วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์สกัดนอมินีต่างชาติ ดันสุดลิ่มคนเดียวจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

“พาณิชย์” เตรียมดันร่างกฎหมายจัดตั้งนิติบุคคลโดยคนเดียวเสนอ ครม.เร็วๆนี้ ชี้เพิ่มเกณฑ์อำนาจควบคุมกิจการของต่างชาติ ป้องกันปัญหานอมินี พร้อมดันยอดจัดตั้งนิติบุคคล 1.2 ล้านราย ภายใน 2 ปี

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว ซึ่งเปลี่ยนชื่อ มาจาก พ.ร.บ.การจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียวว่า ขณะนี้ยกร่างเสร็จและส่งร่างไปให้หน่วยงานต่างๆพิจารณาเสร็จแล้ว จะสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในเร็วๆนี้ หากเห็นชอบ จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าร่างกฎหมายจะได้รับการอนุมัติได้ทันปี 59 เพราะเนื้อหาในร่างกฎหมายไม่ซับซ้อนมีเพียง 60 มาตราเท่านั้น

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว กรมฯได้กำหนดรายละเอียดอำนาจการควบคุมบริหารและการครอบงำกิจการโดยคนต่างชาติ เพื่อป้องกันการถือหุ้นแทนคนต่างชาติ (นอมินี) หรือนิติบุคคลอำพรางที่คนต่างชาติจ้างคนไทยถือหุ้นแทน เพราะกฎหมายฉบับนี้จะอนุญาตให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น ที่สามารถมาขอยื่นจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลคนเดียวได้

“ร่างกฎหมายการจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว จะดูเรื่องสิทธิในการบริหารงานว่ามีคนต่างชาติมีอำนาจในการควบคุมหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหานอมินีได้อีกช่องทางหนึ่ง เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่นิยามคนต่างด้าว ไม่ได้ห้ามคนต่างด้าวมีอำนาจในการบริหารบริษัท แม้ถือหุ้นน้อยกว่าคนไทย จึงเป็นช่องทางให้เกิดนอมินีได้”

อย่างไรก็ตาม หากผลักดันกฎหมายนี้ได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นผลงานสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการลงทุนและส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้ประกอบธุรกิจให้ง่ายขึ้น และเอสเอ็มอีจะแสดงตัวตนเข้าสู่ระบบมากขึ้น มีผลดีต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะกำหนดให้บุคคลเพียงคนเดียว สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้ จากปัจจุบันต้องไม่น้อยกว่า 3 คน

น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวอีกว่า การจัดทำร่าง กฎหมายนี้ ยืนยันว่าได้ทำอย่างรอบด้าน เพราะได้ผ่านความคิดเห็นทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการ สำนักงานบัญชีและกฎหมาย ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ เพราะจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คาดว่าจะทำให้ยอดการจดทะเบียนนิติบุคคลเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัว หรือเพิ่มจาก 600,000 รายในปัจจุบัน เป็น 1.2 ล้านรายภายใน 2 ปี หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้.