วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติร้องค้นหา เศรษฐินี คนรู้จัก 'หญิงไก่'

หลังติดต่อซื้อที่ดินกว่าสิบปี พาไปอยู่ด้วยก่อนบอกว่าตาย อีกรายคนขับรถหายเกือบ5ปี


“ทนายสงกานต์” เดินสายมอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิด “หญิงไก่” สูญหายไร้ร่องรอยอย่างน้อย 2 รายกับตำรวจหลายหน่วยงานมีทั้งคนขับรถคนสนิทและเศรษฐินีเจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี ที่ “หญิงไก่” อำเป็นลูกบุญธรรมของสามีเก่าขอซื้อที่ดินทำคอนโดมิเนียม แล้วพาไปอยู่ด้วยก่อนหายตัวไป เมื่อญาติถามกลับบอกว่าเสียชีวิตแล้วอยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นฆาตกรรมอำพรางหรือไม่ น้ำลดตอผุด หลักฐานต่างๆทยอยโผล่ พบแอบอ้างชื่อเป็น “คุณหญิงสุชาดา” ในเฟซบุ๊ก เคยจดทะเบียนสมรสแล้วหย่า 6-7 ครั้งในรอบ 30 ปี ขณะที่นายตำรวจยศ พ.ต.ท.สามี “หญิงไก่” และบุตรบุญธรรม ยื่นเรื่องขอประกันตัวหนสอง ถูกศาลยกคำร้องอีกครั้ง

กรณีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ถูกตำรวจ บก.ป.ส่งฟ้องคดีตาม ม.112 ภายหลังศาลไม่ให้ประกันตัว นำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิง จ่อถูกเอาผิดอีกหลายคดีรวมทั้งพฤติกรรมเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ส่วนผู้เสียหายที่ถูกนางมณตาแจ้งความเท็จในคดีลักทรัพย์นายจ้างที่ สน.ประชาชื่น เตรียมเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เรื่องความโปร่งใสการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่รับคดี

ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.ค. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมทีมทนายความพาผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออาญาคดีลักทรัพย์ของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ผู้ต้องหาคดี ม. 112 และคดีแจ้งความเท็จให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา ประกอบด้วย น.ส.วณิชยา หรือน้องมีน บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี นางสุกัลยา ศิริม่วง อายุ 54 ปี มารดาน้องมีน น.ส.ประภาวรรณ หรือน้องก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง พ่อและแม่ของน้องก้อย และ น.ส.จันทนา หรือหนูนา คชคงไทย อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เพื่อให้ข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานสอบสวน กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ท้องที่ สน.ประชาชื่น โดยผู้เสียหายขอให้ตรวจสอบว่า มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับนางมณตาด้วยหรือไม่ และตั้งข้อสงสัยการตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 3 ล้านบาท เป็นเหตุให้เหยื่อไม่มีทางประกันตัวไปสู้คดี ต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำระหว่างรอพนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีส่งฟ้องให้อัยการ

พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีความห่วงใยโดยเฉพาะการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ถือว่าเป็นเบื้องต้นในกระบวนการยุติธรรม ที่สังคมจับตาดู โดยเฉพาะการทำงานของพนักงานสอบสวน เนื่องจากอยู่ระหว่างการปฏิรูปองค์กร ความไว้ใจถือว่าเป็นความสำคัญของความสำเร็จในการปฏิรูปในภาพรวม สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องขอขอบคุณนายสงกานต์และสภาทนายความ ช่วยทำคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นท้องที่ สน.ประชาชื่น ให้มีความโปร่งใส สั่งการให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการรื้อฟื้นคดีทั้งหมดต้องทำอย่างโปร่งใส อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับจเรตำรวจพร้อมเร่งรัดให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ รวบรวมข้อมูลจากผู้ต้องหาในคดี หากพบพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างตรงไปตรงมา ผิดจริยธรรม ต้องถูกลงโทษทั้งวินัยและอาญา คาดว่าใช้เวลาตรวจสอบไม่เกินสัปดาห์ เบื้องต้นรับรายงานข้อพิรุธของ พนักงานสอบสวนหลายส่วน สำหรับประเด็นมีบุคคลสูญหายเกี่ยวข้องกับนางมณตา เพิ่งได้รับข้อมูลจากนาย สงกานต์ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบมีความเชื่อมโยงกันในระดับหนึ่ง ในชั้นนี้ยังไม่ถึงขั้นเป็นคดีฆาตกรรม มีข้อมูลบางส่วนอาจโยงไปได้ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ประสาน บก.ป.รับเรื่องไปดำเนินการ

