วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป. ห่วงปมร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อฯ เปิดช่องงาบ จี้ สนช. กล้าปิดรูโหว่

เด็ก ปชป. ห่วงปมร่าง พรบ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เปิดช่องงาบยกระบบ จี้ สนช. กล้าแปรญัตติ ปิดช่องโกง ปูด ชง ม.7 เอื้อซื้ออาวุธ-จ้างที่ปรึกษา

เวลาที่ 10.45 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความกังวลต่อกรณีการพิจาณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระ 2 โดยกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อแปรญัตติในร่าง พ.ร.บ.นี้ เพราะเดิมประเทศไทยใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 การที่รัฐบาลจะยกระดับขึ้นเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ เพื่อป้องกันการทุจริต นั้น ตนเห็นด้วย เพราะหลักการและเหตุผลเขียนไว้ดีมาก คือ ให้มีการกำหนดมาตรฐานราคากลาง เพื่อให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติ เน้นเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ในรายละเอียด กลับเปิดช่องเอื้อประโยชน์ จะเป็นปัญหาในอนาคต

นายราเมศ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะมาตรา 7 ที่ระบุไว้ว่า พ.ร.บ.นี้ ไม่ให้บังคับแก่ (1) การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง (2) การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ และการบริการทางทหาร โดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) หรือ โดยการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศ ที่กฎหมายของประเทศนั้น กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (3) การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา หรือ การจ้างที่ปรึกษา ที่ไม่สามารถดำเนินการตาม พ.ร.บ.นี้ได้ ถามว่า เป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริต หรือไม่ อย่างไร เช่น หากรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งมีการจัดซื้อจัดจ้าง หากโครงการหนึ่งใช้งบฯ หลายพันล้าน หรือ กรณีการจัดซื้ออาวุธ ทั้งรถถัง และเรือดำน้ำ ของกองทัพหรือ กระทรวงกลาโหม ก็จะถูกปกปิดเป็นความลับทั้งหมดหรืออย่างไร ทั้งที่ใช้งบฯ หลายหมื่นล้าน ยิ่งเป็นรัฐบาลทหารก็ต้องสามารถตรวจสอบได้ ที่สำคัญตาม (3) ที่เปิดช่องให้การจ้างที่ปรึกษา โดยไม่ต้องใช้กฎหมายนี้บังคับ ทั้งที่เคยเกิดในยุครัฐบาล นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ละโครงการจ้างที่ปรึกษา หรือ แค่กระทรวงมหาดไทย มีการใช้งบจ้างที่ปรึกษาตั้งแต่ปี 2544 -2556 รวมแล้วมูลค่า 4.5 พันล้านบาท หากทุกกระทรวงมีการจ้างที่ปรึกษารวมกันจะมียอดเงินสูงนับหมื่นล้านบาท

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญในมาตรา 19 ของร่าง พ.ร.บ.นี้ กลับมีการระบุให้อำนาจตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ขึ้น 1 ชุดที่มี รมว.คลัง หรือ รมช.คลัง หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการมี ปลัดสำนักนายกฯ ปลัดกระทรวงคลัง ปลัดกระทรวงไอซีที เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผอ. สำนักงบประมาณ อัยการสูงสุด อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อีกไม่เกิน 7 คนจากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อวินิจฉัยว่า จะงดเว้นการบังคับใช้กฎหมายนี้กับกรณีใดได้อีกบ้าง โดยกรรมการชุดนี้มีอำนาจในการออกมติ ห้ามใช้กฎหมายนี้เข้าตรวจสอบ ซึ่งไม่เคยพบว่า มีประเทศไหนในโลกจะใช้วิธีการนี้มาก่อน เพราะให้อำนาจคณะบุคคลพิจารณาออกมติ งดเว้นการบังคับใช้กฎหมาย โดยดึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลมาร่วมเป็นตัวแทนในกรรมการ

ถามว่า เมื่อเกิดปัญหาก็จะมีการกล่าวอ้างว่า มีตัวแทนองค์กรตรวจสอบร่วมด้วย ดังนั้นโครงสร้างกรรมการนี้ จึงเป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลตามหลักธรรมาภิบาล ขอเรียกร้องให้ สนช. กล้าที่จะแปรญัตติกฎหมายนี้ เพื่อปรับกรุง แก้ไข ปิดช่องว่างของกฎหมายนี้ให้รัดกุม ไม่น้อยไปกว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และขอให้กรรมการวิสามัญที่ศึกษากฎหมายนี้ปิดช่องการทุจริต เอื้อประโยชน์ ให้สมกับการปฏิรูป

เด็ก ปชป. ห่วงปมร่าง พรบ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เปิดช่องงาบยกระบบ จี้ สนช. กล้าแปรญัตติ ปิดช่องโกง ปูด ชง ม.7 เอื้อซื้ออาวุธ-จ้างที่ปรึกษา 9 ก.ค. 2559 14:08 9 ก.ค. 2559 18:41 ไทยรัฐ