วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลับบ้านกัน! รวมคู่มือ 12 เคล็ด จองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ ไฟลต์บิน ลองวีกเอนด์

พร้อมแล้วสิ พร้อมแล้วนะ! สำหรับวันหยุดยาวคราวนี้ที่หยุดติดต่อกัน 5 วัน ลากยาวไปอีกๆ โอ๊ย…ฟิน สำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเรา ถ้าไม่แพลนไปเที่ยวที่ไหน ก็ต้องใช้ช่วง Long Weekend อันมีค่านี้ ไปเติมพลังใจจากครอบครัว กลับไปกอดคุณพ่อคุณแม่ ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบญาติพี่น้องบ้าง เดี๋ยวจะลืมหน้ากันไปซะก่อน เนอะ!

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ขอต้อนรับวันหยุดยาว ด้วยการเปิดคู่มือจองตั๋วเดินทางไกลรูปแบบต่างๆ ทั้งการจองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ และไฟลต์บิน ส่วนใครจะเลือกเดินทางแบบไหนก็เลือกได้ตามชอบใจ และความสะดวกสบายของเงินในกระเป๋า

เอาล่ะ จะต้องทำยังไงบ้าง เชิญทางนี้จ้ะพี่น้องชาวไทย...

• วิธีจองตั๋วรถทัวร์ •
สำหรับการจองตั๋วรถทัวร์ ส่วนใหญ่ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งจะสะดวกที่สุด เพราะมีบริษัททัวร์หลากหลายบริษัทให้เลือก สามารถเปรียบเทียบตารางเดินรถ เที่ยวรถ และราคาตั๋วได้ เมื่อก่อนอาจจะต้องไปจองตั๋วกันที่หน้าเคาน์เตอร์ในสถานีขนส่งเลย แต่เดี๋ยวนี้สะดวกกว่านั้น คุณสามารถจองผ่านออนไลน์ได้ด้วย โดยเข้าไปที่ จองตั๋วรถทัวร์ 

1. เลือกจุดหมายปลายทาง
พอเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ให้เลือกก่อนว่าเราจะไปขึ้นรถทัวร์ที่ไหน ถ้าจะเดินทางขึ้นเหนือและอีสาน ให้กดเลือกจุดขึ้นรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ส่วนใครที่ลงใต้ให้คลิกเลือกจุดขึ้นรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี)

2. เลือกเส้นทาง
จากนั้น ไปคลิกรายละเอียดการจองต่างๆ เช่น เลือกเที่ยวรถ เลือกเส้นทางการเดินทาง วันที่ออกเดินทาง พอเลือกเสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม 'ค้นหาเที่ยวรถ' หน้าเว็บจะแสดงรายละเอียดเที่ยวรถที่เดินทางในเส้นทางนั้นๆ พร้อมชื่อบริษัทที่ให้บริการ จากนั้นคลิกเลือกเที่ยวรถที่เราต้องการ

3. เลือกที่นั่ง
ระบบจะแสดงที่นั่งบนรถเที่ยวนั้นๆ ขึ้นมา เราก็คลิกเลือกที่นั่งตามต้องการ เสร็จแล้วคลิก 'ตกลง' จากนั้นหน้าเว็บจะแสดงข้อมูลการเดินทางของเรา แล้วเราจะต้องกรอกข้อมูลผู้เดินทาง เช่น ชื่อ สกุล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น

4. ชำระเงิน
ต่อมา ระบบจะให้เราเลือกวิธีชำระเงิน อันนี้แล้วแต่บริษัทที่ให้บริการนะ บางบริษัทจะให้จ่ายเงินสดอย่างเดียว แต่บางบริษัทจะให้จ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต หรือจ่ายผ่านตู้เอทีเอ็ม จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลการจอง และรหัสการจอง เราต้องพิมพ์เอกสารหน้าที่จอง หรือจดรหัสการจอง เพื่อนำไปชำระเงินตามช่องทางต่างๆ ซึ่งต้องชำระเงินภายใน 24.00 น. ของวันที่ทำการจองเท่านั้นนะจ๊ะ

