วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก้าวใหญ่ของการพัฒนา ไทยมี “เน็ต” ครบหมู่บ้าน

ก้าวใหญ่ของการพัฒนา ไทยมี “เน็ต” ครบหมู่บ้าน

โดย ซูม
12 ก.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงผลงานสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ที่ผมต้องขออนุญาตบันทึกไว้

เผื่อจะเป็นประโยชน์ในการสืบค้นเพื่อหาหลักฐานสำคัญเวลาพูดถึงประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยของเราต่อไปในอนาคต

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ต จนสามารถรับดูชม หรือเข้าอินเตอร์เน็ตได้ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศไทยแล้ว

จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้จากแหล่งข้อมูลทั่วโลก ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย

ท่านยังกล่าวด้วยว่า ต่อไปคนไทยต้องกินอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ คือต้องไปเลือกตักอาหารรับประทานเอง ไม่ใช่ให้ใครมาป้อนแบบเด็กๆ

ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่จะตักตวงอาหารที่เป็นข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น

เราต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ไปตลอดชีวิต และทุกอย่างต้อง ระเบิดจากข้างใน คือจากตัวเราเอง คือต้องอยากรู้ อยากเรียนด้วย เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่มีใครจะมาบังคับใครได้นอกเสียจากตัวเอง

ข้อความที่ผมสรุปไว้ข้างต้น คือประโยคทองและสาระสำคัญที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญที่สุดประการหนึ่ง สำหรับการพัฒนาประเทศไทย

การที่รัฐบาลสามารถทำให้ทุกหมู่บ้านทั่วไทยรับอินเตอร์เน็ตได้ คือก้าวใหญ่ที่ก้าวหนึ่งของการพัฒนาประเทศ

เพราะนี่คือการมอบ “อาวุธ” ทางสติปัญญาที่สำคัญที่สุดให้แก่พี่น้องในชนบทห่างไกลของเรา ซึ่งผมยังเชื่อว่าอย่างไรเสียก็ยังยากจนกว่าพวกเราในเมืองหลวง และเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศอยู่มาก

ทำให้ผมนึกถึงเมื่อ 30 ปีก่อนที่เพื่อนและรุ่นพี่ของผม 2 คน เคยจับมือกันมอบอาวุธทางปัญญาคล้ายๆกันนี้ให้แก่ชนบทห่างไกลมาแล้ว

นั่นก็คือคุณ โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้ริเริ่มการพัฒนาชนบทยากจนอย่างเป็นระบบ กับพี่ โกวิท วรพิพัฒน์ อดีตอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน

พี่โกวิทริเริ่มที่อ่านหนังสือพิมพ์หมู่บ้านมาหลายปี แต่สำนักงบประมาณยุคนั้นยังไม่เห็นความสำคัญ ยังไม่ยอมอนุมัติให้ขยายทั่วประเทศ

คุณโฆสิตคุมงบประมาณพัฒนาชนบทยากจนไว้จำนวนหนึ่ง บอกอาจารย์โกวิท เมื่อปี 2526 ว่า อาจารย์ไปทำโครงการมา ขอที่อ่านหนังสือพิมพ์หมู่บ้านให้ครบทุกหมู่บ้านนะ ผมให้ซื้อหนังสือพิมพ์วันละ 3 ฉบับต่อหมู่บ้านเลย อาจารย์ไปเลือกซื้อเอาเอง

อาจารย์โกวิททำยอดเงินมาประมาณ 70-80 ล้านบาทเท่านั้น เพราะสมัยนั้นหนังสือพิมพ์ยังราคาฉบับละ 3 บาท หมู่บ้านละ 10 บาทต่อวัน สามารถซื้อหนังสือพิมพ์ได้ถึง 3 ฉบับ ยังเหลือเงินทอน

เราเรียกข้อตกลงนี้ว่า “สนธิสัญญา RS” เพราะเป็นการหารือ และตกลงกันที่คอฟฟี่ช็อปโรงแรม RS หรือโรงแรม ราชศุภมิตร นางเลิ้ง (ปัจจุบันได้แก่ โรงแรม ปริ้นเซส) ระหว่างอาหารกลางวัน โดยมีผมและ ดร.กษมา วรวรรณ มือขวาของท่านอาจารย์ โกวิท วรพิพัฒน์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นี่คือการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่พี่น้องชนบทครั้งแรก เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว

แต่โลกเราปัจจุบันเป็นโลกยุคดิจิตอล ยุคไซเบอร์ ยุคอินเตอร์เน็ต ทันสมัยไฮเทค ก้าวล้ำไปอย่างมหาศาล

การสามารถทำให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้านสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ จึงเท่ากับรัฐบาลได้ส่งอาวุธที่จะสร้างสติปัญญาแก่ประชาชนในชนบทที่ยิ่งใหญ่กว่าที่อ่านหนังสือพิมพ์หมู่บ้านหลายร้อยเท่า

ไม่เพียงแต่จะเป็นก้าวใหญ่ของการพัฒนา ผมทราบมาว่ายังเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ด้วย หลายพันล้านบาท มิใช่ปีละ 80-90 ล้านบาท อย่างในยุคจัดสร้างที่อ่านหนังสือพิมพ์หมู่บ้านในอดีต

ผมจึงเห็นด้วยกับท่านนายกฯ ที่บอกว่าพี่น้องประชาชนจะต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้ม เลือกรับประทานหรืออ่านแต่เรื่องหรือข่าวที่เป็นสาระเพื่อการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาตัวเองไปตลอดชีวิต

จะอ่านไลน์ จะแชร์ข่าวหรือภาพสนุกๆด้วยก็ไม่ว่า แต่อย่าลืมเปิดอ่านเรื่องราวที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตให้มากๆ

อยากรู้อะไรถาม “กูเกิ้ล” ได้เลย ไม่ถึงพริบตา “กู” ก็จะตอบ “มึง” เอ๊ย ท่านพี่น้องทั้งหลายได้ทุกเรื่องทุกราว เรียนรู้ไปได้ตลอดชีวิตอย่างที่ท่านนายกฯท่านแนะนำไว้นั่นแหละครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้