วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Star Topic : เห็นด้วยหรือไม่ “ข่มขืนต้องประหาร”?!

แม้เมืองไทยจะได้ชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม แต่ข่าวเศร้าสะเทือนขวัญเต็มไปด้วยคราบน้ำตายังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในสังคมไทย โดยเฉพาะคดีข่มขืน คดีฆ่าข่มขืน หรือคดีพยายามข่มขืนแล้วฆ่า ซึ่งล่าสุดก็เกิดขึ้นกับแม่พิมพ์ของชาติอย่าง ครูอิ๋ว น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา ที่ถูกนายชาตรี ร่วมสูงเนิน พยายามจะข่มขืนและชิงทรัพย์ แต่อีกฝ่ายขัดขืน จึงฆ่าปาดคอครูอิ๋วจนเสียชีวิต กลายเป็นข่าวร้อนประเด็นดังในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากคดีข่มขืนทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเมืองไทยหลายต่อหลายคดี และดูเหมือนปัญหาไม่ได้บรรเทาเบาบางอย่างที่ควรจะเป็น จึงเกิดการเรียกร้องจากสังคมว่าให้ “ข่มขืนต้องประหาร” เพื่อทำให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลง “Star Topic” สัปดาห์นี้ เลยตามไปถามความคิดเห็นของเหล่าคนดังมาฝากกัน

แพทริเซีย กู๊ด : คนที่ทำแบบนี้ควรจะถูกลงโทษอยู่แล้ว แต่เอาจริงๆ กฎหมายเดี๋ยวนี้อนุโลมอะไรหลายอย่าง จนเราไม่รู้ว่าอะไรผิดหรือถูก
"เห็นด้วยอยู่แล้วเพราะการข่มขืนเป็นสิ่งที่ผิด คนทำคิดอะไรอยู่ คนที่ทำอะไรแบบนี้มันผิดก็ควรจะถูกลงโทษอยู่แล้ว แต่เอาจริงๆ กฎหมายเดี๋ยวนี้มันอนุโลมอะไรหลายอย่าง จนเราไม่รู้ว่าอะไรผิดหรือถูก ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่โคตรผิดเลย พอได้ฟังข่าวคือช็อกค่ะ ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไร เอาจริงๆ เราไม่คิดว่าจะมีเรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้น แต่พอเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่เราทำได้คือไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก แต่ทั้งนี้ทุกอย่างมันก็แล้วแต่เคสว่าเขาทำมาแล้วกี่รอบ มันร้ายแรงแค่ไหนค่ะ บทลงโทษก็แล้วแต่ศาลเนอะ ก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือฝากถึงทางศาลแล้วกันเพราะเขามีอำนาจสูงสุดแล้วในการตัดสินว่าคนที่ทำผิดจะถูกลงโทษยังไง ฝากให้พิจารณาเรื่องนี้ให้มากๆ ค่ะ"

ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล : ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัดที่สุด ตรงที่สุด และยุติธรรม
"ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นโศกนาฏกรรม แล้วมันน่าจะทำให้หลายๆ คนเศร้าสลดและเสียใจว่ามนุษย์คนนึงจะทำร้ายมนุษย์อีกคนนึงได้มากถึงขนาดนี้เหรอ แต่เราก็ต้องแยกแยะให้ถูกระหว่างเหตุการณ์ที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเราในลักษณะนี้ แน่นอนครับว่าทุกคนเศร้าโศกเสียใจ แต่มันไม่ได้หมายความว่ากฎหมายของประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนเพื่อประหารชีวิตคนที่ทำผิดในลักษณะเดียวกัน ผมก็มองว่าที่เราออกมาพูดกันมันมีแง่มุมในเรื่องที่ว่าถ้าใครสนับสนุนคนที่จะสร้างกฎหมายที่จะให้มีการประหารชีวิตคนทำผิดในลักษณะนี้ คุณก็ควรจะต้องมีสิทธิ์ มีความคิดที่จะสนับสนุนคนที่ได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่าคุณจะทำ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมานั่งเถียงกันพูดกันครับ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นเพราะว่าถ้าอยากจะทำก็ทำได้

ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและคนรอบข้างด้วยนะครับ ฟังข่าวแล้วมันก็น่าเสียใจครับ แต่ถ้าทุกคนจะลุกฮือมาเพื่อที่จะต่อต้าน ผมมองว่าคนละเรื่องกันแค่นั้นเองครับ ผมว่าเรื่องร้ายๆ มันเกิดขึ้นได้ เราเดินไปกลางถนนบางทีก็อาจมีรถมาชน เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ไง นั่นคือถ้ามีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวผม คนรอบข้างก็คงจะเสียใจ แต่มันก็คือคนละเรื่องกันแค่นั้นเอง ผมมองว่าทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัดที่สุด ตรงที่สุด และยุติธรรม เหมาะสมกับเรื่องที่เกิดขึ้นตามบัญญัติกฎหมายที่มีอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำครับ"

เบนซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ : อยากให้ประหาร เพราะรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไปที่จะทำกับผู้หญิงที่เป็นเพศแม่แบบนี้