Note : ควรเลือกบริษัทรถทัวร์ที่เราไว้ใจ จองตั๋วออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆ โดยตรง สำหรับบริษัทรถทัวร์ที่เราใช้เป็นประจำ คือ บริษัทนครชัยแอร์ และ บริษัทสมบัติทัวร์ สองแห่งนี้จองตั๋วได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ หรือคอลเซ็นเตอร์ พนักงานบริการดี รวดเร็ว ใส่ใจรายละเอียดของผู้โดยสารดีมาก ที่สำคัญ ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ผ่านร้านสะดวกซื้อ ผ่านบัตรเครดิต ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือตู้เอทีเอ็มก็ได้

• วิธีจองตั๋วรถไฟ •
ส่วนใครที่อยากประหยัดงบการเดินทางหน่อย ก็ต้องนี่เลย! นั่งรถไฟกลับบ้านดีกว่า มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ เพียงแต่ต้องรีบจองตั๋วชั้น 1 จะได้เดินทางแบบสบายๆ ไม่ต้องมาบ่นเมื่อยก้น เพราะต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าแบบอื่น

1. ตรวจสอบเส้นทาง
ก่อนจะจองตั๋วเดินทางโดยรถไฟ ก็มาดูรายละเอียดเส้นทางการเดินรถ ต้องรู้ว่าเราจะขึ้นที่สถานีไหน แล้วลงสถานีปลายทางที่ไหน จะได้จองตั๋วกับเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้องครบถ้วน และสามารถตรวจสอบที่นั่ง ราคา และชั้นโดยสารได้อย่างรวดเร็ว เข้าไปดูรายละเอียดพื้นฐานอื่นๆ ได้ที่ railway ส่วนตารางเที่ยวรถดูได้ที่ ตรวจสอบกำหนดเวลาเดินรถ โดยในระบบจะมีให้ดูทั้งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายใต้ สายตะวันออก สายชานเมือง สายวงเวียนใหญ่-มหาชัย สายบ้านแหลม-แม่กลอง และ สายโรงพยาบาลศิริราช-ศาลายา

2. เลือกชั้นโดยสาร
หลักๆ จะแบ่งที่นั่งเป็นชั้น 1 2 และ 3 มีความแตกต่างคือ ชั้น 1 จะเป็นห้องส่วนตัว มีเตียงสองเตียง เหมาะไปเป็นคู่ (ถ้าไปเดี่ยวอาจจะได้นอนรวมกับคนอื่นนะ) ราคาค่อนข้างแพง แต่ก็สะดวกสบายกว่า สะอาดดี

ชั้น 2 อันนี้จะเป็นล็อกๆ ละ 2 ที่นั่ง แล้วก็มีให้เลือกยิบย่อยไปอีก เช่น ตู้นอนแอร์, ตู้นอนพัดลม, รถนั่งแอร์, รถนั่งพัดลม, รถนั่งแอร์สปรินเตอร์ (ที่นั่งคล้ายบนรถทัวร์) เป็นต้น สะอาดพอใช้

ชั้น 3 เป็นล็อกๆ ละ 4 ที่นั่ง มีให้เลือกว่าจะนั่งแบบปรับอากาศหรือพัดลม เบาะที่นั่งเป็นแบบตั้งฉาก เอนไม่ได้ นั่งไม่สบาย และไม่ค่อยสะอาดเท่าไร

3. ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์
พอรู้แล้วว่าเราจะเดินทางไปไหน ต้องขึ้นรถไฟสถานีไหน ลงสถานีอะไร เลือกชั้นที่อยากนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็ไปซื้อตั๋วกันเลย โดยสามารถไปซื้อตั๋วรถไฟได้โดยตรงที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือตัวแทนจำหน่าย สำหรับตั๋วที่สถานีจะจำหน่ายทุกวัน 24 ชั่วโมง จำหน่ายได้สูงสุด 60 วัน นับจากวันที่เราไปซื้อ ให้ตรวจสอบดูขบวน วัน-เวลาเดินทาง ให้ถูกต้องก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประทับตรายืนยันว่า 'ถูกต้อง'

