วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สไนเปอร์ เด็ดหัว 5 ตร. ในเมืองดัลลัส ชนวนประท้วง แค้นยิง2คนดํา

ดัลลัสนองเลือด มือมืดลอบใช้ สไนเปอร์ซุ่มยิงฆ่าตำรวจ 5 นาย ระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์ การชุมนุมประท้วงของคนผิวดำที่แค้นเคืองตำรวจผิวขาว หลังมีเหตุคนผิวดำถูกตำรวจยิงตาย 2 ศพก่อนหน้านี้ที่รัฐมินเนโซตาและหลุยเซียนา โอบามาแถลงด่วน สังคมอเมริกันรู้สึกเขย่าขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกร้องเจ้าหน้าที่ขจัดอคติภายในให้หมดไป พร้อมชื่นชมเห็นใจตำรวจส่วนใหญ่ที่ทำงานเสี่ยงชีวิตปกป้องผู้คนทุกวัน

สถานการณ์ขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติสีผิว ที่ตามหลอกหลอนสังคมอเมริกันมาอย่างยืดเยื้อยาวนาน จนระลอกล่าสุดก็ได้เกิดการปะทะกันอีกครั้ง หลังมีเหตุการณ์ตำรวจผิวขาวก่อเหตุยิงคนผิวสี จนเรื่องราวบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ประท้วงและมีการนองเลือดสุดสยอง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า มีตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ระบบขนส่งมวลชน เขตดัลลัส (ดีเออาร์ที) 1 คน ถูกมือปืน (สไนเปอร์) อย่างน้อย 2 คนซุ่มยิง จนเสียชีวิตรวม 5 ศพ และมีผู้บาดเจ็บรวม 6 คน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. วันที่ 7 ก.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับประมาณ 08.45 น. วันที่ 8 ก.ค.ตามเวลาในไทย โดยเกิดขึ้นระหว่างฝูงชนหลายร้อยคน กำลังเดินขบวนชุมนุมที่ใจกลางเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส แสดงพลังต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว จนทำให้คนอเมริกันผิวดำเสียชีวิต 2 คน ที่รัฐมินเนโซตาและหลุยเซียนาเมื่อวันที่ 5 และ 6 ก.ค. จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวอเมริกันทั่วเมืองโดยเฉพาะกลุ่มคนผิวดำ จนมีการชุมนุมต่อต้านในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ

หลังเกิดเหตุสไนเปอร์ซุ่มยิงสังหารตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเออาร์ที ฝูงชนพากันแตกตื่นวิ่งหนีตายทั่วบริเวณ ส่วนตำรวจได้กระจายกำลังค้นหากลุ่มผู้ก่อเหตุ ตามสถานที่ต่างๆ จนสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน เป็นหญิง 1 คน ชาย 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 ได้ใช้ปืนยาวจู่โจมไรเฟิลยิงต่อสู้กับตำรวจอยู่พักใหญ่ ก่อนยิงตัวเองปลิดชีพ ที่ลานจอดรถใกล้วิทยาลัย “เอล เซ็นโทร คอลเลจ” ย่านใจกลางเมืองดัลลัส ก่อนยิงตัวตาย ได้ตะโกนบอกทีมเจรจาว่า การสิ้นสุดกำลังจะมาและจะโจมตีเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด ทั้งยังบอกว่ามีระเบิดถูกวางไว้ทั่วบริเวณ แต่หลังการตรวจค้นตำรวจไม่พบวัตถุระเบิดตามที่อ้างไว้

นายเดวิด บราวน์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองดัลลัสเผยว่า ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้งหมดทำงานร่วมกันใช้ปืนยาวไรเฟิลเป็นอาวุธก่อเหตุ ขณะมีการชุมนุมประท้วงของฝูงชนและเชื่อว่ามีสไนเปอร์2 คนซุ่มยิงใส่เจ้าหน้าที่จากที่สูงและซุ่มยิงมาจาก 2 ทิศทางโดยมีแผนจะสังหารและทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ในจำนวนผู้บาดเจ็บ 6 คนนั้น คนหนึ่งคือนางเชทาเมีย เทย์เลอร์ ถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ขณะพยายามปกป้องลูกๆ

