วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายพาเหยื่อร้องกองปราบ คดีพงส.เอี่ยว 'หญิงไก่' ชี้เป็นเครือข่าย

ชี้เป็นเครือข่าย ทนายของเหยื่อ จะยื่นปปช.ด้วย

“ทนายสงกานต์” พาเหยื่อหญิงไก่เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ดำเนินคดีพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น และเดินทางไปยื่นหนังสือกับเลขาธิการ ป.ป.ช.อีกทาง เพื่อขอให้กองปราบฯ ทำคดีหญิงไก่ฝ่ายเดียวทั้งที่มีข้าราชการมาเกี่ยวข้อง เลียนแบบคดีโกง สจร. เพราะคดีสลับซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับความผิดตาม ม.112 แฉตอนไปรับเศรษฐินีแล้วพาหายตัวไปเมื่อปี 46 มีรถตำรวจท่องเที่ยวนำขบวนไปด้วย หญิงนิรนามโผล่ส่งภาพถ่าย “โก้” คนขับรถหญิงไก่ที่หายตัวลึกลับกำลังทำงานอยู่ในไร่แห่งหนึ่งมาให้ เตรียมส่งให้ตำรวจตรวจสอบที่มาที่ไปแล้ว

กรณี น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นิสิตปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปีนายจ้าง แจ้งความดำเนินคดีพร้อมกับพ่อแม่ข้อหาลักทรัพย์ที่ สน.ประชาชื่น อ้างว่าขโมยทรัพย์สินประกอบด้วยทองคำแท่งและเงินสดรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่ปี 58 หลังจากกลายเป็นข่าวดัง ปรากฏว่า มีผู้ถูกนายจ้างรายนี้แจ้งความดำเนินคดีอีกหลายคน มีทั้งถูกจำคุกไปแล้วและคดียังอยู่ระหว่างดำเนินคดี ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนกองปราบปรามตรวจสอบข้อมูล รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกนางมณตามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 11 ก.ค. แต่หญิงไก่เข้าพบพนักงานสอบสวนก่อน ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหาฉกรรจ์ โดยเฉพาะข้อหาแอบอ้างเบื้องสูงตาม ม.112 ส่งฝากขังศาลอาญาและศาลไม่ให้ประกันตัวส่งเข้าทัณฑสถานหญิงกลางตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 10 ก.ค. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นายกมลศักดิ์ ศรีประเสริฐ ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื่อง พ่อและแม่ของน้องก้อย น.ส.วณิชยา หรือมีน บุ้นสุนเฮง และนางสุกัญญา ศิริม่วง แม่น้องมีน เข้าพบ ร.ต.อ.ชลิต มณีพร้าว รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป.ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีข้าราชการตำรวจ ข้าราชการพลเรือน เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุน หรือยุยงส่งเสริม หรือช่วยเหลือด้วยประการต่างๆแก่นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ เพื่อเอื้อในการกระทำความผิดทางอาญาทุกท้องที่ โดยนำเอกสารข้อมูลที่ญาติผู้เสียหายและพยานที่ทราบเหตุการณ์มามอบเป็นหลักฐาน

นายสงกานต์กล่าวว่า วันนี้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลจากทุกคนที่ยืนยันได้ว่า นางไก่ไม่ได้กระทำความผิดแต่เพียงผู้เดียว น่าจะเป็นเครือข่าย เชื่อว่าน่าจะยังมีข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ตำรวจบางนาย ทหารบางนาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น เพื่อให้ บช.ก.มีอำนาจสืบสวนจับกุมข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้ ปกติแล้วเป็นที่ทราบดีว่า การดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องส่งให้ ป.ป.ช. แต่ตำรวจสามารถดำเนินการได้เช่นกัน เหมือนคดี สจร. หาก ป.ป.ช.เห็นว่า คดีมีลักษณะเป็นขบวนการสลับซับซ้อน และมีผลกระทบต่อสถาบัน สามารถให้ บช.ก.ดำเนินคดีได้ วันนี้จึงมายื่นเรื่องเพื่อให้กองปราบปรามมีอำนาจดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยที่ไม่ต้องส่งให้ ป.ป.ช. และตนจะไปยื่นหนังสือกับเลขาธิการ ป.ป.ช.อีกครั้ง

