วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สุวพันธุ์' เผยกฤษฎีกา ชี้ มส.ชงชื่อ 'สังฆราช' ไม่ขัด พ.ร.บ.สงฆ์

'สุวพันธุ์' เผยกฤษฎีกา ชี้ มส.ชงชื่อ 'สังฆราช' ไม่ขัด พ.ร.บ.สงฆ์

  • Share:

"สุวพันธุ์" เผยผลตีความกฤษฎีกา ชงชื่อ "สังฆราช" ของ มส.ไม่ขัด พ.ร.บ.สงฆ์ ยืดอกรับเผือกร้อนปมเสนอชื่อไว้ที่ตัวเอง จ่อส่งนายกฯรับทราบ แต่ยังไม่แต่งตั้ง พร้อมนัดหารือ "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" หาทางออกปม "ธัมมชโย" สัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตีความมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ของคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นตีความ การเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) ชอบหรือไม่ ว่า กฤษฎีกาตีความว่าก่อนที่นายกฯจะเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช ต้องได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อน และต้องเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการเสนอรายชื่อต้องริเริ่มจากใครดังนั้น การส่งความเห็น มส.มาจึงไม่ขัดกับมาตรา 7 หนังสือฉบับนั้นยังมีผลอยู่ และนายกฯไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ อีกทั้งแนวทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2482 ระบุว่าเมื่อรัฐบาลขอความเห็นจากสำนักงานกฤษฎีกา ให้ปฏิบัติตามนั้น ดังนั้น ตนจะยึดแนวทางดังกล่าวโดยจะเรียนให้นายกฯรับทราบเฉพาะเรื่องความเห็นของกฤษฎีกา และแนวทางปฏิบัติตามมติครม. ต่อไป

"วันนี้เราดูเรื่องมาตรา 7 ก่อน ขั้นตอนนี้จบแล้ว ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ขัดแย้งกับมาตรา 7 ส่วนการดำเนินการจากนี้เรายังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม หนังสือแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชยังอยู่กับผม ยังมีผลทางราชการอยู่ ส่วนนายกฯมีหน้าที่เสนอนามสมเด็จพระสังฆราช และรับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้น ก่อนที่ผมจะเสนอเรื่องไป ต้องดูทุกอย่างให้รอบด้าน ครบถ้วน ตอนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่ขอเวลาดูเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องก่อนทำความเห็นถึงนายกฯ ซึ่งไม่สามารถระบุเวลาได้ เพราะมีหลายปัจจัย เพราะต้องให้สังคมเข้าใจตรงกันก่อน ผมขอแบกเรื่องนี้ รับภาระ เป็นของตัวเองก่อน และไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ" นายสุวพันธ์ุ กล่าว

เมื่อถามว่า ตามมาตรา 7 นายกฯสามารถมีความเห็นแย้งกับ มส.ได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า นายกฯมีหน้าที่กราบบังคมทูล ซึ่งเมื่อไหร่อย่างไรนั้นเป็นเรื่องของนายกฯ ส่วนเรื่องของพระนาม กฎหมายกำหนดว่าต้องมีสมณศักดิ์สูงสุด และมส.ต้องเห็นชอบพระนามนั้น

นอกจากนี้ นายสุวพันธุ์ ยังกล่าวถึงการหารือกับเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหา พระธัมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า ได้แจ้งกับทางเจ้าคณะใหญ่หนกลางว่าจะขอเข้าพบ เพื่อขอทราบความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ เพราะได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. แล้ว ระหว่างทางมีความคืบหน้าและประเด็นที่ต้องหารือกันต่อ สัปดาห์นี้จึงถือเวลาที่จะขอความความก้าวหน้า ส่วนจะได้พบวันไหนนั้นคงต้องแล้วแต่วันที่ท่านสะดวก

เมื่อถามว่า หากเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกฎหมายไม่ใช่กิจของสงฆ์ ทางรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ต้องรอให้ท่านแจ้งความคืบหน้ามาก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปเพื่อให้ได้ทางออกที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย โดยจะทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยเวลานานไป อาจจะเกิดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามทางเจ้าคณะใหญ่หนกลางก็มีความเข้าใจดีในเรื่องนี้และตนก็เห็นถึงความเมตตาที่ท่านได้ช่วยเราจัดการ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้