วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชามติกับการเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

เท่าที่ติดตามการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยทั่วไปจากสำนักโพลต่างๆเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตรงกันมาโดยตลอดนั่นคือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

ตัวเลขในกลุ่มความเห็นนี้จึงน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้รัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านได้ แม้ว่าความเห็นที่จะให้รัฐธรรมนูญผ่านมีสูงกว่าไม่ผ่านก็ตาม

กลุ่มความเห็นที่ยังไม่ตัดสินใจนี้น่าจะมาจากปัจจัยหลายอย่างเช่นว่ายังไม่แน่ใจ ยังไม่เข้าถึงสาระของรัฐธรรมนูญอย่างถ่องแท้ รอดูสถานการณ์ทางการเมืองก่อน

หรือไม่สนใจทางการเมืองเพราะความเบื่อหน่าย

เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างก็พยายามที่จะโน้มน้าวเพื่อให้เกิดการตัดสินใจมาอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง

แน่นอนว่าหากพิจารณาจากการลงประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.59 นั้น ผลที่จะออกมาน่าจะออกมาได้ 5 สูตร

1.ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านประชามติควบคู่กันไป

2.ร่างรัฐธรรมนูญผ่านแต่คำถามพ่วงไม่ผ่าน

3.คำถามพ่วงผ่าน แต่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน

4.ไม่ผ่านทั้งคำถามพ่วงและร่างรัฐธรรมนูญ

5.อาจจะไม่มีการทำประชามติก็ได้หากเกิด “อุบัติเหตุ” ทางการเมืองขึ้นมา

สูตรที่ 5 นี้แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะใกล้ถึงวันลงประชามติแล้วเหลือเวลาอีกไม่นานนัก อีกทั้งฝ่ายรัฐบาล คสช. กกต. และ กรธ. ต่างก็มีความพยายามที่จะผลักดันให้เดินหน้าไปจนถึงวันนั้นให้ได้

มองจากสภาพความเป็นจริงแม้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย จะมีความ พยายามทุกวิถีทางเพื่อเคลื่อนไหวไปในทิศทางเพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญผ่าน แต่ก็คงทำได้แค่นั้นไม่สามารถที่จะทำให้เกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้

เพราะ คสช. ก็รู้ดีว่ามันอาจสร้างปัญหาตามมาและแก้ไขได้ยาก

หากรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านก็คงไม่มีปัญหาอะไรและเดินหน้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งกันต่อไป

หรือถ้าไม่ผ่านทั้ง 2 อย่าง ก็เริ่มต้นกันใหม่เพียงแต่ คสช.ก็จะต้องเจอแรงเสียดทานทางการเมืองอย่างแน่นอน

แม้จะมีอำนาจในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็ต้องเจอกับกระแสกดดันที่ต้องการให้เนื้อหาสาระเป็นไปตามที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม

ถือว่าเป็นเรื่องหนักๆไม่น้อยของ คสช. แม้จะมีอำนาจในการดำเนินการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องผ่านการทำประชามติคือสามารถประกาศใช้ได้เลย

แต่ที่น่าสนใจอยู่ที่ว่าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านแต่คำถามพ่วงผ่านก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดไม่น้อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นในการตัดสินใจของประชาชน

อีกทางรัฐธรรมนูญผ่านแต่คำถามพ่วงไม่ผ่าน

ตรงนี้แหละจะเป็นปัญหาแม้ว่าจะไม่มีอะไรเพราะสามารถประกาศใช้รัฐธรรมนูญได้ คำถามพ่วงก็ตัดทิ้งไปไม่เกี่ยวกัน

ตรงกันข้ามกับการที่คำถามพ่วงไม่ผ่านซึ่งจะมีผลต่อ คสช.โดยตรง ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะคำถามพ่วงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นข้อเสนอ จาก คสช.ตั้งแต่แรก กรธ.ไม่ได้บรรจุเอาไว้

จึงหาทางออกด้วยการให้ สปท.และ สนช. เป็นทางผ่านด้วยเสนอตั้งคำถามพ่วงเพื่อให้อำนาจ ส.ว. 250 คน มีสิทธิโหวตนายกฯได้

เพราะจะมีผลต่อการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง 5 ปีที่ คสช.ตั้งเป้าเอาไว้.

“สายล่อฟ้า”

11 ก.ค. 2559 10:00 ไทยรัฐ