วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็กบิล “นอมินี” ท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ของประเทศ

โดย ซูม

ในฐานะที่คอลัมน์นี้ เป็นคอลัมน์หนึ่งที่ได้เขียนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปราบบริษัท “นอมินี” หรือตัวแทนอำพรางต่างๆที่เข้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทยของเราเป็นจำนวนมาก

เพื่อตักตวงหรือเบียดบังส่วนแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยเรากลับคืนไปเป็นของเขา หรือรั่วไหลออกไปก้อนใหญ่ในแต่ละปี

โดยเฉพาะบริษัทอำพรางจากประเทศจีนที่แฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจกับนักท่องเที่ยวจีน ดังที่ทราบและโจษขานกันมาหลายปีแล้ว

ต่อมาทางรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้มีมติ ครม.ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ ร่วมกันปราบปรามให้หมดสิ้นไป และป้องกันมิให้เกิดบริษัทเช่นว่านี้เกิดขึ้นอีก

เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวตกอยู่กับบริษัทไทยๆ คนไทย และประเทศไทย โดยไม่รั่วไหลดังเช่นที่ผ่านมา

ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง บรรดาข้าราชการและพนักงานของหน่วยงานดังกล่าว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต ก็ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมบริษัทท่องเที่ยวใหญ่บริษัทหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อมีหลักฐานว่านักธุรกิจชาวจีนอย่างน้อยก็ 2 ราย ได้ใช้หลักฐานบัตรประชาชนปลอมสวมรอยเป็นคนไทยเข้ามาดำเนินกิจการในฐานะหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทที่เข้าข่ายตัวแทนอำพรางทุกประการ

สามารถยึดทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการไว้ได้จำนวนมาก เช่น รถยนต์ รถบัสถึง 117 คัน และเรือที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยวในทะเลอีกถึง 35 ลำ

นับเป็นบริษัทที่มีกิจการใหญ่โตมากและมีบริษัทย่อยอยู่ในสังกัดอีกถึง 17 บริษัทและได้ดำเนินกิจการมากว่า 10 ปีแล้ว

ผมต้องขอแสดงความชื่นชมต่อคณะเจ้าหน้าที่ไทยทุกฝ่าย ทุกส่วนลงมาจนถึงทุกๆท่านและทุกๆรายที่ร่วมมือกันในการจับกุมครั้งนี้

แม้จะเอ่ยชื่อหน่วยงานหรือตัวบุคคลมิได้ทั้งหมด แต่ผมก็ได้จดจำเอาไว้แล้วว่ามีหน่วยไหนและบุคคลใดบ้าง

ขอขอบคุณที่ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และสามารถจับกุมนอมินี รายใหญ่ได้สำเร็จ

ผมขอให้กำลังใจและขอให้ดำเนินการสืบค้นและหาหลักฐานต่อไป เพราะผมเชื่อว่าอาจจะยังมีบริษัทอำพรางในลักษณะนี้อยู่อีกมาก

ซึ่งก็น่ายินดีที่มีข่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งกำลังหาข้อมูลหาหลักฐานที่จังหวัดท่องเที่ยวทางภาคเหนือของเราหลายๆจังหวัด

คงจะได้มีการจับกุมอีกระลอกหนึ่งในเร็วๆนี้

เท่าที่ผ่านมาข้อกล่าวโทษร้องทุกข์ส่วนใหญ่ในเรื่องนี้จะมุ่งไปในกลุ่มบริษัทท่องเที่ยวที่ดำเนินธุรกิจกับนักท่องเที่ยวจีน

ที่มักจะเข้ามาอำพรางเป็นเจ้าของทุกอย่าง ตั้งแต่รถทัวร์ รถตู้ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ฯลฯ จนแม้แต่ไกด์ หรือมัคคุเทศก์ก็ยังใช้คนของเขาเอง

ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า หากพวกเขาสูบกลับไปหมดขั้นนี้จะเหลือส่วนแบ่งอะไรไว้ให้กับคนไทยเราบ้าง

ถ้าเป็นเช่นนี้ รายได้การท่องเที่ยวที่กล่าวกันว่าเป็นรายได้หลักของประเทศไทยในปัจจุบันจะช่วยกระตุ้นหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยได้สักเท่าไรกัน

ยิ่งเราวางแผนกันว่าปีนี้ หรือแม้แต่ล่วงเลยไปถึงปีหน้า เราจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นรวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนด้วย ก็จะมิกลายเป็นการสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศของบริษัทท่องเที่ยวอำพรางเหล่านี้ไปอีกหรือ

กิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นเมื่อมีคนมาเที่ยวมาก ชมมาก ดูมาก ก็อดมิได้ที่จะต้องเสื่อมโทรมลง สวยงามน้อยลง หรือในส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติก็อาจจะไม่เหมือนเดิม

มีความจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟู หรือหาทางปรับปรุงตกแต่งจัดระเบียบให้กลับมาดูดี หรือสวยงามเหมือนเก่า

ค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่ใช้เพื่อการนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ประเทศไทยในฐานะเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวจะต้องแบกไว้ทั้งสิ้น

อันจะทำให้ประเทศเราขาดทุนหนักไปอีก เพราะนอกจากรายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว เรายังจะต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและฟื้นฟูต่างๆด้วย

ผมจึงขอร้องให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำหน้าที่ต่อไป อย่าได้ย่อท้อ เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติ พร้อมกับขอให้กำลังใจและปรบมือให้อีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้.

“ซูม”

10 ก.ค. 2559 11:49 10 ก.ค. 2559 11:49 ไทยรัฐ