ต่อมา นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดี สหรัฐฯ ที่ขณะเกิดเหตุ กำลังร่วมประชุมกับเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) และประชุมองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่โปแลนด์ ได้ออกมาพูดถึงเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ที่เมืองดัลลัส นับเป็นเหตุโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตำรวจสหรัฐฯ โดยระบุว่าสหรัฐฯอกสั่นขวัญแขวนต่อเหตุโจมตีตำรวจที่เมืองดัลลัสและไม่มีเหตุผลใดมาสมอ้างเพื่อก่อเหตุได้ แต่ก่อนหน้านี้ โอบามาได้ระบุว่า ผู้คนที่มีใจเป็นธรรม ควรต้องวิตกเกี่ยวกับเหตุตำรวจสังหารชาวอเมริกันผิวดำ เรียกร้องเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายให้ขจัดอคติภายในให้หมดสิ้นไป โอบามา ยังกล่าวชื่นชมและเคารพตำรวจส่วนใหญ่ ที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องชีวิตชาวอเมริกันทุกวัน และบอกว่าเขาเหล่านี้ทำงานหนักและเสี่ยงอันตราย

ส่วนมูลเหตุทำให้เกิดการชุมนุมประท้วง สืบเนื่องจากนายฟิแลนโด คาสติล ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตคารถยนต์ขณะเขาอยู่กับผู้หญิงและเด็ก ระหว่างถูกตำรวจเรียกตรวจ ที่เมืองเซนต์ พอล รัฐมินเนโซตา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.และก่อนหน้านี้ 1 วัน นายอัลตัน สเตอร์ลิง ถูกยิงเสียชีวิตในเมืองบาตัน รูจ รัฐหลุยเซียนา หลังถูกตำรวจผิวขาว 2 นาย จับกดนอนคว่ำหน้ากับพื้นทางเท้า ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้ถ่ายคลิปวีดิโอโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความไม่พอใจและทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสหรัฐฯ นำมาซึ่งการเดินขบวนประท้วงในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสดังกล่าว

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ตามเวลาในไทย นายกเทศมนตรีเมืองดัลลัส แถลงยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ข้างต้นว่า มีตำรวจถูกสไนเปอร์ซุ่มยิง เสียชีวิต 5 นาย รวมทั้งเบรนท์ ธอมป์สัน นายตำรวจแห่งสำนักงานทางด่วนพิเศษ (ดีเออาร์ที) วัย 43 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บมี 9 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 7 นาย ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯแถลงเพิ่มเติมด้วยว่าไม่พบหลักฐานมีเครือข่ายก่อการร้ายระหว่างประเทศ พัวพันเหตุโจมตีตำรวจที่เมืองดัลลัสแต่อย่างใด

นายเดวิด บราวน์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองดัลลัสแถลงในเวลาต่อมาว่า มือซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ที่เสียชีวิต เผยขณะเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการฆ่าคนผิวขาวให้มากที่สุด โดยเฉพาะตำรวจผิวขาว เพราะโกรธแค้นที่ตำรวจผิวขาวยิงคนผิวดำเสียชีวิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยลงมือเพียงลำพัง ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มใดๆ นายบราวน์เผยด้วยว่า สไนเปอร์รายนี้เสียชีวิต เพราะระเบิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้หุ่นยนต์ลำเลียงเข้าไปจุดระเบิดปลิดชีพคนร้ายหลังการเจรจาล้มเหลว ไม่ได้เสียชีวิตเพราะการยิงตัวตายหรือถูกเจ้าหน้าที่ยิงดังที่มีข่าวในตอนแรก

ดัลลัสนองเลือด มือมืดลอบใช้ สไนเปอร์ซุ่มยิงฆ่าตำรวจ 5 นาย ระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์ การชุมนุมประท้วงของคนผิวดำที่แค้นเคืองตำรวจผิวขาว หลังมีเหตุคนผิวดำถูกตำรวจยิงตาย 2 ศพก่อนหน้านี้ที่รัฐมินเนโซตาและหลุยเซียนา 9 ก.ค. 2559 07:36 9 ก.ค. 2559 08:16 ไทยรัฐ