4. โทรจองผ่าน Call Center
โทรจองที่เบอร์ 1690 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะต้องโทรจองก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วัน ซึ่งผู้โทร จะต้องไปรับตั๋วที่สถานีรถไฟที่กำหนดก่อนเวลา 22.00 น. ของวันรุ่งขึ้น หากไม่ไปตามกำหนด ระบบจะยกเลิกอัตโนมัติ การจองแบบนี้สามารถจองได้ไม่เกิน 10 ที่นั่ง และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 60 วัน พอจองเสร็จ เจ้าหน้าที่จะให้รหัส 10 หลักเพื่อนำไปรับตั๋วโดยสาร ก็สอบถามให้ชัดเจนว่า สามารถไปรับตั๋วเดินทางที่สถาทีไหนได้บ้าง

Note : ไม่สามารถจองตั๋วผ่านออนไลน์ได้นะจ๊ะ ยังปรับปรุงระบบอยู่ ยังไม่เปิดให้บริการ


• วิธีจองไฟลต์บิน •
มาถึงวิธีจองตั๋วเครื่องบินบ้าง เป็นวิธีการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดที่สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่มีเงื่อนไขค่อนข้างหยุมหยิมเหมือนกัน เพราะเป็นกฎระเบียบของทางสายการบิน รวมถึงระเบียบของท่าอากาศยานด้วย สำหรับใครที่ไม่เคยเดินทางด้วยวิธีนี้ ลองมาศึกษากันก่อน อาจจะดูเหมือนยุ่งยาก แต่จริงๆ ง่ายแค่ปลายนิ้ว

1. เลือกสายการบิน เช็กราคาตั๋ว และเที่ยวบิน
คนที่ไม่เคยจองตั๋วเครื่องบิน ชอบเข้าใจผิด คิดว่ามันจองเหมือนรถทัวร์หรือรถตู้ แล้วใช้การโทรศัพท์เข้าไปที่คอลเซ็นเตอร์แล้วถามว่า เส้นทางนี้ราคาเท่าไร? เจ้าหน้าที่ก็จะตอบไม่ได้ เพราะไม่มีวันและเวลาที่แน่นอน ดังนั้นต้องทำความเข้าใจขั้นตอนการจองให้ดีก่อน

วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การจองตั๋วออนไลน์ แน่นอน… คุณต้องเลือกก่อนว่าอยากบินกับสายการบินไหน เราแนะนำ 2 เจ้าราคาประหยัด คือค่ายหางแดงกับค่ายนกยิ้มสีเหลือง คุ้มค่าดี มีตั๋วโปรโมชั่นลดราคาให้บริการผู้โดยสารบ่อยๆ ด้วย พอเลือกสายการบินได้แล้ว ก็เข้าไปที่เว็บไซต์นั้นๆ เลือกวันเดินทาง จุดหมายปลายทาง ใส่จำนวนผู้โดยสาร แล้วคลิกที่ 'ค้นหา' ระบบก็จะโชว์ตารางเที่ยวบิน จากนั้นก็เลือกเที่ยวบินในเวลาที่เราต้องการ

ราคาตั๋วจะต่างกันนะ แบ่งเป็นราคาชั้นประหยัดกับราคาชั้นธุรกิจ ซึ่งแต่ละเที่ยวบินราคาก็ต่างกันไปอีก ถ้าบินเที่ยวเช้า ราคามักจะถูกกว่าเที่ยวบินช่วงสายๆ อีกทั้ง ราคาตั๋วยังผันผวนตามวัน ตั้งแต่จันทร์-อาทิตย์ ราคาแต่ละวันจะไม่เท่ากัน เลือกดีๆ ใช้เวลาศึกษาดูก่อน อย่าจองตั๋วตอนรีบๆ เด็ดขาด

