วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทียบฟอร์มส่องประวัติ 3 ทีมเต็งแชมป์ ศึกโต๊ะเล็กสโมสรเอเชีย

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ศึกการชิงเจ้าโต๊ะเล็กแห่งทวีปเอเชียระดับสโมสร รายการ "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปียนชิพ 2016" จะระเบิดความมันขึ้นอีกครั้งที่ประเทศไทย บนสังเวียนอันเลื่องชื่ออย่าง "บางกอก อารีนา" โดยมี 12 ยอดทีมชั้นนำของเอเชีย ตบเท้าเข้าร่วมชิงความเป็นหนึ่งอย่างยิ่งใหญ่...

การแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 7 ทีมทางสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี เป็นโต้โผใหญ่ในการรังสรรค์ขึ้น แต่เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งจะเริ่มประเดิมนัดแรก รอบแบ่งกลุ่มในวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคมนี้

ซึ่งก่อนที่การชิงชัยจะเริ่มขึ้น ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ ขอพาไปรู้จักกับ 3 ทีมเต็งแชมป์ของการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งล้วนแต่พกดีกรีแชมป์เก่ามาด้วยกันทั้งสิ้น และเส้นทางของพวกเขารวมถึงขุมกำลังมีความพร้อมแค่ไหน ในการไล่ล่าแชมป์อีกสมัย

ทาซิซัต ดาร์ยาอี (Tasisat Daryaei FSC)

หากจะพูดถึงความเป็นเจ้าโต๊ะเล็กเอเชีย แน่นอนว่า "อิหร่าน" ถือครองความเป็นหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แม้จะมีบ้างในระยะหลังที่ญี่ปุ่น ขึ้นมาทาบรัศมีได้เป็นครั้งคราว แต่ในระดับสโมสรแล้ว ขุนพลโต๊ะเล็กแห่งแดนเปอร์เซีย ต่างมีนักเตะจากรุ่นสู่รุ่นที่ฝีเท้ายอดเยี่ยม ขึ้นชั้นมาทดแทนกันได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา    

"ทาซิซัต ดาร์ยาอี ฟุตซอล คลับ" ถือกำเนิดมาเมื่อปี 2012 และใช้เวลาเพียงปีเดียว ก็คว้าสิทธิเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์ และหลังจากนั้น 2 ฤดูกาล พวกเขาก็เถลิงแชมป์ อิราเนียน ฟุตซอล ซุปเปอร์ลีก ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน (2014-15, 2015-16) โดยมีขุมกำลังผู้เล่นทีมชาติ และดาวเตะชั้นแนวหน้าของประเทศอยู่ล้นทีมเลยทีเดียว  

หลังจากครองความเป็นในประเทศได้แบบเบ็ดเสร็จ ทาซิซัต ก็คว้าเทพเจ้าฟุตซอลระดับตำนานอย่าง วาฮิด ซัมซาอี หนึ่งในลูกศิษย์ก้นกุฏิของ "วิคเตอร์ เฮอร์มัน" เข้ามารับบทโค้ช & เพลย์เยอร์ และเพียงปีแรกบนเวทีระดับนานาชาติ พวกเข้าก็คว้าแชมป์เอเชียมาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิต่อหน้ากองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ เมื่อเอาชนะ อัล คาดเซีย จากคูเวตไปอย่างสนุกสะใจ 5-4 อีกทั้ง วาฮิด ซัมซาอี ยังครองตำแหน่ง MVP และดาวซัลโวมาครองด้วยเช่นกัน    

และในปี 2016 ทาซิซัต ดาร์ยาอี ยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในเต็งแชมป์เช่นเคย เมื่อขุนพลนักเตะหน้าเดิมยังคงอยู่กันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น โมฮัมหมัด เคชาวาร์ซ, ฮามิด อาห์มาดี, อาลี ฮัสซันซาเดห์, โมสตาฟา นาซารี, กอดรัต บาฮาโดรี และ วาฮิด ซัมซาอี ที่จะนำทีมลงป้องกันแชมป์อีกครั้งในวัย 40 ปี 

ชลบุรี บลูเวฟ (Chonburi Bluewave)

สุดยอดโต๊ะเล็กแห่งสยามประเทศ เจ้าของสถิติต่างๆ มากมายในศึกฟุตซอลไทยลีก และอดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 ที่ถูกคาดหมายให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งด้วยเช่นกัน เพราะด้วยศักยภาพผู้เล่นดีกรีทีมชาติล้นทีมแล้ว ยังมีความได้เปรียบที่สำคัญในครั้งนี้ นั่นคือการลงเล่นในฐานะเจ้าภาพต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเองอีกด้วย    

สำหรับทีมดังแห่งภาคตะวันออก คือหนึ่งในขาประจำของศึก "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปียนชิพ" เลยก็ว่าได้ เพราะถือสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้มาอย่างต่อเนื่องถึง 5 สมัย ก่อนจะพีคสุดขั้วในการแข่งขันปี 2013 ที่ ญี่ปุ่น เมื่อสามารถดับตัวเต็งอย่าง "จิติ ปาซานด์ อิสฟาฮาน" จากอิหร่าน ในรอบชิงดำไปอย่างใจหายใจคว่ำ ด้วยการดวลจุดโทษ 5-2 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 คว้าแชมป์มาได้ชนิดสะใจกองเชียร์ ภายใต้การคุมทีมของ ปูลปิส กุนซือสมองเพชรชาวสเปน พร้อมกับส่ง "เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ขึ้นไปครองรางวัล MVP ประจำทัวร์นาเมนต์ได้อีกด้วย    

