19% ของปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำยมเท่านั้น ถึงจะน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย และในการจะพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำ กรมชลประทานจะพิจารณาสร้างเฉพาะที่ประชาชนในพื้นที่ร้องขอ ไม่มีการต่อต้าน ดีกว่าที่จะรอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีการต่อต้านสูง ซึ่งไม่รู้ว่าจะก่อสร้างได้หรือไม่” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

โครงการอ่างเก็บน้ำแม่แคม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น 1 ใน 22 แห่งที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อสร้างในเร็วๆนี้ เพราะประชาชนร้องขอ ไม่ต่อต้านและรอคอยมายาวนาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) คาดว่าน่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และเมื่อแล้วเสร็จ สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณปี 2564.

สะ–เล–เต