วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านเกาะพะงัน ยื่นหนังสือต่อทหาร คัดค้าน 'ไม่เอาเจ็ตสกี'

ชาวบ้านเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านกิจการเรือเจ็ตสกี บริเวณหาดท้องนายปาน หวั่นทำลายธรรมชาติ-ระบบนิเวศในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ จนท.รับเรื่อง หารือกั้นแนวเขตชัดเจน ให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. มีชาวบ้านจาก บ้านท้องนายปาน หมู่ 5 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน กว่า 20 ราย ได้เดินทางเข้าพบ พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต เสธ.กรมทหารราบที่ 25 ในฐานะ หน.ชุดเฉพาะกิจกองกำลังรักษาความเรียบร้อย กองทัพภาค 4 เพื่อยืนหนังสือคัดค้านการประกอบกิจการเรือเจ็ตสกี ซึ่งผู้ประกอบการรายหนึ่งเปิดกิจการอยู่บริเวณหาดท้องนายปาน ทั้งนี้หนังสือที่ยืนระบุเรื่องการประกอบการเรือสำราญเจ็ตสกี ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

โดยเนื้อหาบางส่วนระบุว่า มีผู้ประกอบการรายหนึ่ง ในพื้นที่หาดท้องนายปาน พยายามประสานกับเจ้าหน้าที่รัฐ จากหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยต้องการให้เปลี่ยนแปลงเอกสารการจดทะเบียนบางอย่าง เพื่อขอเปิดกิจการให้เช่าเรือเจ็ตสกีอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีไปแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งในความเป็นจริง พื้นที่ดังกล่าวทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศกำหนดเป็นเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ประกาศลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ออกตามความในมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ต่อมาคณะกรรมการในระดับอำเภอ ได้มีคำสั่งห้ามผู้ประกอบการรายดังกล่าวระงับการให้บริการเช่าเรือสำราญเจ็ตสกี เนื่องจากมีการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ เพราะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว แต่ยังคงมีการฝ่าฝืน

นางขนิษฐา เลื่อมสุนทร อายุ 49 ปี หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่มายื่นหนังสือคัดค้าน กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่แทบทั้งหมด ต่างไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดธุรกิจเจ็ตสกีในพื้นที่ เพราะอ่าวท้องนายปาน ยังคงเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้าไปเที่ยว เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัว เป็นกลุ่มที่ต้องการเข้าไปเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมากิจกรรมทางน้ำอย่างเรือเจ็ตสกี ส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะส่งเสียงรบกวนการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

"อีกทั้งยังทำลายระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำอย่างกุ้งเคย ซึ่งชาวบ้านได้ประโยชน์ ด้วยการนำมาผลิตเป็นกะปิ สร้างรายได้ให้ชุมชน แต่ผลจากการเปิดให้มีธุรกิจเรือเจ็ตสกี ทำให้สัตว์เหล่านี้หายไปจากระบบนิเวศ ชาวบ้านที่เคยทำมาหากินต้องได้รับผลกระทบไปด้วย รวมทั้งหวั่นจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวที่ลงไปเล่นน้ำ อาจเกิดอุบัติเหตุจากเรือเจ็ตสกีได้" นางขนิษฐา กล่าว 

นางขนิษฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ชาวบ้านจึงต้องเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้หน่วยงานทหารที่ดูแลพื้นที่เกาะพะงัน เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้โดยเร่งด่วน

พ.อ.อายุพันธ์ ได้เชิญประชุมกลุ่มชาวบ้าน และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ เจ้าท่า ขนส่ง ปลัดอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน เพื่อหาข้อสรุป โดยทางผู้แทนจาก สนง.เจ้าท่า สาขาเกาะพะงัน ชี้แจงว่า หลังจากมีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเจ็ตสกีในพื้นที่อ่าวท้องนายปาน ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ทางจังหวัดได้ประชุมหาทางออกเรื่องนี้ โดยมีมติให้มีเรือเจ็ตสกีในพื้นที่อ่าวท้องนายปานได้ โดยจะมีการกำหนดแนวเขตเฉพาะบางจุด ซึ่งทาง สนง.เจ้าท่า กำลังดำเนินการเตรียมติดตั้งทุ่นแนวเขตสำหรับเรือเจ็ตสกี โดยจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการต่อไปได้

"จะให้โอกาสกับทางผู้ประกอบการดำเนินกิจการไปตามเงื่อนไข ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดกำหนดมา แต่หากในระยะยาวหากประชาชนในพื้นที่คัดค้าน และไม่ต้องการจริงๆ ก็จะดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติต่อไป"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวบ้านที่เข้าร่วมรับฟังการประชุม ต่างก็ไม่เห็นด้วยกับผลการประชุมดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการให้มีเจ็ตสกีในอ่าวท้องนายปาน ทาง พ.อ.อายุพันธ์ ต้องใช้เวลาเจรจาเพื่อขอเวลาในการทดลองแนวทางดังกล่าว หากยังส่งผลกระทบก็จะดำเนินการตามที่ชาวบ้านร้องขอ.

ชาวบ้านเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านกิจการเรือเจ็ตสกี บริเวณหาดท้องนายปาน หวั่นทำลายธรรมชาติ-ระบบนิเวศในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ จนท.รับเรื่อง หารือกั้นแนวเขตชัดเจน ให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย 11 ก.ค. 2559 14:49 ไทยรัฐ