2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
พอเลือกเที่ยวบินเสร็จ ก็จะมีหน้าให้กรอกรายละเอียดผู้โดยสาร ก็กรอกไปให้ครบถ้วน โดยเฉพาะคำนำหน้า อย่าผิดเด็ดขาด ตัวสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษก็ห้ามผิด วันเดือนปีเกิด ปีเกิดเป็นคริสตศักราชนะจ๊ะ ถ้ากรอกผิดแล้วเผลอจ่ายตังค์ไปแล้ว ต้องมาทำเรื่องแก้ไขชื่อใหม่ อาจจะเสียตังค์เพิ่มไม่รู้ตัว และใส่ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล

นอกจากนี้ สามารถเลือกที่นั่งเองได้ (มีค่าใช้จ่าย), สามารถเลือกประกันการเดินทางได้ (มีค่าใช้จ่าย), สามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋าได้ (ค่ายหางแดงมีค่าใช้จ่าย แต่ค่ายนกยิ้มให้ฟรีน้ำหนักกระเป๋า 15 กก.) ส่วนกระเป๋าที่เราถือติดตัวขึ้นเครื่อง เรียกว่า Carry on bag ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กก.

3. วิธีชำระเงิน
จากนั้นระบบจะมาที่หน้าการชำระเงิน ส่วนใหญ่เป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต แต่ถ้าไม่มีบัตรเครดิต ก็คลิกเลือกการชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ เช่น ตามร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง หรือผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร เป็นต้น มีค่าบริการในการดำเนินการเพิ่มอีกเล็กน้อย (บอกแล้วมันยิบย่อย รอบคอบนิดนึงเนอะ) อ้อ! อีกอย่าง ชำระเงินไปแล้ว ขอเรียกคืนไม่ได้ทุกกรณีนะจ๊ะ จากนั้นจะมีอีเมลรายละเอียดเที่ยวบิน พร้อมหมายเลขการจองตั๋วส่งมาให้ ก็คลิกเข้าไปปริ๊น หรือกดเซฟหน้านั้นไว้ เช็กรายละเอียดให้เรียบร้อย

4. วิธีเช็กอินก่อนขึ้นเครื่อง
ตอนนี้สะดวกสบายมากๆ ไม่ต้องไปรอเช็กอินหน้าเคาน์เตอร์สายการบินก่อนขึ้นเครื่องเป็นชั่วโมงๆ เพราะสามารถเช็กอินออนไลน์ หรือในแอพลิเคชั่นล่วงหน้าได้หลายวัน เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอพฯ ของสายการบินนั้นๆ แล้วคลิกเลือกที่ เช็กอินออนไลน์ จากนั้นเข้าไปกรอกนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ และหมายเลขการจองตั๋ว (Booking No.) แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย ง่ายมากๆ

Note : เมื่อจองตั๋วและชำระเงินแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้ ชื่อใครอยู่บนบัตรโดยสารคนนั้นต้องบินเองเท่านั้น
ถ้าคุณมีสิ่งของขนาดใหญ่ที่ไม่อยากเสี่ยงโหลดลงใต้เครื่อง สามารถซื้อที่นั่งให้สิ่งของเหล่านั้นได้ และไม่อนุญาตให้สัตว์ชนิดอื่นๆ (นอกจากสุนัขกับแมว) ขึ้นเครื่อง

พร้อมแล้วสิ พร้อมแล้วนะ! สำหรับวันหยุดยาวคราวนี้ที่หยุดติดต่อกัน 5 วัน ลากยาวไปอีกๆ โอ๊ย…ฟิน สำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเรา ถ้าไม่แพลนไปเที่ยวที่ไหน ก็ต้องใช้ช่วง Long Weekend อันมีค่านี้ ไปเติมพลังใจจากครอบครัว... 11 ก.ค. 2559 16:45 ไทยรัฐ