วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แล้วไก่ก็สยบอินทรี!

โดย จ่าแฉ่ง

ในที่สุดเสียงเฮก็ดังลั่นไปทั้งฝรั่งเศส เมื่อทีมบอลตราไก่ของเขาสามารถพิชิตทีมนักเตะอินทรีเหล็ก จากเยอรมนี ลงได้ 2 ประตูต่อ 0 ในศึกฟุตบอลยูโร 2016 รอบเซมิไฟนอลคู่สุดท้าย

ไม่เพียงแต่จะได้รับรางวัลใหญ่ คือการเข้าไปชิงแชมป์กับทีม “โปรตุเกส” ฝอยทอง ที่ไปนอนรอคอยอยู่แล้วเท่านั้น

ทีมตราไก่ยังสามารถอนแค้นออกจากอกได้สำเร็จ หลังจากไม่เคยชนะเยอรมนีมาได้เลยในศึกฟุตบอลระดับเมเจอร์อันได้แก่ ฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโร ตั้งแต่ปี ค.ศ.1958 เป็นต้นมา

รวมทั้งแค้นล่าสุดที่ทีมฝรั่งเศสถูกอินทรีเหล็กไล่จิกตกรอบ 8 ทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ประเทศบราซิล

เกมนัดนี้ทำท่าเหมือนกับว่าเยอรมนีจะย้ำแค้นได้อีกครั้งเมื่อควบคุมการเล่นไว้ได้เป็นส่วนใหญ่แล้วบุกโจมตีเข้าทำประตูได้มากกว่าก่อนจบครึ่งแรก

เพียงแค่อินทรีเหล็กยังไม่คมพอและไม่สามารถเจาะประตูทีมเมืองน้ำหอมได้สำเร็จเท่านั้น

แต่แล้วขณะที่เข้าสู่นาทีทดเจ็บประมาณนาทีที่ 2 ก่อนหมดครึ่งแรก ฝรั่งเศสได้บอลโต้กลับและเยอรมนีเคลียร์ออกหลังทำให้เสียลูกเตะมุม

ขณะที่ลูกลอยมาเข้ากลางและ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กระโดดขึ้นโหม่งลูกเบียดกับ ปาทริซ เอวรา นั้นเอง แขนของมิดฟิลด์กัปตันทีมเยอรมนีก็ไปโดนลูกฟุตบอลโดยที่เขาก็มิได้ตั้งใจหรือมีเจตนา

แต่ผู้ตัดสินกลับชะงักไปหน่อยหนึ่งก่อนจะเป่านกหวีดบอกว่าแฮนด์บอล ท่ามกลางความงุนงงของแฟนๆ แม้แต่แฟนไก่เอง เพราะยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

จนผู้ตัดสิน นิโกลา ริชโซลี ชี้มือไปที่จุดโทษนั่นแหละ เสียงเฮของกองเชียร์ไก่จึงดังขึ้น ในขณะที่กองเชียร์อินทรีเหล็กเงียบกริบ
อองตวน กรีซมันน์ สังหารไม่เหลือ ทำให้ตราไก่ ขึ้นนำ 1-0 ณ บัดนั้น

หลังจากนั้น น.72 ตราไก่ก็ขยับปีกหนีไป 2-0 เมื่อกองหลังเยอรมนี เบเนดิคท์ เฮอเวเดส จ่ายบอลพลาดหน้าเขตตัวเองไปเข้าเท้า ปอล ป็อกบา

ป็อกบาเล่นลวดลายขยับเท้าหลอกถึง 3-4 หน ก่อนจะส่งย้อยมาให้ กรีซมันน์ ซัดเป็นประตูที่ 2 นับเป็นประตูที่ 6 ของ กรีซมันน์ เข้าไปแล้ว สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้

แค่ 1 ดอกก็หนักอยู่แล้ว เจอไปถึง 2 ดอก เยอรมนีของ โจอาคิม เลิฟ จึงต้องพ่ายแพ้ตกรอบไปด้วยประการฉะนี้

“เราเคยตกรอบในรอบน็อกเอาต์บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่เราตกเป็นเพราะคู่ต่อสู้ของเราเหนือกว่าทั้งสิ้น...แต่วันนี้ไม่ใช่เลย...”

“เราตกทั้งๆที่เราเล่นได้ดีกว่าฝรั่งเศส” โจอาคิม เลิฟ กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างปวดร้าวหลังการแข่งขัน

“เราเป็นทีมที่เหนือกว่า ผมคิดว่าเหนือกว่าทุกๆด้าน แต่เราโชคร้ายที่ต้องเป็นฝ่ายเสียประตู”

“นักเตะของผมทุ่มเทอย่างเต็มที่และพวกเขาทำทุกอย่างตามที่ผมบอกและที่เราฝึกซ้อมกันมา...ผมไม่มีทางจะไปตำหนิเขาได้เลย...ความจริงเราก็มีโอกาสหลายครั้ง แต่โชคไม่เข้าข้างเราเท่านั้น”

เป็นคำพูดประโยคสุดท้ายของยอดโค้ชเยอรมนีที่หมายมั่นปั้นมือที่จะมาคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรเพื่อเป็นการยืนยันการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกของเขาอีกครั้งหนึ่งแต่ก็ต้องผิดหวังไปในที่สุด

ตรงกันข้ามกับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือตราไก่ที่ให้สัมภาษณ์อย่างยิ้มแย้มว่า

“เราสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้แล้ว มันนานมากกว่าเราจะเอาชนะเยอรมนีได้ แต่นั่นก็ยังมีความหมายน้อยกว่าการเดินทางไปสู่นัดสุดท้าย...ที่มีถ้วยรางวัลรอเราอยู่”

“ผมดีใจแทนนักเตะทุกคน พวกเขาช่วยกันอย่างยอดเยี่ยม ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง และเกมวันนี้ก็มิใช่ย่อยๆ เราต้องเหนื่อยอย่างสาหัส แต่ก็มีความสุขที่ผลออกมาดีและนักเตะของเราก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้”

“เราไม่มีอำนาจหรือมีพลังที่จะไปแก้ปัญหาของประชาชนชาวฝรั่งเศสที่กำลังเป็นทุกข์ในหลายๆ เรื่องขณะนี้ แต่สิ่งที่เราสามารถสร้างได้คือความสุข และอารมณ์อันสดใสที่จะทำให้ประชาชนของเราลืมความทุกข์ความกังวลไปได้บ้างอย่างแน่นอน”

“สำหรับโปรตุเกสหรือครับ...ผมยังไม่อยากตอบตอนนี้ เอาเป็นว่าเรามั่นใจในฝีเท้าของเรา แต่เขาก็คงมั่นใจในฝีเท้าของเขาเช่นกัน

มาถึงจุดนี้ “จ่าแฉ่ง” ต้องขอแสดงความยินดีกับกองเชียร์ตราไก่ทุกๆคนที่ในที่สุดทีมของเขาก็เดินทางไปสู่โค้งสุดท้ายได้สมปรารถนา

แต่จะเป็นโค้งสุดท้ายที่สวยงามและจบด้วยการที่จะทำให้เขาได้แชมป์ยูโรเป็นหนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ประเทศหรือไม่

ยังต้องรอไปจนถึงคืนวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. เวลาตี 2 ถึงตี 4 บ้านเรา โดยประมาณนั่นแหละ

เราถึงจะได้รู้กันอย่างแจ้งชัดว่าแชมป์ยูโร 2016 จะเป็นใครระหว่าง “ตราไก่” กับ “ฝอยทอง”.

“จ่าแฉ่ง”

9 ก.ค. 2559 00:19 ไทยรัฐ