วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.เชื่อ 'คลิปคำถามพ่วง' ไร้เจตนาจูงใจชี้นำ 'ประชามติ'

"กกต.-การทางพิเศษ" แจกบุ๊กเล็ต หวังกระตุ้น ปชช.ออกมาใช้สิทธิ พร้อมถก กรธ.หาทางออกปมเอกสารความเห็นแย้ง เชื่อ "คลิปคำถามพ่วง" ไม่มีเจตนาจูงใจ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.59 ที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษด่านประชาชื่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์และเผยแพร่การออกเสียงประชามติ เพื่อแจกจ่ายจุลสารการออกเสียงประชามติ สรุปย่อสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ หรือบุ๊กเล็ต ให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมาบริเวณดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญว่ามีสาระสำคัญอย่างไรก่อนตัดสินใจออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยมี นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายประวิช รัตนเพียร นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการ กกต.ผู้บริหารและพนักงาน กกต. รวมถึง นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และบุคลากรเข้าร่วมงาน
         

โดย นายศุภชัย กล่าวว่า การรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการออกเสียงประชามติ เนื่องจากการออกเสียงประชามติที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้จากความตระหนักรู้ และความเข้าใจของผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ กกต.ได้รับความร่วมมือจากการทางพิเศษฯ โดยการอนุญาตให้ติดป้ายรณรงค์การออกเสียงประชามติ การประชาสัมพันธ์ข้อความเชิญชวนการไปใช้สิทธิออกเสียง และการติดป้ายประชาสัมพันธ์รูปแบบอื่นๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการแจกบุ๊กเล็ต และแผ่นพับแก่ผู้ที่สัญจรเดินทางไปมาบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารการออกเสียงประชามติ

ส่วนการหารือกับ กรธ.เกี่ยวกับเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ แผ่นพับ และคลิปวีดิโอ ที่มีการเผยแพร่ขณะนี้นั้น นายศุภชัย กล่าวว่า กกต.ยังไม่ได้รับการประสานมาอย่างเป็นทางการ แต่หากต้องการให้ กกต.ไปหารือ เรายินดีและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่มีจัดทำคลิปเพลงแหล่คำถามพ่วง ซึ่งปรากฏภาพตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติโดยมีกากบาทช่องเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีการระงับการเผยแพร่คลิปดังกล่าวแล้ว ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้น ก็คงต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก แต่เมื่อมีการนำคลิปดังกล่าวออกไปแล้ว ส่วนตัวก็มองว่าคงไม่มีเจตนาที่ต้องการจูงใจประชาชนให้ออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่ง
         
ด้านนายบุญส่ง กล่าวถึงกรณีที่มีการจับกุมนักศึกษาและนักข่าวที่ จ.ราชบุรี ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ทาง กกต.ทำอะไรมากไม่ได้ ส่วนการตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญนั้น เบื้องต้นทาง กกต.ยังไม่เห็นเอกสาร ดังนั้นคงต้องขอดูรายละเอียดและข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนก่อน รวมทั้งต้องพิจารณามีเจตนาพิเศษหรือไม่ด้วย

นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการจัดพิมพ์และจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญว่า กรณีปัญหาร่างรัฐธรรมนูญพิมพ์สลับหน้า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญสลับหน้ากันจริง ทำให้เลขมาตราในแต่ละหน้าเอกสารไม่จัดเรียงกัน ซึ่งโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน ได้แจ้งว่าข้อบกพร่องดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการจัดพิมพ์เอกสารของงวดงานที่ 1 ซึ่งช่างพิมพ์ได้เรียงหน้าเอกสารผิดพลาด แต่ไม่ได้เป็นกรณีจัดพิมพ์เนื้อหาผิดพลาด และทางโรงพิมพ์ฯ ตรวจพบและได้รีบดำเนินการแก้ไขโดยจัดเก็บเอกสารดังกล่าวออกแล้ว แต่อาจมีการพลัดหลงในบางส่วนไม่เกินจำนวน 100 เล่ม ส่วนการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนนั้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดให้ กกต.จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ และคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเผยแพร่ด้วยวิธีการใดๆ ให้ประชาชนทราบได้โดยสะดวกและเป็นการทั่วไป ไม่ได้กำหนดให้จัดส่งครบทุกครัวเรือน ประกอบกับปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น เช่น เว็บไซต์ สื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม กกต.ได้จัดสรรและจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่แต่ละจังหวัดทั่วประเทศ รวมประมาณทั้งสิ้น จำนวน 885,179 ชุด โดยได้กระจายการจัดส่งเอกสารร่างรัฐธรรมนูญไปยังศาลากลางจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวง ทบวง กรม กองบัญชาการรักษาดินแดน ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยประจำตำบล สถาบันการศึกษาทุกระดับ สื่อมวลชน สำนักงาน กกต.จังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร

             
นายธนิศร์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่างบประมาณจัดทำประชามติ 3 พันล้านบาท กกต.เอาไปทำอะไรบ้างในการสื่อเข้าถึงประชาชนนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนักงบประมาณได้มีหนังสือแจ้งการอนุมัติให้สำนักงาน กกต.เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 2,370 ล้านบาท ไม่ถึง 3,000 ล้านบาท และในจำนวนเงินดังกล่าวได้จัดสรรให้กรมการปกครอง และ กรธ. 200 ล้านบาท คงเหลือเงินงบประมาณเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติของสำนักงาน กกต. เป็น 2,169 ล้านบาท ทั้งนี้ในการดำเนินการใช้จ่ายเงินในการออกเสียงประชามติ สำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการใช้จ่ายเงินโดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติด้วยความสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้.

"กกต.-การทางพิเศษ" แจกบุ๊กเล็ต หวังกระตุ้น ปชช.ออกมาใช้สิทธิ พร้อมถก กรธ.หาทางออกปมเอกสารความเห็นแย้ง เชื่อ "คลิปคำถามพ่วง" ไม่มีเจตนาจูงใจ 11 ก.ค. 2559 20:12 11 ก.ค. 2559 21:19 ไทยรัฐ