วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศรัทธาตามรอยบุญ ทริปเที่ยวเข้าพรรษา

“ประเพณีแห่เทียนพรรษา” จังหวัดอุบลราชธานี...ถือว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดหรือของภาคอีสานก็ว่าได้ ได้รับความสนใจ...โด่งดังไปทั่วโลก

ด้วยฝีมือการแกะสลักลวดลายอันวิจิตรบนเทียน รถประดับเทียน ออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ใครที่มีโอกาสแวะเวียนไปงานนี้จะได้ชมริ้วขบวนแห่เทียนโบราณ ขบวนแห่เทียนพรรษา การประกวดธิดาแห่เทียนพรรษา กิจกรรมเยือนชุมชนตามคุ้มวัดต่างๆ

การนำเทียนไปถวายช่วงเข้าพรรษา ถือเป็นการน้อมบูชาพระรัตนตรัย ปัจจุบันคนไทยยังมีความเชื่อว่าจะช่วยให้เกิด...ปัญญา ความเฉลียวฉลาด ความนิยม

เทศกาลแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีนั้น หนึ่งอาจมาจากความที่ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็ง

ด้วยในพื้นที่เองก็ถือว่าเป็นบ่อเกิดของพระสายวิปัสสนารูปสำคัญๆมาตั้งแต่อดีต รวมถึงในยุคของกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เป็นผู้สำเร็จราชการได้มีการจัดขบวนแห่บั้งไฟขึ้นที่วัดกลาง มีชาวบ้านร่วมขบวนแห่จำนวนมาก แล้วก็มีเหตุให้เกิดการทำร้ายกันจนถึงความตาย...

เรื่องไปถึงเสด็จในกรม จึงทรงขอให้เลิกการแห่บั้งไฟ ต่อมา...จึงได้เปลี่ยนมาเป็นการแห่เทียนแทน

ตัดฉากลงมาที่ “เทศกาลเข้าพรรษาภาคกลาง” เรียกว่ามีกิจกรรมท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญถวายต้นเทียนในทุกจังหวัดเช่นกัน ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แนะนำว่า...

หากจะเดินทางไปท่องเที่ยวแบบทริปเดียวที่เที่ยวได้ครบ 3 งาน 3 แบบ 3 สไตล์ใน 3 จังหวัด ก็จะมีอย่างเช่น ตักบาตรดอกเข้าพรรษา (หนึ่งเดียวในโลก) ช่วงวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2559 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม นอกจากพุทธศาสนิกชนจะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์แล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนพยุหยาตรา ขบวนรถบุปผชาติ

ที่ขาดไม่ได้ก็คือความงดงามของ “ดอกเข้าพรรษา” ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งวัด ตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งตะวันเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลับขอบฟ้า หลังมณฑปพระพุทธบาทกระทั่งแลลับทิวเขาสุวรรณบรรพตไป

“ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” หาได้ในแถบจังหวัดสระบุรีเท่านั้น ลักษณะอ่อนช้อยสวยงาม ยาว 10-20 เซนติเมตร มีสีเหลืองสดใสคล้ายรูปหงส์กำลังบิน ส่วนสีกลีบมีหลายสี...สีเหลือง สีขาว สีม่วง

วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ของทุกปี พี่น้องประชาชนชาวพุทธบาทและใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรษา...เป็นวันตักบาตรดอกไม้ โดยมีพิธีตักบาตรดอกไม้วันละ 2 รอบ คือรอบเช้า กับรอบบ่าย

ต่อด้วย...ประเพณีแห่เทียนทางน้ำ วิถีชาวน้ำและชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็วกกลับไปปิดท้ายด้วยประเพณีแห่เทียนพรรษาภาคกลาง ชมขบวนแห่เทียนที่มีความยิ่งใหญ่ที่มีความแตกต่างต้องไปเที่ยวพิสูจน์ ไม่แพ้อุบลราชธานี...นครราชสีมา

ไฮไลต์อื่นๆน่าเที่ยวน่าไปชมให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต วันที่ 19 กรกฎาคม “ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด” คลองตลาดลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ย้อนรำลึกถึงอดีตอันรุ่งเรือง ทรงคุณค่าของชุมชนแห่งนี้ที่ยังคงงดงาม ดั่งถ้อยคำที่ว่า “สายน้ำแห่งชีวิต ลิขิตวิถีลาดชะโด”