ขณะที่นายสงกานต์ เปิดเผยถึงข้อมูลบุคคล 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับนางมณตาแล้วหายตัวไปอย่างลึกลับว่า รายแรก คือ นายสุนทร หรือโก้ ขันหิน อายุ 38 ปี เป็นพนักงานขับรถคนสนิทของนางมณตา หายตัวไปเกือบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 55 นางมณตาไว้วางใจนายสุนทรมาก เดินทางไปด้วยกันตลอด นายสุนทรมีชื่อเข้าในทะเบียนบ้านของนางมณตา ที่บ้านเลขที่ 3/551 ถนนเทศบาลนิมิตเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ก่อนถูกคัดชื่อออกเมื่อวันที่ 19 มี.ค.55 ต่อมานายสุนทรโดนจับคดียาบ้า ถูกตำรวจสืบสวนคุมตัวไปจากที่พักเมื่อปี 55 แต่ลูกจ้างรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า นางมณตาเป็นคนคุมตัวนายสุนทรไป ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้กระทั่งบุพการีเสียชีวิตก็ไม่มางานศพ บ้านพักอาศัยที่อยู่ใน จ.ลพบุรี ก็ปล่อยร้างไม่มีคนอยู่และบัตรประชาชนขาดอายุมานานกว่า 1 ปีแล้ว พี่ชายของนายสุนทรและผู้ใหญ่บ้านเตรียมเดินทางเข้าให้ข้อมูลและแจ้งตำรวจ บก.ป. ในเวลา 11.00 น.วันที่ 11 ก.ค.

นายสงกานต์กล่าวต่ออีกว่า รายที่สองเป็นเศรษฐินีเจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี นางมณตาไปหลอกว่าเป็นบุตรที่เกิดจากสามีเก่าของเศรษฐินีรายนี้ โดยนางมณตาไปกับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นนายตำรวจ ติดต่อขอซื้อที่ดิน 8 ไร่ เมื่อปี 46 เพื่อจะนำไปสร้างคอนโดมิเนียม ทั้งยังชวนเศรษฐินีรายนี้ไปอยู่ด้วย ก่อนหายตัวไร้ร่องรอยไปกว่า 10 ปี เมื่อญาติสอบถามนางมณตา กลับได้คำตอบว่า ตายไปแล้ว ส่วนที่ดินแปลงดังกล่าวโอนเป็นชื่อของนางมณตา โดยใช้ชื่อ-นามสกุลเดิมคือ “วันทนีย์ ตั้งวิริยะกุล” คดีนี้ผู้เสียหายซึ่งเป็นหลานประกอบอาชีพครูใน จ.อุดรธานี ให้ข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งเจ้าตัวถึงกับร้องไห้ บอกว่ารอวันนี้มานาน เชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเอาจริงกรณีที่เกิดขึ้น ญาติเศรษฐินีรายนี้เตรียมเดินทางมาให้ข้อมูลในเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค.59

“กรณีนี้นางมณตาจะมีรถนำและมีคนตาม แอบอ้างเบื้องสูงเหมือนกับคดีที่ผ่านมา ลูกจ้างทุกคนต้องหมอบกราบและพูดคำราชาศัพท์ ผู้เสียหายหลายคนกลัวนางมณตามาก อีกทั้งยังพบหลักฐานอ้างชื่อตัวเองบนเฟซบุ๊ก ในนาม “คุณหญิงสุชาดา”ด้วย” นายสงกานต์ กล่าว ก่อนทั้งหมดจะเดินทางไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เกี่ยวกับผู้สูญหายทั้งสองราย เพื่อให้ตำรวจ บก.ป.ตรวจสอบข้อมูลว่าการหายตัวไปนั้นเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมอำพรางหรือไม่

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เพื่อมอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลสูญหายทั้ง 2 ราย ที่อาจเกี่ยวข้องกับนางมณตาผู้ต้องหาคดีแอบอ้างเบื้องสูงตาม ม.112

ภายหลัง พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า ดังนั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้และวันหน้าจะต้องมีการทำงานกันเป็นทีม การมีภาคประชาชน เอกชน สภาทนายความ เข้ามาร่วมถือเป็นรูปแบบที่น่าศึกษา สำหรับเรื่องนี้มีความสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังเป็นอุทาหรณ์ ไม่อยากกล่าวอะไรที่เป็นผลร้ายกับนางมณตา เท่าที่ดูนางมณตามีสภาพจิตใจไม่ปกติต้องได้รับการรักษา จนถึงขณะนี้มีคดีทยอยมาเป็นลำดับและเชื่อว่าจะมีอะไรตามมาอีกเรื่อยๆ และยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่ตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่อยากก้าวล่วงลงไปในเรื่องส่วนตัว สรุปแล้วเป็นบุคคลไม่ปกติ เพราะแผนประทุษกรรมบุคคลปกติไม่ทำแน่นอน จากการตรวจสอบนางมณตาจดทะเบียนสมรสและหย่าถึง 6-7 คน ในช่วงระยะเวลา 30 ปี ต้องตรวจสอบที่ไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎรอีกด้วย

