วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สภาองค์การลูกจ้างยานยนต์ แจงจากกันด้วยใจ ทำตามกฎหมาย ไม่มีข่มขู่


สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ ออกแถลงการณ์ ลูกจ้างโตโยต้าสมัครใจลาออก ตามโครงการ "จากกันด้วยใจ" แล้วกว่า 800 คน ได้รับการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีข่มขู่

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ถึงสถานการณ์ที่บริษัทในกลุ่มยานยนต์เปิดโครงการ จากกันด้วยใจ สมัครใจลาออก กับลูกจ้าง โดยนายมานิตย์ พรหมการีย์กุล สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาฯ มีความเป็นห่วงและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึง การปฏิบัติของนายจ้าง ทั้งในเรื่องสาเหตุที่นายจ้างต้องเปิดโครงการ จากกันด้วยใจ หรือสมัครใจลาออก โดยได้รับสิทธิตามกฎหมาย และความสมัครใจในการเข้าโครงการดังกล่าว ในเบื้องต้นปรากฏดังนี้

1. บริษัทได้รับผลกระทบจากการปรับยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศจริง ทำให้ต้องลดกำลังการผลิต ส่งผลให้จำนวนพนักงานในสายการผลิตเกิน และไม่ได้มีการนำเครื่องจักรใหม่มาทดแทนการทำงานของพนักงาน หรือตั้งใจหลีกเลี่ยงกฎหมายตามที่เป็นข่าว

2. บริษัทพยายามลดผลกระทบของพนักงาน เนื่องจากยอดผลิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดได้เปิดโครงการ จากกันด้วยใจ สมัครใจลาออก กับลูกจ้าง โดยบริษัทฯ ได้ให้สิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนด และได้รับความพอใจจากลูกจ้างที่เข้าโครงการ

3. พนักงานที่เข้าโครงการจากกันด้วยใจนั้น มาจากความเข้าใจและสมัครใจลาออก มิได้มีการข่มขู่ หรือบังคับแต่อย่างใด

ทางสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ และกลุ่มสมาพันธ์ สหพันธ์ และสหภาพแรงงานต่างๆ ขอยืนยันในเจตนารมณ์เดิมว่า จะสนับสนุนนโยบายกระทรวงแรงงานในการดูแลสภาพความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานในกลุ่มยานยนต์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความปลอดภัยในการทำงาน และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอเพื่อการปฏิบัติการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ดังนี้ 1. หากเศรษฐกิจดีขึ้นให้บริษัทเรียกพนักงานที่เข้าโครงการกลับมาทำงานเป็นอันดับแรกในตำแหน่งงานเดิม สวัสดิการเดิม เหตุผลคือเพื่อให้พนักงานกลุ่มนี้สามารถทำงานได้ไปตลอด และได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ 2. หากเกิดปัญหาเรื่องพนักงานเกินกระบวนการผลิตอีก ให้บริษัทประสานความร่วมมือกับบริษัทในเครือ เพื่อส่งพนักงานไปทำงานกับบริษัทในเครือที่มีการทำงานร่วมกัน หรือเป็นคู่ค้าด้วยกัน และสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นให้กลับมาทำงานร่วมกันอีกในต้นสังกัดเดิม

3. ให้บริษัทส่งพนักงานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เพื่อให้คนงานยังคงมีงานทำต่อไป เมื่อสถานการณ์ดีจึงกลับมาทำงานในประเทศไทย 4. ให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 และจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งเป็นข้อเสนอต่อนายจ้างในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีแนวคิดที่จะกระทำการเปิดโครงการสมัครใจลาออกและหรือเลิกจ้าง ให้ทำตามข้อเสนอของสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ ก่อน

ด้าน นายภูภาร สมาทา ประธานสหภาพแรงงานโตโยต้าประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของบริษัทมีปัญหามาตั้งแต่ต้นปี มีจำนวนกำลังแรงงานเกินอยู่ และได้มีการปรับการทำงานภายในแล้ว แต่ว่ายังคงเกิน บริษัทได้รับปากว่าจะรับพนักงานกลับมาอีกหากเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งบริษัทโตโยต้าก็เคยมีการกระทำเช่นนั้นมาแล้วครั้งหนึ่งในการประสานเพื่อรับพนักงานกลับเข้าทำงาน ครั้งนี้ก็เชื่อว่าหากผลประกอบการดีขึ้น บริษัทจะรับพนักงานกลับมาแน่นอน เรื่องที่มีข่าวจะนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนคนนั้น ทางบริษัทยืนยันว่าไม่มี เนื่องจากหุ่นโรบอทยังไม่สามารถทำงานละเอียดมีฝีมือเท่ากับคน สำหรับลูกจ้างที่เข้าโครงการจากกันด้วยใจ ประกอบด้วย โรงงานที่สำโรง สมุทรปราการ 400 คน โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ฉะเชิงเทรา 300 คน และโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา 100 กว่าคน.