วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ในหลวง' พระราชทาน 29 ล้าน จากผู้ทูลเกล้าฯ บูรณะพระบรมธาตุเมืองคอน

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พระราชทานเงินกว่า 29 ล้านบาท หลัง "จิมมี่ ชวาลา" ทูลเกล้าฯ ถวายผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดซื้อทองคำทำสายสังวาลย์รัดกลีบบัวคว่ำบัวหงาย บูรณะพระบรมธาตุเจดีย์เมืองคอน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 59 นายกองเอก ดร.ดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมหารือการบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวานที่ผ่านมา กรณีการนำเงินที่ นายจิมมี่ ชวาลา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายจำนวน 28 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีความประสงค์ร่วมจัดซื้อทองคำเพื่อบูรณะซ่อมแซมองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช โดยมี พระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นายขจร มุกมีค่า รองอธิบดีกรมศิลปากร นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัด พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นายจิมมี่ ชวาลา คณะช่างสิบหมู่กรมศิลปากร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ครั้งล่าสุด ดำเนินการไปเมื่อปี พ.ศ. 2537-2538 ต่อมา ได้มีการขับเคลื่อนนำเสนอพระบรมธาตุเจดีย์ฯ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนมรดกโลก ปัจจุบันมีเงินกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ จังหวัดยังได้จัดทำพระบรมธาตุเจดีย์จำลอง จำนวน 999 องค์ เช่าบูชาองค์ละ 14,999 บาท เพื่อนำเงินมาสมทบกองทุนมรดกโลก ในส่วนของการบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์นั้น ปีงบประมาณ 2559 ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบนฝั่งอ่าวไทย จำนวน 30 ล้านบาท ต่อมาช่วงต้นปี 2559 นายจิมมี่ ได้บริจาคเงิน 28 ล้านบาท สำหรับการบูรณะครั้งนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี

ด้าน ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ กล่าวว่า เงินที่ นายจิมมี่ ทูลเกล้าฯ ถวายมีจำนวน 2 ยอด คือเมื่อ 5 ม.ค. 59 จำนวน 28 ล้านบาท และเมื่อ 21 มี.ค. 59 จำนวน 1.04 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นำเงินดังกล่าวทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์พระราชทานเงินดังกล่าวให้มาดำเนินการบูรณะองค์พระบรมธาตุ และเป็นพระราชศรัทธาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นสมควรให้นำเงินดังกล่าวมาจัดซื้อทองคำแล้วทำเป็นเข็มขัดหรือสายสังวาลย์รัดกลีบบัวคว่ำบัวหงาย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

และเนื่องจากปี 2559 เป็นปีมหามงคล 2 วาระ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 ส.ค. 59 ดังนั้น ที่สายสังวาลย์ทองคำแต่ละชิ้นจะมีตราสัญลักษณ์ของทั้ง 2 พระองค์ ปรากฏอยู่ด้วย โดยให้กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ มีจำนวน 9 ชิ้น ซึ่งต้องดำเนินการออกแบบ และจัดทำสายสังวาลย์ชิ้นแรกให้เสร็จก่อนวันที่ 5 ธ.ค. 59 เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตร และทรงพระสุหร่าย แล้วนำมาเก็บรักษาไว้ เมื่อมีการจัดทำสายสังวาลย์เสร็จครบทั้ง 9 ชิ้น ก็จะมีการนำขึ้นไปประกอบ เพื่อจารึกไว้ที่โบราณสถานแห่งนี้ ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการบูรณะกี่ครั้ง สายสังวาลย์นี้ก็ยังคงอยู่สืบไป

ขณะที่ นายจิมมี่ เศรษฐีใจบุญผู้บริจาคเงิน กล่าวว่า การจัดทำเข็มขัดรัดกลีบบัวคว่ำบัวหงาย ดูจากแบบในเบื้องต้นแล้วมีความงดงามมาก เป็นสิ่งที่ดีงามที่สุดแล้ว และสร้างความสุขแก่ชาวนครศรีธรรมราช และชาวไทยทั้งประเทศ.