วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถิติเผย! 'ตราไก่' พ่ายยูโรในบ้านนัดแรกรอบ 20,454 วัน

มีการเปิดเผยว่า ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส พ่ายในบ้านของศึกยูโรรอบสุดท้ายเป็นนัดแรกตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 1960 เกมที่พ่ายต่อ เชโกสโลวาเกีย 0-2 ซึ่งยาวนานกว่า 20,454 วันเลยทีเดียว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 11 ก.ค. ว่า อ็อพตา สื่อเจ้าพ่อสถิติเปิดเผยว่า "ทัพตราไก่" ฝรั่งเศส เสียซิงพ่ายในบ้านนัดแรกของรายการระดับเมเจอร์ในรอบ 20,454 วัน นับตั้งแต่พ่ายต่อ เชโกสโลวาเกีย 0-2 ในนัดชิงที่สามของศึกยูโรครั้งแรกปี 1960 ซึ่งรวมแล้วยาวนานกว่า 20,454 วันด้วยกัน

หลังโดนทีเด็ดการสังหารประตูของ เอแดร์ หัวหอกตัวสำรองของโปรตุเกสในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 109 ทำให้ทัพตราไก่พ่ายต่อทัพฝอยทอง 0-1 แบบสุดช็อกพร้อมกับชวดแชมป์ยูโร 2016 ในบ้านตัวเองอย่างน่าเสียดาย

โดยหลังเกม อ็อพตา เจ้าพ่อสถิติชื่อดังได้รวบรวมข้อมูลพร้อมระบุว่า ทีมชาติฝรั่งเศส เสียสถิติไม่ชนะ โปรตุเกส เป็นครั้งแรกในรอบ 11 นัด พร้อมกับเสียสถิติเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ในบ้านเป็นครั้งแรกในรายการระดับเมเจอร์ทั้งศึกยูโร และ ฟุตบอลโลกในรอบ 20,454 วันเลยทีเดียว โดยนัดสุดท้ายที่ทัพตราไก่แพ้ต้องย้อนไปถึงวันที่ 9 ก.ค. 1960 ในศึกยูโร 1960 นัดชิงที่สาม ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพครั้งแรกแต่พ่ายต่อเชโกสโลวาเกียไป 0-2 จากประตูของ วลาสติมิล บับนิก นาทีที่ 58 และ ลาดิสลาฟ พาฟโลวิค นาทีที่ 88 ส่วนในยูโร 1984 และ ฟุตบอลโลก 1998 ที่พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพสามารถก้าวไปถึงการคว้าแชมป์

ขณะที่ การคว้าแชมป์ของโปรตุเกส ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ 10 ในยูโรที่คว้าแชมป์ไปครองต่อจาก สหภาพโซเวียต, สเปน, อิตาลี, เยอรมนี, สาธารณรัฐเช็ก, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก, กรีซ และเป็นเกมที่ 35 ตั้งแต่ลงเล่นในศึกยูโรรอบสุดท้ายพร้อมกับการคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ส่วนสถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจหลังเกมนัดชิงยูโร (ฝรั่งเศส พบ โปรตุเกส)

- เอแดร์ คือนักเตะโปรตุเกสคนแรกที่ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษในศึกยูโรได้ตั้งแต่ รุย คอสตา เคยยิงใส่ อังกฤษ ในยูโร 2004

- เอแดร์ คือนักเตะที่ลงมาเป็นตัวสำรอง และยิงประตูในยูโรต่อจาก โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ, ซิลแวง วิลตอร์, ดาวิด เทรเซเกต์, ฮวน มาตา และ เฟร์นันโด ตอร์เรส

- ประตูในช่วงต่อเวลาของ เอแดร์ คือลูกที่ 4 ในศึกยูโรนัดชิงชนะเลิศต่อจาก วิคตอร์ โพเนเดลนิค (รัสเซีย, 1960), โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ (เยอรมนี, 1996), ดาวิด เทรเซเกต์ (ฝรั่งเศส, 2000)

- ผลเสมอใน 90 นาทีของคู่นี้คือครั้งที่ 6 ในนัดชิงชนะเลิศของศึกยูโร แต่ผลเสมอ 0-0 ของคู่นี้คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยูโรนัดชิงชนะเลิศ

- เรนาโต ซานเชซ คือนักเตะอายุน้อยสุดที่ลงเล่นในศึกยูโรนัดชิงชนะเลิศ 18 ปี 328 วัน

- อองตวน กรีซมันน์ เป็นแข้งรายที่สองต่อจาก มิชาเอล บัลลัค ที่พ่ายในรอบชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และ รอบชิงยูโร

- อองเดร์ ปิแอร์ ชิญัก เป็นแข้งรายที่ 4 ที่ยิงชนเสาในนัดชิงชนะเลิศของศึกยูโร ต่อจาก อิกอร์ เบลานอฟ (สหภาพโซเวียต, 1988), เธียร์รี อองรี (ฝรั่งเศส, 2000), เฟร์นันโด ตอร์เรส (สเปน, 2008)

- คริสเตียโน โรนัลโด ถูกเปลี่ยนตัวไวที่สุดในรอบชิงชนะเลิศของศึกยูโร (นาทีที่ 25, ริควาร์โด ควาเรสมา ลงมาแทน) โดยเป็นรองแค่นัดชิงปี 2012 ที่ จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังอิตาลี ถูกเปลี่ยนตัวออก (นาทีที่ 21, มาร์โก บัลเซรัตติ ลงมาแทน)

- คิงส์ลีย์ โกมาน คือนักเตะฝรั่งเศสอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในยูโรรอบชิงชนะเลิศ (20 ปี 27 วัน) และเป็นแข้งอันดับ 5 ที่อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ยูโรนัดชิง

- คิงส์ลีย์ โกมาน ลงมาเป็นตัวสำรองให้กับทีมชาติฝรั่งเศสแค่ 32 นาที แต่สร้างโอกาสมากที่สุด 4 ครั้งมากกว่านักเตะของทั้งสองทีมรวมกันตลอด 90 นาที

- ดานิโล, เอแดร์, นานี, เปเป และ วิลเลียมส์ คาร์วัลโญ คือนักเตะที่เกิดจากนอกทวีปยุโรปที่คว้าแชมป์ยูโร ต่อจาก มาร์กเซย์ เดอไซญี, ลิลิยอง การอมเบอ, ฌอง ติกานา, พาทริค วิเอรา และ มาร์กอส เซนนา

มีการเปิดเผยว่า ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส พ่ายในบ้านของศึกยูโรรอบสุดท้ายเป็นนัดแรก ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 1960 เกมที่พ่ายต่อ เชโกสโลวาเกีย 0-2 ซึ่งยาวนานกว่า 20,454 วันเลยทีเดียว... 11 ก.ค. 2559 06:33 11 ก.ค. 2559 09:42 ไทยรัฐ