“พฤติการณ์ของข้าราชการทหารและตำรวจมีหลายอย่างที่เข้าข่ายร่วมกระทำความผิด เช่น กรณีเศรษฐินีใน อ.เมืองอุดรธานี ที่นางไก่ไปอ้างว่าเป็นลูกสาวของอดีตสามีที่เลิกรากับเศรษฐินีคนดังกล่าวไปแล้ว ระบุว่า ต้องการซื้อที่ดิน 8 ไร่ มูลค่า 8 ล้านบาท เมื่อปี 2546 ญาติของเศรษฐินีคนดังกล่าวยืนยันว่า เมื่อเดือน ธ.ค.2546 ตอนที่หายตัวไป นางไก่เดินทางไปรับถึงบ้านโดยมีรถตำรวจท่องเที่ยวนำขบวนไปด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากญาติแล้วยังมีพยานเป็นชาวบ้านละแวกนั้นยืนยันด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ดินดังกล่าวทราบภายหลังถูกโอนก่อนขายผ่านมือ 1 เดือนต่อมา รวมทั้งเมื่อครั้งที่นางไก่ไป จ.แม่ฮ่องสอน จะข้ามไปยังประเทศพม่า มีพยานยืนยันว่า นางไก่มีคนในเครื่องแบบคอยดูแลอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ในส่วนรายละเอียดพฤติการณ์กระทำผิดของข้าราชการหน่วยอื่นเป็นอย่างไร มีใครบ้าง ขอไม่เปิดเผย เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อรูปคดี” นายสงกานต์กล่าว

นายสงกานต์กล่าวต่อว่า ขณะนี้คดีของนางไก่แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนของ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำคดีของพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นว่า มีข้อบกพร่องหรือไม่ มอบหมายให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น.เป็นผู้ตรวจสอบ ก่อนส่งผลให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ คาดว่าผลการตรวจสอบน่าจะได้ไม่เกินวันที่ 13 ก.ค. ส่วน บช.ก.ตรวจสอบส่วนของคดีความที่ผู้เสียหายมาร้องให้ดำเนินคดีกับนางไก่ ครั้งแรกพบว่านางไก่แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างประมาณ 5 คดี แต่แล้วกลับพบว่า แท้จริงแล้วแจ้งไว้อีก 4 คนรวมเป็น 9 คดี แต่เมื่อมีข่าวอดีตลูกจ้างมาแจ้งความกลับ นางไก่รีบไปถอนแจ้งความ 4 คดีทันที

“พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ยังตรวจสอบพบว่า นางไก่ไปขอให้โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านแครายออกบัตรผู้ป่วยจิตเวชให้ ซึ่ง พล.ต.ท.ฐิติราชรู้มานานแล้วจึงไปป้องปรามไว้เพื่อไม่ให้นำมาใช้ ขอยืนยันว่า ถึงแม้จะมีบัตรดังกล่าวมายืนยันว่า นางไก่มีอาการป่วยทางจิต แต่กฎหมายระบุไว้ว่า หากผู้ใดกระทำความผิดโดยเล็งเห็นผลไว้ก่อนแล้วและมีการเตรียมการณ์ จะอ้างว่าป่วยทางจิตไม่ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทราบว่า ชุดสืบสวนลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ และ จ.พิษณุโลก พื้นที่ที่นางไก่เคยอาศัยอยู่มาก่อน เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าไม่เกินวันที่ 13 ก.ค. น่าจะทราบผล” นายสงกานต์กล่าว

นอกจากนี้ นายสงกานต์ยังกล่าวถึงกรณีนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน อายุ 38 ปี ชาว จ.ลพบุรี คนขับรถคนสนิทของนางไก่ ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2555 ว่า ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีหญิงไทยคนหนึ่งส่งภาพถ่ายของนายโก้ ขณะอยู่กลางไร่แห่งหนึ่ง (ไม่ทราบสถานที่) เมื่อตนลองเข้าไปตรวจสอบในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้หญิงคนดังกล่าวพบว่า หญิงคนดังกล่าวแต่งงานกับชาวออสเตรเลีย แต่ตนไม่ได้แชทหรือสอบถามข้อมูลใดๆไปอีก วันที่ 11 ก.ค.ตนจะนำเฟซบุ๊กและรูปถ่ายที่ได้มาส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อประสานไปยัง บก.ปอท.ตรวจสอบหานายโก้ต่อไป ตนปรึกษากับตำรวจแล้วเชื่อว่า นายโก้อาจอยู่ในที่ซ่อนเร้น หรือน่าจะเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นหากใครมีข้อมูลเบาะแสนายโก้หรือพบศพชายไทยไม่ทราบชื่อ ขอให้แจ้งมาที่ บช.ก. เบื้องต้นผู้หญิงคนดังกล่าวลักษณะคล้ายหญิงสาวที่เคยทำงานกับนางไก่ ก่อนจะถูกส่งตัวไปทำงานต่างประเทศ เชื่อว่าน่าจะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับนายโก้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บังคับเรียก 'คุณหญิง' ลูกจ้างแฉให้คลานเข้าหา ชอบอ้างสถาบันเบื้องสูง

ญาติร้องค้นหา เศรษฐินี คนรู้จัก 'หญิงไก่'

ป.ส่งฟ้องผิดม.112 หญิงไก่! วืดประกันนอนคุก

“ทนายสงกานต์” พาเหยื่อหญิงไก่เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ดำเนินคดีพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น และเดินทางไปยื่นหนังสือกับเลขาธิการ ป.ป.ช.อีกทาง เพื่อขอให้กองปราบฯ ทำคดีหญิงไก่ฝ่ายเดียวทั้งที่มีข้าราชการมาเกี่ยวข้อง 11 ก.ค. 2559 07:39 ไทยรัฐ