“พฤติกรรมของนางมณตาเป็นการจับแพะชนแกะ แอบอ้างตัวละครที่มีอยู่จริงบ้าง ไม่มีอยู่จริงบ้าง นำมาสร้างเป็นเรื่องทำให้ผู้คนเข้าใจผิด ส่วนกระแสข่าวรอบตัวนางมณตาแวดล้อมไปด้วยตำรวจหลายระดับ ตรงนี้ไม่ต้องกังวล ทั้งหมดมีข้อมูลอยู่แล้ว รอให้ บช.น.พิสูจน์ทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาทำอะไรบกพร่องตรงไหนอย่างไร ส่วนตำรวจยศ ร.ต.ท.ของ สน.ประชาชื่น ผมมีข้อมูลอยู่แล้ว คดีนี้ อย่างช้าภายในสัปดาห์หน้าต้องสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ถ้าพบเกี่ยวข้องไปถึงใครต้องดำเนินการทั้งหมด ส่วนการส่งตำรวจขึ้นไปตรวจสอบชาวเขาที่ภาคเหนืออยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เชื่อว่าจะมีข้อมูลออกมาเรื่อยๆ” พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าว

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า หลังจากได้ เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 3/551 คอนโดมิเนียมบ้านประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลนิมิตเหนือ ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ของนาง มณตา พบหนังสือเดินทาง 19 ฉบับ เป็นของฉบับเก่าของนางมณตาและครอบครัว 16 ฉบับ ที่เหลืออีก 3 ฉบับ เป็นของบุคคลภายนอกทั้งหมดเป็นเพศหญิง อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำ หนึ่งในนั้นมีหนังสือเดินทางของอดีตคนรับใช้รวมอยู่ด้วย สำหรับบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของนางมณตา 4 บัญชี และของบุตรชายนางมณตา 3 บัญชี ตรวจสอบพบมีกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารไม่มากนัก ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน ซึ่งสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนในคดีอื่นๆได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับหลักฐานอื่นๆที่พบนั้นไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย แต่สภาพแวดล้อมของห้องพักอาศัยหรือสิ่งของต่างๆที่พบภายนอกห้องพัก สามารถช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะที่ทรัพย์สินต่างๆของมีค่าที่เคยมีการระบุไว้ในการกล่าวหาผู้เสียหายยังไม่พบ การพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอื่นๆที่นอกเหนือจากที่พนักงานสอบสวนแจ้งและดำเนินคดี อาทิ ข้อหาค้ามนุษย์ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. มอบหมายให้ตำรวจ กก.4 บก.ป.ร่วมกับบก.ปคม. ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ไปสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหากพบการกระทำผิดต้องถูกดำเนินคดี

พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวต่ออีกว่า พฤติการณ์ของนางมณตาเกี่ยวข้องกับคดีแอบอ้างเบื้องสูงมีการเรียกรับผลประโยชน์ด้วยหรือไม่นั้น ยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เบื้องต้นพบพฤติการณ์ของนาง มณตาแอบอ้างมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับสถาบันเบื้องสูง มีหลักฐานชัดเจน 3 กรรม ระหว่างปี 55-58

ที่ศาลอาญา เย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท.ชิตชัย แสงอรุณ รอง ผกก.ป.สภ.คลองพิไกร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร และบุตรบุญธรรมของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นสถาบัน ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ตำแหน่งของ พ.ต.ท.ชิตชัย รวมกับเงินสด 1.1 ล้านบาท เป็นมูลค่า 1,639,500 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวหญิงไก่เป็นครั้งที่ 2 ภายหลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลอาญาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้วโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้ง ยกคำร้องไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวกับผู้ต้องหารายนี้

อีกด้าน พ.ต.อ.แบ๊งค์ บัวนวล ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พร้อมคณะลงพื้นที่ อ.แม่สะเรียง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อหาข้อมูลพฤติกรรมของนางมณตาในการหาเด็กนำไปทำงาน โดยเข้าพบนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ฐานะประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และนายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อสอบข้อเท็จจริงกับผู้เสียหายที่อยู่ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ห้องประชุมโรงแรมบ้านผึ้งเฮือนกานต์ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง

ภายหลังนายบุญญฤทธิ์เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าประสานขอข้อมูลของนางมณตาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การค้ามนุษย์ รวมทั้งข้อมูลการข่มขู่เด็กและชักจูงหว่านล้อมเด็กชาวเขาไปทำงานด้วยรวม 6 คน ทั้งหมดเป็นชาวกะเหรี่ยง อายุระหว่าง 14-19 ปี โดยออกอุบายว่าเป็นคุณหญิงจะอุปการะส่งเสียให้ได้เล่าเรียน แลกกับการทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ รวมถึงพฤติกรรมหลอกให้สร้อยคอทองคำเพื่อจูงใจให้รับเงื่อนไขและติดตามไปอยู่ที่ กทม.

“ทนายสงกานต์” เดินสายมอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิด “หญิงไก่” สูญหายไร้ร่องรอยอย่างน้อย 2 รายกับตำรวจหลายหน่วยงานมีทั้งคนขับรถคนสนิทและเศรษฐินีเจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี ที่ “หญิงไก่” อำเป็นลูกบุญธรรมของสามี 9 ก.ค. 2559 07:29 9 ก.ค. 2559 08:14 ไทยรัฐ