สำหรับในการแข่งขันครั้งนี้ ชลบุรี บลูเวฟ ได้ตัว "หมีรินโญ" รักษ์พล สายเนตรงาม หนึ่งในหัวกะทิของวงการโต๊ะเล็กไทยรับบทแม่ทัพใหญ่ หมายมั่นปั้นมือไว้อย่างเต็มที่ว่าต้องเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์มาครองให้ได้อีกครั้ง หลังจากเมื่อปี 2015 ต้องเสียรังวัดไปพอสมควร เมื่อต้องตกรอบแรกไปแบบน่าเจ็บใจ    

ขณะที่ขุมกำลังยังคุณภาพคับแก้วเช่นเคย นำโดย ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, ณัฐพล สุทธิโรจน์, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ รวมไปจนถึงดาวเตะทีมชาติอย่าง เจษฎา ชูเดช ที่ถูกยืมตัวมาจาก ราชนาวี เพื่อลงแข่งขันรายการนี้โดยเฉพาะด้วยเช่นกัน    

แต่ในการแข่งขันรายการนี้ บลูเวฟ ต้องพบกับงานหนักตั้งแต่รอบแรก เพื่อต้องโคจรมาพบกับ นาโกยา โอเชียนส์ หนึ่งในทีมเต็งของการแข่งขัน และต้องพยายามเข้ารอบให้ได้ในฐานะแชมป์กลุ่มเท่านั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องไปปะทะแข้งกับ ทาซิซัต แชมป์เก่า ที่คาดว่าน่าจะผ่านเข้ารอบสองในฐานะแชมป์กลุ่ม บี

นาโกยา โอเชียนส์ (Nagoya Oceans)

ยอดทัพโต๊ะเล็กแห่งเมืองนาโกยา เจ้าของฉายา "ดิ โอเชียนส์" ครองความยิ่งใหญ่บนศึกเจลีกฉบับฟุตซอล ด้วยการคว้าแชมป์ 9 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ 2007-2016 และทีมตัวแทนหนึ่งเดียวจากแดนอาทิตย์อุทัย ในการแข่งขันศึกฟุตซอลสโมสรเอเชียทั้ง 6 ครั้งก่อนหน้านี้         

ส่วนในการชิงเจ้าโต๊ะเล็กระดับทวีป นาโกยา โอเชียนส์ ครองสถิติต่างๆ มากมาย ทั้งการคว้าแชมป์มากที่สุด 2 สมัย ในปี 2011 และ 2014, สถิติชนะมากที่สุดจำนวน 19 เกม, ยิงได้มากที่สุด 130 ลูก จากการลงเล่นทั้งสิ้น 28 นัดในการแข่งขันรายการนี้

ด้านขุมกำลังลูกทีมของ วิคเตอร์ อะคอสตา การ์เซีย ยังคงเปี่ยมไปด้วยผู้เล่นระดับคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น วาตารุ คิทาฮาระ, ราฟาเอล ซากาอิ, โทโมอากิ วาตานาเบะ, ฮิโรกิ อุระคามิ, ฮิเดคาซู ชิราคาตะ รวมไปจนถึงดาวเตะอาร์เจนไตน์โอนสัญชาติ อย่าง แมทเธียส เฮอร์นาน และ ซิมบินญา แข้งบราซิเลียน

ส่วนที่ลืมไม่ได้เลยคือ เทพเจ้าฟุตซอลแห่งแดนปลาดิบอย่าง คาโอรุ โมริโอกะ แข้งจอมเก๋าวัย 37 ปี ลูกครึ่งญี่ปุ่น-เปรู ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ทั้งในสีเสื้อทีมชาติและสโมสร ก็หวังที่จะล้างอายจากการตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2015 ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

อย่าลืมเข้าไปให้กำลังใจ "ชลบุรี บลูเวฟ" ตัวแทนจากศึก "เอไอเอส ฟุตซอล ไทยแลนด์ลีก" ในการไล่ล่าแชมป์มาประดับตู้โชว์ของสโมสรอีกสมัย รวมถึงไปร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับเอเชียกับแข้งคุณภาพได้อย่างจุใจ ที่สนามบางกอก อารีนา ในระหว่างวันที่ 15-23 กรกฎาคมนี้ หรือหากแฟนกีฬาท่านใดที่ไม่สะดวกไปชมติดขอบสนาม "ไทยรัฐทีวี" ช่อง 32 รับหน้าที่ถ่ายทอดสดความตื่นเต้น เร้าใจ ให้ชมกันถึงบ้านเช่นเคย

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ศึกการชิงเจ้าโต๊ะเล็กแห่งทวีปเอเชียระดับสโมสร รายการ "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปียนชิพ 2016" จะระเบิดความมันขึ้นอีกครั้งที่ประเทศไทย บนสังเวียนอันเลื่องชื่ออย่าง "บางกอก อารีนา" โดยมี 12 ทีมเข้าร่วม 11 ก.ค. 2559 12:38 ไทยรัฐ