วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งัดวิชามารต้านรัฐธรรมนูญ

ก่อนจะไปถึงไฮไลต์สำคัญทางการเมืองคือ การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. 59 ซึ่งก็ใกล้เวลาเข้ามาทุกขณะ ก็เกิดปรากฏการณ์ต่างๆนานาในภาพทางเปิด ก็เป็นพวกที่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

แม้จะถูกบล็อกจาก คสช.ด้วยการใช้กฎหมายเข้าจัดการ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ยอมยุติง่ายๆ ถึงขั้นว่าจับเข้าคุกแล้วก็ไม่เข็ดหลาบ

ที่มาในรูปแบบใหม่ก็คือ การใช้วิชามารจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญออกแจกจ่ายแก่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่

เพียงแต่เป็น “รัฐธรรมนูญ” ฉบับ “มาร” แท้ๆเท่านั้น

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะหน้าปกนั้นใช้รูปแบบไม่ต่างกับฉบับของจริง แต่เนื้อหาข้างในกลับเปลี่ยนแปลงสาระใหม่ทั้งหมดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พูดง่ายๆก็คือจากขาวเป็นดำ จากดำเป็นขาว

เป้าหมายก็คือ ทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่จะจัดทำประชามติกันนั้นไม่ดีไม่งาม ไม่ควรที่จะรับร่างเพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสน

เป็นการปลุกระดมอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อต้องการให้คว่ำ...ว่างั้นเถอะ

ถือเป็นวิธีการเล่นใต้ดินที่น่าจะมองออกว่าเป็นฝีมือของพวกไหน หวังผลเพื่อเป้าหมายอะไร ซึ่งน่าจะทำกันอย่างเป็นขบวนการ

ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การตีพิมพ์เอกสาร “รัฐธรรมนูญมาร” ที่ออกมานั้น ไม่ใช่ยอดพิมพ์แค่ฉบับสองฉบับเท่านั้น แต่มีการแจกจ่ายกันเป็นจำนวนมาก และการส่งผ่านก็ทำได้อย่างรวดเร็วทั่วถึงกว่าที่ กกต.จะแจกจ่ายแก่ประชาชน

ถ้าว่ากันอย่างตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานของ กกต. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงด้วยซ้ำไป

เหมือนกับจะ “ตบหน้า” กกต.ให้ได้อายแทรกแผ่นดินไปเลย

ดังนั้น ผู้ดำเนินการจัดพิมพ์รัฐธรรมนูญฉบับของปลอมนี้จึงต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่ เพราะต้องมี “เงินทุน” สูง มีศักยภาพและบารมีไม่น้อย โดยไม่เกรงกลัวต่อความผิดทางข้อกฎหมาย

ไม่เกรงกลัว คสช.ที่มีอำนาจคุมประเทศอยู่ในขณะนี้

และนี่คือสิ่งหนึ่งที่จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายให้ชัดเจน หากไล่เรียงถึงที่มาที่ไปและสาวไปถึงต้นตอได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

เพราะสามารถสาวไปถึงแหล่งพิมพ์ ใครสั่งพิมพ์ ใครเป็นผู้นำไปแจกจ่าย ใครเป็นคนควักเงินจ่ายเพื่องานนี้

ถือว่าเป็น “ใบเสร็จ” ที่ไม่ต้องตีความว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ไม่ต้องไปตีความว่าเป็นเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่

ไม่ต้องไปเข้าเครื่องตาชั่งว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

เนื่องจากเป็นวิธีการที่ส่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อ เท็จจริงเข้า ม.61 (2) ของ พ.ร.บ.ประชามติอย่างชัดเจน

ข้อสำคัญก็คือหากสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งขบวนการก็จะเป็นประโยชน์และหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจงใจที่จะคว่ำรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่แยบยลเท่าใดนัก

สามารถที่จะนำไปลบล้างกับฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นเพราะการที่ คสช.ใช้อำนาจปิดกั้นเสรีภาพจึงต้องออกมาแสดงความคิดเห็น

ในทางข่าวยังพบว่ามีการเรียกบรรดาหัวคะแนน อดีตนักการเมือง ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายให้เคลื่อนไหวในพื้นที่รับผิดชอบ

เพื่อปลุกระดมให้ประชาชนไม่ต้องไปใช้สิทธิหรือถ้าไปใช้สิทธิก็ให้ลงคะแนนไม่รับร่าง สวนทางกับฝ่ายรัฐที่รณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิกันให้มากๆ

กว่าจะถึง 7 ส.ค. 59 คงจะได้เห็นอะไรต่อมิอะไรให้เห็นกันอีกแน่.

“สายล่อฟ้า”

10 ก.ค. 2559 12:13 ไทยรัฐ