วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังสามัคคีเภทในชาติ

ยังไม่มีการเปิดเผยผลการตีความ มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นที่ว่าใครเป็นผู้เริ่มต้นเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อขอความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ให้ มส. เป็นผู้เสนอชื่อและลงมติเอง หรือให้นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อต่อ มส.

การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ต้องล่าช้ามาเป็นเวลานาน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาตามมติ มส.โดยอ้างว่ายังมีความขัดแย้งในคณะสงฆ์ ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้คัดค้านโต้แย้งว่ามติ มส.ไม่ชอบด้วยกฎหมายคณะสงฆ์ เพราะไม่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อ แต่ มส.เสนอชื่อและลงมติเอง

ข้ออ้างที่ว่าจะยังไม่นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เนื่องจากยังมีความขัดแย้งในคณะสงฆ์ มีคำชี้แจงจากวงการคณะสงฆ์ว่าไม่มีการแตกแยก หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือมติ มส.ในการเสนอชื่อสมเด็จช่วงวัดปากน้ำ มส.มีกรรมการประมาณ 20 รูป ประกอบด้วยสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะระดับ สูง ทั้งจากมหานิกายและธรรมยุต และเป็นมติเอกฉันท์

ส่วนปัญหาด้านกฎหมาย กลุ่มผู้คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จช่วง ได้ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้ตีความมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ทั้งๆที่ไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ต่อมารัฐบาลขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ แต่ถึงแม้จะตีความอย่างไร ก็ไม่น่าจะกระทบถึงมติของ มส. ถ้าหาก มส.ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นสมเด็จพระสังฆราช

มาตรา 7 เขียนไว้ว่า “ในกรณี ที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ มส. เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์” ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ “ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์” มีเพียงรูปเดียว คือ สมเด็จวัดปากน้ำเพราะได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จก่อนรูปอื่นๆ

ฉะนั้นไม่ว่ากฤษฎีกาจะตีความอย่างไร แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องเสนอชื่อ “สมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดย สมณศักดิ์” หากเสนอชื่อสมเด็จรูปอื่นๆ จะถูกกล่าวหาทำผิดกฎหมาย เว้นแต่สมเด็จผู้อาวุโสสูงสุด “ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้” จึงให้เสนอผู้มีอาวุโสรองลงไป ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งให้คณะ สงฆ์ปกครองกันเองโดยอิสระ

รัฐบาลจึงต้องพิจารณาด้วยความ รอบคอบ ไม่ให้ตัดสินใจผิดพลาด อันอาจเสี่ยงต่อการนำไปสู่ความแตกแยกระหว่างรัฐบาลกับคณะสงฆ์ หรือระหว่างอาณาจักรกับศาสนจักรต้องไม่ให้ถูกมองว่าก้าวก่ายแทรกแซงในการปกครองคณะสงฆ์ แม้แต่ในขณะที่ยังไม่รู้ผลการตีความกฎหมาย องค์การพิทักษ์พระพุทธศาสนา ซึ่งมีพระภิกษุเป็นผู้นำก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว.

11 ก.ค. 2559 09:25 ไทยรัฐ