กิจกรรมน่าสนใจ ชมขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำกว่า 100 ลำตกแต่งอย่างสร้างสรรค์ สวยงามด้วยฝีมือชาวบ้าน ชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลอง สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงรักษาไว้ การยกยอท้องทุ่งนาที่เขียวขจี การประกวดบ้านสวนริมคลอง แข่งขันกีฬาพื้นบ้าน สัมผัสบรรยากาศตลาดน้ำย้อนยุค ฯลฯ

ถัดมา “ประเพณีแห่เทียนพรรษาสุพรรณบุรี” วันที่ 19-21 กรกฎาคม บริเวณถนนในเขตเทศบาลเมือง และวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างชุมชนเข้มแข็ง

แคมเปญไทยเที่ยวไทย...“เทศกาลงานบุญ” ภาคกลางตลอดเดือนกรกฎาคม 2559 ต้องบอกว่าห้ามพลาด...เที่ยวแล้วอย่าลืมถ่ายรูปเซลฟี่กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา งานบุญ ส่งไปที่ www.ThailandHero.com เพื่อลุ้นรางวัลมากมาย ทั้งเงินล้าน รถยนต์ และอื่นๆ

“ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงฤดูฝน มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ...แคมเปญไทยเที่ยวไทยตามแผนกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวจะต้องรุกหนัก ให้อยู่ในบรรยากาศหน้าฝนคนหาความสุข”

ยุทธศักดิ์ บอกว่า การทำตลาดท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงกันยายน คนเที่ยวจะค่อนข้างน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น เราต้องรุกหนัก...จัดกิจกรรมส่งเสริมไทยเที่ยวไทย และแคมเปญ...รวมใจเที่ยวไทย ในช่วงเวลานี้...“ชวนคนไทยให้ออกมาเที่ยว มาใช้จ่าย เพื่อกระจายรายได้ไปในทุกๆพื้นที่”

แคมเปญ...“เที่ยวตามรอยบุญ” จะเน้นกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัว เกือบลืมไปว่าเรายังมีอีกกิจกรรมที่สำคัญในช่วงนี้...“เที่ยวตามศรัทธา ล่องเจ้าพระยามหามงคล ล่องเรือไหว้พระกับเรือวันเดอร์ฟูล เพิร์ล” เตรียมตัวให้พร้อม เพราะได้ข่าวว่าจะจัดขึ้นในวันอาสาฬหบูชา วันอังคารที่ 19 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

อิ่มบุญ เบิกบาน สืบสานพุทธศาสนา...กับกิจกรรมไหว้พระ 3 วัด ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในสมัยราชกาลที่ 1-4

เริ่มจาก “วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร” สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระองค์ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ ทั้งได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ

ถวายผ้าอาบน้ำฝน ไหว้พระ รับพรในพระอุโบสถ...สักการะขอพร “พระอรุณ” หรือ “พระแจ้ง” เพื่อเสริมสิริมงคล...ชมความงามพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศ อายุกว่า 200 ปี

ถัดมา “วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร” สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงสถาปนาใหม่ ต่อจากเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีและในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงรับเป็นพระอารามหลวงและพระราชทานนามว่า “วัดเทวราชกุญชรวรมหาวิหาร”

ไฮไลต์ที่ต้องไปชมพิพิธภัณฑ์ไม้สักทองอายุกว่า 479 ปี...สักการะรับพลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ...ไหว้พระพุทธรูป 9 สมัย เสริมมงคลชีวิต สักการะ “พระพุทธเทวราชปฏิมากร” พระประธานประจำพระอุโบสถ

สุดท้าย “วัดเฉลิมพระเกียรติ นนทบุรี” สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ช่วงเข้าพรรษาจะมีขบวนรำกลองยาวแห่เทียนพรรษา ถวายเทียนพรรษาในพระอุโบสถ กราบสักการะ “พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา”...นมัสการพระเจดีย์องค์สีขาว นมัสการพระศิลาขาวในพระวิหารหลวง

ใครที่มีโอกาสได้ไปเยือน ไม่ควรพลาดเที่ยวตามรอยบุญ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน “1672” “ไทยเที่ยวไทย”...ไม่ไปไม่ได้ จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยได้ในไม่ช้า.

10 ก.ค. 2559 11:38