วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ตู่' ซัดร่างฯ แตะไม่ได้ เห็นต่างหาว่า 'ปลอม

"จตุพร" จ้อเฟซบุ๊กไลฟ์ ชี้มี กกต.ก็ไร้ความหมาย หากประชามติไม่โปร่งใส ซัดร่างฯ "มีชัย" แตะต้องไม่ได้ ใครเห็นต่าง ถูกกล่าวหาว่า "ปลอม" ลั่นลุยสู้ศาลปกครองปิด "พีซทีวี"

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.59 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกอากาศสดผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุตอนหนึ่ง ถึงร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.ว่า วันนี้ขอพูดในตอนหากประชามติโกง เลือกตั้งก็จะโกง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกยกสถานะเป็นฉบับปราบโกง แต่การทำประชามติ ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าถึงการตรวจสอบ ไม่สามารถพูดในข้อไม่ดีของรัฐธรรมนูญ ใช้วิธีปิดปาก จับกุมนักศึกษาที่ออกมารณรงค์ รวมทั้งได้ปิดศูนย์ปราบโกง แม้มี กกต.ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีการลงประชามติที่โปร่งใส การทำประชามติในโลก ยิ่งต้องได้รับการตรวจสอบ แต่ของเราตรวจสอบไม่ได้ คนเห็นต่างจะถูกจับกุม มีความพยายามทำให้รัฐธรรมนูญแตะต้องไม่ได้ เมื่อเนื้อหาไม่ตรงก็บอกว่าปลอม แต่เป็นความเห็นต่าง ข้อไม่เห็นด้วย ใครก็มีสิทธิที่จะทำ แต่ความที่กรรมการยกร่างไม่ต้องการให้ใครเห็นต่าง พอใครไปเห็นต่าง ก็บอกว่าปลอม รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง หากผ่านจากศูนย์ปราบโกงที่ คสช.ตั้งขึ้น ถ้าคนฉลาดจะสร้างบรรยากาศเปิดกว้าง เพราะตัวเองกุมสภาพชัดเจน ต้องการได้ยินเพียงคำว่า รับ ไม่ต้องการได้ยินคำว่า ไม่รับ
      
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ถ้ามีการโกงประชามติได้ ก็ต้องโกงเลือกตั้งได้ เมื่อโกงเลือกตั้งได้ จะโกงแผ่นดิน ภาษีอากรของประชาชนได้ ไม่เชื่ออาชีพใดจะไม่โกง นักการเมืองโกงก็มี ทหารโกงก็มี ขบวนการผ่านรัฐธรรมนูญ ใช้คำว่าปราบโกง เอาไว้บังหน้า คนที่โกงได้ คือคนที่อยู่ในกลไกลรัฐ แต่ทุกขบวนการล้วนแต่โกง ให้พูดแต่ข้อดีรัฐธรรมนูญ ถ้า กกต.ไม่สามารถจัดทำประชามติให้ประชาชนตรวจสอบได้ การทำประชามติก็ไม่มีความหมายอะไร ในวันที่ 7 ส.ค. เป็นกลไกโกง เพราะไม่มีฝ่ายอื่นใดเลย คนโปร่งใสต้องกล้าให้คนอื่นตรวจสอบ การมี กกต.ดี แต่จะไม่ดีเลยถ้าไม่ยึดโยงกับประชาชน หลายคนใน กกต.เป็นคนดี ถ้าไม่ยึดโยง ไร้การตรวจสอบ และมีอำนาจแฝงแทรกแซงตลอดเวลา เราไม่มีวันได้ กกต.ที่ดี

ก่อนหน้านี้ นายจตุพร พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. นพ.เหวง โตจิราการ ผู้บริหารช่องพีซทีวี  พร้อมด้วยแกนนำ นปช. ร่วมกันแถลงข่าว ถึงกรณี ที่ กสท.มีมติยืนยันพักใบอนุญาตพีซทีวี 30 วัน  แต่จะยื่นให้ศาลปกครองเป็นผู้พิจารณา โดย นายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับพีซทีวีอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง  กสท.ต้องไม่ละเมิดอำนาจของศาลปกครอง โดยจากนี้ผู้บริหารพีซทีวีจะเข้าไปต่อสู้ในขั้นตอนของศาลปกครองในทุกกรณีต่อไป ซึ่งถือว่าข้อเสนอของเราได้รับการตอบสนอง ดังนั้นเป็นที่ชัดเจนว่าเวลานี้พีซทีวียังไม่จอดำ ตนขอเรียนไปยังคณะกรรมการ กสท.ว่าเราต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ขอให้ท่านได้ทบทวนตัวเองด้วย
                
นายจตุพร กล่าวอีกว่า เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยืนหลักในเรื่องเสรีภาพ และเรื่องของการไม่ปิดปาก ตนเชื่อว่าไม่มีใครกล้าปิดพีซทีวี โทรทัศน์การเมืองช่องอื่นๆ มีถ้อยคำในลักษณะเข้าข่ายและรุนแรงมากกว่าพีซทีวีหลายเท่า แต่ กสท.ไม่สนใจเข้าไปตรวจสอบ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องรับทราบคือ ตราบใดที่ไม่มีความยุติธรรมเกิดขึ้น อย่าได้หาความสามัคคี และไม่ต้องท้าว่าใครจะกล้าบ้าง ถึงเวลาจะมีคนกล้าทั้งแผ่นดินถ้ายังมีความไม่เป็นธรรม.