วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนภัยไซเบอร์ มุ่งโจมตีโมบายแอพฯ หวังดูดข้อมูล-ตำแหน่งผู้ใช้งาน

แม็คอาฟี แล็บส์ เตือนภัยรูปแบบใหม่จากโมบายแอพพลิเคชั่น หลังแฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางเข้าถึง และดักจับข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเงิน รวมทั้งตำแหน่งผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแอพฯ เก่าขาดการอัพเดตมีความเสี่ยงมากสุด...
 
เมื่อเร็วๆ นี้ อินเทล ซิเคียวริตี้ ได้เปิดเผยรายงานของแม็คอาฟี แล็บส์ ประจำเดือน มิ.ย. 2016 (McAfee Labs Threats Report: June 2016) กล่าวถึงการเติบโตของอาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบใหม่บนโมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile App Collusion) โดยอาชญากรออนไลน์เหล่านี้ได้ใช้โมบายแอพพลิเคชั่น มากกว่าหนึ่งแอพพลิเคชั่นเป็นช่องทางในการเข้าถึง และล้วงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน สำรวจไฟล์ข้อมูลต่างๆ ส่งข้อความหลอกลวง ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังส่งตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งานไปยังเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย
 
แม็คอาฟี แล็บส์ ได้สำรวจการทำงานของโมบายแอพพลิเคชั่นจำนวน  21 แอพพลิเคชั่น มากกว่า 5,000 เวอร์ชั่น ที่ทั้งหมดเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอสตรีมมิ่ง การตรวจวัดสุขภาพ และการวางแผนท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม พบว่าโมบายแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเป้าของอาชญากรรมออนไลน์ได้ หากขาดการอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่เป็นเวอร์ชั่นเก่า จะมีความเสี่ยงต่อการถูกจู่โจมมากที่สุด โดยขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นในรูปแบบนี้ ได้ถูกคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปีแล้ว และเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน การใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นหลักของแต่ละแอพพลิเคชั่น เพื่อก่อภัยคุกคามในโลกออนไลน์ กลายเป็นภัยที่แพร่หลายเพราะผู้ประสงค์ร้ายสามารถฉกฉวยโอกาส จากความสามารถของแอพพลิเคชั่น ในการสื่อสารถึงกันข้ามระบบปฏิบัติการได้


แม็คอาฟี แล็บส์ ได้จำแนกภัยจากขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ดังกล่าวไว้สามประเภท ได้แก่:

· การโจรกรรมข้อมูล: เกิดจากการที่แอพพลิเคชั่นซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับทำการ เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ และมีการส่งข้อมูลที่ต้องการออกนอกระบบโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

· การโจรกรรมทางการเงิน: เกิดจากการที่แอพพลิเคชั่นหนึ่งส่งข้อมูลทางการเงินไปยังอีกแอพพลิเคชั่น ที่สามารถดำเนินธุรกรรมหรือขอข้อมูลทางการเงิน เพื่อจุดประสงค์ในการโจรกรรม

· การใช้บริการของระบบในทางที่ผิด: เกิดจากการที่แอพพลิเคชั่นหนึ่งมีความสามารถในการควบคุมบริการพื้นฐานในระบบ จนสามารถดักจับข้อมูล หรือคำสั่งจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ เพื่อดำเนินการในกิจกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ
 
ขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นนี้ ต้องประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งแอพพลิเคชั่น ที่เข้าถึงข้อมูลอันเป็นความลับของผู้ใช้งาน ที่จะทำงานร่วมกับอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลออกไปนอกระบบ โดยแอพพลิเคชั่นทั้งสองนี้อาจถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หรือบังเอิญทำงานประสานกัน เนื่องมาจากการรั่วไหลของข้อมูลที่ทั้งสองแอพพลิเคชั่นใช้งาน หรือจากการที่ชุดซอฟต์แวร์นั้นๆ มีมัลแวร์แอบแฝงอยู่ ในกรณีดังกล่าวแอพพลิเคชั่นอาจใช้พื้นที่จัดเก็บไฟล์ร่วมกัน โดยทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงไฟล์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และกำหนดช่องทางที่แยบยลที่สุดในการสั่งการจากนอกระบบ

 
นอกจากนี้ ในรายงานยังได้เปิดเผยถึงการกลับมาของโทรจัน W32/Pinkslipbot หรือที่รู้จักในชื่อ Qakbot, Akbot หรือ QBot โดยไวรัสดังกล่าวมีลักษณะคล้ายมัลแวร์ประเภทเวิร์ม (worm) ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 2007 และกลายมาเป็นโทรจันที่ร้ายแรงที่สุดภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนอกจากจะเป็นมัลแวร์ที่ก่อความเสียหายอย่างมหาศาลแล้ว ยังโจรกรรมข้อมูลทางธนาคาร รหัสผ่านอีเมล และใบรับรองดิจิตอลต่างๆ ได้อย่างชำนาญ ทั้งนี้ พิงค์สลิปบอต กลับมาอีกครั้งเมื่อปลายปี 2015 ด้วยคุณสมบัติใหม่ อาทิ การป้องกันการวิเคราะห์ (anti-analysis) และการเข้ารหัสหลายชั้น (multi-layered encryption) เพื่อป้องกันไม่ให้นักวิจัยเข้าไปวิเคราะห์ และแก้ไขกลไกของโทรจันได้

นอกจากนี้ รายงานยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถในการอัพเดตตนเอง และกลไกการโจรกรรมข้อมูลของ Pinkslipbot รวมถึงความพยายามของ แม็คอาฟี แล็บส์ ในการเฝ้าสังเกตการณ์การจู่โจมของโทรจันดังกล่าวอย่างใกล้ชิด.

แม็คอาฟี แล็บส์ เตือนภัยรูปแบบใหม่จากโมบายแอพพลิเคชั่น หลังแฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางเข้าถึง และดักจับข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเงิน รวมทั้งตำแหน่งผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแอพฯ เก่าขาดการอัพเดตมีความเสี่ยงมากสุด... 12 ก.ค. 2559 08:38 ไทยรัฐ