“จริงๆ ก็อยากให้ประหารนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไปที่จะทำกับผู้หญิงที่เป็นเพศแม่แบบนี้ด้วย จิตใจเขาทำด้วยอะไร ไม่มีสามัญสำนึกเลยนะเบนซ์ว่า พอได้อ่านข่าวแล้วหดหู่มากค่ะ รู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นเลย รู้สึกไม่ดีค่ะ ถามว่าปกติป้องกันตัวยังไง จริงๆ เบนซ์จะไปกับกลุ่มเพื่อนเยอะๆ ค่ะ ถ้าสมมติไปเที่ยวช่วงกลางคืนหรือทางที่เปลี่ยวก็จะมีเพื่อนไปด้วยกัน จะไม่ไปไหนคนเดียวค่ะ กลัวเหมือนกัน เบนซ์ว่าบางทีถนนบางถนนมันเปลี่ยวมากค่ะ ก็อยากให้มีไฟหรืออาจมีสัญญาณจราจรหรือสัญญาณหวอ หรืออะไรก็ได้ที่สามารถเรียกได้ตอนนั้นเลยอะ เกิดอะไรขึ้นก็กดปุ่มได้เลยและทุกคนมาเลย เหมือนเป็นสัญญาณกันขโมย เบนซ์ว่าน่าจะมีทุกๆ ที่เพื่อที่จะช่วยเหลือกันได้ทันค่ะ ส่วนมาตรการบทลงโทษก็อยากให้เข้มขึ้น การที่ทุกคนอาจจะมีสองแง่สองง่ามว่าประหารหรือไม่ประหารดีไหม เบนซ์ว่าน่าจะทำอะไรสักอย่าง ประหารก็ประหารไปเลยถ้าคนแบบนี้ เขาจะไม่ได้ทำอีก จะไม่ทำอีกในพฤติกรรมแบบนี้ ทำให้คนได้เห็น ก็ลงโทษไปเลยค่ะ”

โม อมีนา พินิจ : กฎหมายของบ้านเรามันต้องแน่นกว่านี้ ลดหย่อนหรืออภัยโทษมีได้ แต่ต้องมีมาตรการที่เข้มแข็งกว่านี้

“จริงๆ กฎหมายของบ้านเรามันต้องแน่นกว่านี้ค่ะ มีสิ่งที่รองรับได้ ลดหย่อนหรืออภัยโทษมีได้ แต่โมว่าต้องมีมาตรการที่เข้มแข็งกว่านี้ค่ะ พออ่านข่าวแล้วโมก็รู้สึกว่าเราแสดงความคิดเห็นไปก็เท่านั้น กฎหมายก็เหมือนเดิม คือเห็นข่าวแบบนี้จนชินแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้สักที ส่วนตัวก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรน่ากลัวนะ โมพยายามไปในที่ที่ไม่เสี่ยงมากกว่า ถ้าเราอยู่ในจุดเสี่ยง ชีวิตก็จะเสี่ยงค่ะ แต่ถ้าเราเลือกสังคมที่จะอยู่ก็จบค่ะ ก็อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าอยากให้กฎหมายเข้มขึ้นกว่านี้ค่ะ จริงๆ โมไม่อยากให้ลดโทษเลยอะ ถ้าเกิดเราอยากจะเหมือนเมืองนอกเขาหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้มันเต็มที่ไปเลยแล้วกันค่ะ”

แม็กกี้ อาภา ภาวิไล : กฎหมายของเราอาจจะเบา ไม่ค่อยเข้มแข็งพอ ถ้าเรามีมาตรการเด็ดขาดจริงๆ ลงโทษก็ลงโทษให้เห็นกันจริงๆ ไม่ใช่มีแพะรับบาป

“จริงๆ แล้วมันเหมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูนะคะ เป็นตัวอย่างของคนที่จะทำผิดให้เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้างค่ะ ถือว่าทำถูกต้องตามความเหมาะสมนะคะ ถ้าใครทำผิดร้ายแรงขนาดนั้นก็ควรได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุไว้ค่ะ พอได้อ่านข่าวก็กลัวนะคะ รู้สึกหดหู่เนอะ เราก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวหรือใครก็แล้วแต่ ก็พยายามหาวิธีป้องกันดีกว่าค่ะ เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายเหยื่อและฝ่ายผู้กระทำด้วย ดูว่าไปในจุดที่ล่อแหลมรึเปล่า ก็ต้องช่วยกันป้องกันค่ะ จะไปตัดสินโทษของเขาคนเดียวผิด 100 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ใช่ ต้องดูสถานการณ์ว่าอยู่ในที่เปลี่ยวหรือเปล่าค่ะ

