วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ก่อนลาปารีส

ยูโร 2016 เพิ่มทีมเป็น 24 ทีมเป็นครั้งแรก มีเกมเพิ่มขึ้นจาก 31 เป็น 51 นัด ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า มากเกินไป ควรจะกลับไปใช้ระบบ 16 ทีมเหมือนเดิม เตะจบรอบแรกแล้วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเลย ระยะเวลาการแข่งขันสั้นลง ไม่ใช่จบรอบแบ่งกลุ่มแล้วทีมอันดับ 3 ยังผ่านเข้ารอบถึง 4 ทีม และตกรอบกลับบ้านไปแค่ 8 ทีมเท่านั้น

โจอาคิม เลิฟ กุนซือเยอรมนีและมัตส์ ฮุมเมิลส์ กองหลังอินทรีเหล็กเห็นพ้องต้องกันว่า 24 ทีมมากเกินไป ทำให้ยูโรรอบสุดท้ายไม่เข้มข้นเท่าที่ควร แทนที่จะเน้นคุณภาพกลับเพิ่มปริมาณ หลายทีมเล่นตั้งรับอยู่ในแดนตัวเอง ไม่เป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลในระยะยาว

แต่ยูฟ่ายืนยันแล้วว่า จะใช้ระบบ 24 ทีมสุดท้ายในยูโร 2020 อย่างแน่นอน เพราะยุโรปมีทีมระดับคุณภาพมากพอที่จะมาวัดฝีเท้ากันในรอบสุดท้าย แต่เชื่อกันว่า เหตุผลหลักในการเพิ่มทีมก็เพราะเรื่องเงินล้วนๆ มีเกมเพิ่มมากขึ้น รายได้ก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย

เมื่อ 4 ปีก่อนในยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ยูฟ่ามีกำไร 593.7 ล้านยูโร ครั้งนี้มีเกมเพิ่มขึ้น 20 แมตช์ คาดว่ายูฟ่าจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ถึง 830 ล้านยูโร หรือกว่า 30,000 ล้านบาท มีเสียงคัดค้านย่อมมีเสียงสนับสนุนเช่นกัน ทีมเล็กๆในยุโรปมีโอกาสเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายมากขึ้น ได้ส่วนแบ่งเงินรางวัลและเงินสนับสนุนทีมไปพัฒนาฟุตบอลในประเทศตัวเอง

จุดเริ่มต้นของการเพิ่มเป็น 24 ทีม มาจากมิเชล พลาตินี อดีตประธานยูฟ่าชาวฝรั่งเศสที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอล 6 ปี จากคดีความที่เกี่ยวข้องกับเซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า

พลาตินีออกนโยบายเพิ่มทีมในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2007 ทำให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนเป็นประธานยูฟ่าและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสนับสนุนฝรั่งเศสเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูโร 2016 จนประสบความสำเร็จ แต่โชคไม่ดี พลาตินีถูกแบนไปเสียก่อน ทำให้เขาไม่มีส่วนร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งที่ทำคลอดมาเองกับมือ

เพิ่มทีมในรอบสุดท้ายแล้ว ยูฟ่ายังเพิ่มเงินรางวัลรวมเป็น 301 ล้านยูโร มากกว่าครั้งก่อนที่จัดสรรให้ 194 ล้านยูโร ทุกชาติจะได้รับเงินบำรุงทีม 8 ล้านยูโร รอบแรกชนะได้ 1 ล้านยูโร เสมอ 500,000 ยูโร ส่วนรอบน็อกเอาต์ตั้งแต่รอบ 16 ทีมเป็นต้นไป ไม่มีเงินรางวัลประจำแมตช์ แต่มีเงินรางวัลประจำรอบให้ทุกทีม เช่น รอบ 16 ได้ 1.5 ล้านยูโร, รอบ 8 ทีม 2.5 ล้านยูโร และรอบรองชนะเลิศ 4 ล้านยูโร

ส่วนนัดชิงชนะเลิศ ผู้ชนะได้ 8 ล้านยูโร รองแชมป์รับไป 5 ล้านยูโร หากทีมแชมป์ชนะรวดในรอบแรก จะได้เงินรางวัลรวมสูงสุด 27 ล้านยูโร (1,000 ล้านบาท) ยกตัวอย่างหากฝรั่งเศสคว้าแชมป์รับเงินรางวัลรวม 26.5 ล้านยูโร เพราะรอบแบ่งกลุ่มเสมอกับสวิตเซอร์แลนด์มา 1 นัด เท่ากับหักออกไป 500,000 ยูโร

ปกติแล้วการชิงอันดับ 3 ในบอลรายการใหญ่มักจะกร่อย เตะกันไปตามโปรแกรม เช่น ในศึกบอลโลก เพราะทีมอกหักทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้วในรอบตัดเชือก ความผิดหวังยังคงอยู่

แต่ในยูโรครั้งนี้เชื่อว่า หากมีการชิงอันดับ 3 ทีมม้ามืดอย่างเวลส์ย่อมอยากมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน แฟนบอลของพวกเขาก็คงยินดีที่จะปักหลักเชียร์กันต่อไป เพราะมีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลของชาติ แต่สำหรับเยอรมนีคงไม่อยากเตะเท่าไหร่ ระดับพวกเขาแล้วต้องลุ้นแชมป์เท่านั้น ฟุตบอลยูโรเคยมีการชิงอันดับ 3 มาก่อนในช่วงปี 1960-1980 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ยกเลิกชิงที่ 3 ไป เพราะคนดูน้อยทั้งในสนามและถ่ายทอดสด เหลือแต่บอลโลกและบอลชิงแชมป์ทวีปอื่นๆที่ยังมีการชิงอันดับ 3

ขณะเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ผมยังไม่ทราบผลคู่ชิงชนะเลิศ แต่ก็เตรียมตัวไว้ว่า ถ้าฝรั่งเศสคว้าแชมป์ จะไปร่วมสัมผัสบรรยากาศการฉลองชัยบนถนนชองเซลิเซในวันรุ่งขึ้น (11 ก.ค.) เหมือนเมื่อครั้งที่ทีมตราไก่คว้าแชมป์เวิลด์คัพในบ้านตัวเองเมื่อปี 1998 ที่มีผู้คนนับล้านออกมายินดีกันบนถนนสายนี้ และหวังว่า คงไม่มีใครฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายส่งท้ายยูโร 2016 ในวันดังกล่าว

แต่ถ้าฝรั่งเศสพ่ายโปรตุเกสชวดแชมป์ ก็ตัวใครตัวมัน แยกย้ายกันกลับบ้านไป ผมมาปักหลักที่ปารีสตั้งแต่ 5 มิ.ย. ตระเวนดูบอล 6 สนาม จาก 10 สนามที่เจ้าภาพจัดไว้ ตามแต่ความสะดวกในการจัดโปรแกรมเดินทาง รวมระยะเวลาที่อยู่ในฝรั่งเศสราว 40 วัน เสร็จภารกิจจากบอลยูโรกลับไปตะลุยฟุตบอลโลกกันต่อในหน้ากีฬา มีข่าวสารการเตรียมทีมของสโมสรต่างๆในการสู้ศึกฤดูกาลใหม่รออยู่ ฤดูกาลนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย แฟนแต่ละทีมได้ลุ้นกันสนุกแน่ครับ.

โต้ บ้านแหลม

10 ก.ค. 2559 10:37 10 ก.ค. 2559 10:37 ไทยรัฐ