ส่วนตัวเราเองก็พยายามเลี่ยงเรื่องที่เสี่ยงเลยค่ะ อย่างเรื่องการนั่งแท็กซี่หรือไปไหนดึกๆ ดื่ม หรือว่าไปในที่เปลี่ยวๆ มันก็จะลดไปค่ะ
ถามว่าเคยเจอเหตุการณ์น่ากลัวไหมก็มีนะคะ อย่างเราไปถ่ายละครต่างจังหวัดก็ไปในที่เสี่ยงค่อนข้างเยอะ กลางคืนก็จะมีแค่แม็กกี้กับคุณแม่ขับรถกัน ก็จะค่อนข้างน่ากลัวอันตรายค่ะ เราก็กลัวเหมือนกัน ก็ต้องมีใครไปเป็นเพื่อนเราอีกสักคนนึง หรือเลี่ยงที่จะเดินทางกลางคืนค่ะ ก็อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจริงๆ ตอนนี้เหมือนมาตรการกฎหมายของเราอาจจะเบา ไม่ค่อยเข้มแข็งพอค่ะ คิดว่าถ้าเรามีมาตรการเด็ดขาดจริงๆ ลงโทษก็ลงโทษให้เห็นกันจริงๆ ไม่ใช่มีแพะรับบาป คิดว่าคนน่าจะเกรงกลัวต่อการทำผิดมากขึ้น ปัญหาในเรื่องแบบนี้ก็จะลดน้อยลงค่ะ”

โอ๊ด สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ : การข่มขืน หรือประทุษร้ายชีวิตผู้อื่นทำให้เสียชีวิต ทรัพย์สิน ควรต้องชดใช้กันด้วยมาตรการที่รุนแรง เพื่อให้คนกลัวที่จะทำผิด 

“ผมว่าคนทำผิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม อยากให้ได้รับโทษที่รู้สึกว่าผู้กระทำความผิดหรือคิดจะทำความผิดกลัวต่อการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม อย่างบางประเทศเขามีกฎหมายลงโทษ เช่น ถ้าขโมยก็ตัดมือ หรือประหารชีวิตที่เป็นโทษหนักๆ แต่ว่าด้วยเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ โอ๊ดมองว่าอาจมีมาตรการลงโทษที่ทำให้มันหนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับประหาร หรือประหารชีวิตในกรณีจำเป็นจริงๆ เป็นตัวอย่าง มันควรมีมาตรการลงโทษที่หนักในการทำผิดในแต่ละเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องบางเรื่อง แล้วกฎหมายบ้านเราอ่อน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เต็มที่ก็เรียกไปดำเนินคดีไม่เสร็จสิ้น แต่ถ้ามันมีเคสที่หนักกว่านั้น เช่น ข่มขืน หรือประทุษร้ายชีวิตผู้อื่นทำให้เสียชีวิต ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเคสใดๆ ผมว่ามันควรต้องชดใช้กันด้วยมาตรการที่รุนแรง เพื่อให้คนกลัวที่จะทำผิด พอได้อ่านข่าวก็รู้สึกเห็นใจครอบครัว เห็นใจคนที่ต้องสูญเสีย แต่ละชีวิตกว่าจะเกิดมา กว่าจะเรียน กว่าจะโต พ่อแม่เลี้ยงดูมาแบบทะนุถนอม ผมว่าเขาสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครับ

ผมก็ห่วงคนรอบข้างนะ เพราะปัจจุบันโลกมันเร็ว แค่เปิดมือถือมันก็เห็นเรื่องทุกเรื่องแล้ว มันมีคนใช้สื่อในทางที่ถูกและผิด ภัยรอบตัวมันเยอะ ผู้หญิงแต่งตัวล่อแหลม โอเคเป็นสิทธิมนุษยชน แต่มันก็ไม่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง มันเป็นการยั่วยุ บางเรื่องก็ต้องมองถึงความเหมาะสม เรารู้ว่าโลกเป็นแบบนี้ เราก็อาจจะดูแลตัวเองนิดนึง ผมมองว่าผู้หญิงสวยไม่ต้องโป๊ก็ได้ สวยด้วยบุคลิก หน้าตา นิสัยครับ ผมว่าบางทีก็ควรมีอะไรให้ค้นหาบ้างนะ (ยิ้ม) ก็ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าสิ่งสำคัญเลยคือควบคุมไม่ให้เกิด ดีกว่าเกิดแล้วมาตามแก้ไขปัญหา มาถามว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ ทำไมเขาถึงฆ่าคนคนนี้ คนก่อนที่จะทำผิดได้มันต้องเกิดจากความที่ไม่กลัวความผิด จะทำยังไงให้คนพวกนั้นควบคุมตัวเองให้กลัว ไม่กระทำความผิด ก็ต้องมีกฎหมายมีความชัดเจนไปควบคุมเขา ไม่ยืดหยุ่นให้กับพวกที่มีอิทธิพลใดๆ ที่อยู่ในบ้านเมืองเรา ผมว่ามันก็จะเป็นมาตรฐานเดียวกัน อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรามีความชัดเจนในการทำงานมากกว่านี้ครับ”

คดีข่มขืน คดีฆ่าข่มขืน คดีพยายามข่มขืน เป็นเรื่องเศร้าที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในสังคมไทย จึงเกิดการเรียกร้องจากสังคมว่าให้ “ข่มขืนต้องประหาร” คอลัมน์ “Star Topic” สัปดาห์นี้ เลยตามไปถามความคิดเห็นของเหล่าคนดังมาฝาก 12 ก.ค. 2559 03:53 12 ก.ค. 2559 04:46 ไทยรัฐ