วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.ป.ก.กาญจน์ พบที่ดินกว่าพันไร่ ถือครองโดยนักธุรกิจดัง

ส.ป.ก.กาญจนบุรี อึ้งพบที่ดินกว่า 1,000 ไร่ เป็นของนักธุรกิจแสนล้านตระกูลดังระดับประเทศ แนะผู้ครอบครองที่ดินด้วยความบริสุทธิ์ ถ้าส่งคืนจะมอบใบประกาศให้โดยไม่ถูกดำเนินคดี ส่วนที่ดินวัดเสืออยู่ระหว่างรังวัดจ่อส่งมอบให้ให้เกษตรกรตัวจริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.59 นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตกรรม (ส.ป.ก.) กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 คำสั่งที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานช่างและแผนที่และเจ้าหน้าที่กลุ่มกฎหมาย ได้ลงพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค เพื่อดำเนินการจัดทำข้อมูลที่ดิน สำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่แปลงที่ดิน ที่ได้อนุญาตให้วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ)จำนวน 391-1-21 ไร่ เพื่อทำการตรวจสอบและลดขนาดจำนวนเนื้อที่วัดที่ได้รับขออนุญาตให้ใช้ที่ดินให้คงเหลือเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการประกอบกิจทางพุทธศาสนาและในส่วนพื้นที่ที่วัดบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. อีกจำนวน 931-0-83 ไร่ นั้น จะดำเนินการจรวจสอบเพิ่มเติมแล้วทำการยึดพื้นที่คืนทั้งหมดและนำมาจัดสรรให้แก่ราษฎรตามโครงการจัดที่ให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล

​นอกจากนี้ ส.ป.ก.กาญจนบุรี ยังตรวจสอบพื้นที่การบุกรุกที่ดินโดยนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ) ที่ได้รับร้องเรียนว่ามีการครอบครองที่ดินที่มิชอบด้วยกฎหมายในเขตปฏิรูปที่ดินจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ทำผิดกฎหมายอยู่ในเขตแนวรั้วล้อมรอบ จำนวน 1,263 ไร่ จึงได้ทำการติดประกาศว่าห้ามผู้ใดบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เอาไว้

อย่างไรก็ตามคำสั่งของคสช.ทาง ส.ป.ก.กาญจนบุรีจะเดินหน้ายึดคืนที่ดินตามมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายจำนวน 14 แปลง ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เลาขวัญ และ อ.พนมทวน รวมเนื้อที่ 14,927 ไร่

ทั้งนี้จะดำเนินการตรวจสอบที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ สค.1 นส.3 หรือโฉนด โดยมิชอบด้วยกฎหมายในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบหากพบว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย โดยผู้กระทำผิดระเบียบฯจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกราย

สำหรับเป้าหมายการตรวจยึดที่ดิน ส.ป.ก.ทั้ง 14 แปลง ส.ป.ก.จะนำป้ายประกาศไปติดเอาไว้ที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน กำนันและที่ว่าการอำเภอทั้ง 4 อำเภอ รวมทั้งนำไปติดตั้งเอาไว้บริเวณที่ดินด้วย โดยจะให้เวลา 7 วัน เพื่อให้ผู้ครอบครองที่ดินมาแสดงตนและนำเอกสารมาแสดงการครอบครองหากยังไม่มาแสดงตนก็จะให้เวลาอีก 15 วัน หากมีผู้มาแสดงตนพร้อมนำเอกสารการครอบครองมาพิสูจน์เจ้าหน้าที่ก็จะใช้เวลาในการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากพบว่าเอกสารที่นำมาแสดงถูกต้อง ส.ป.ก.ก็จะคืนพื้นที่ให้แต่ถ้าหากพบว่าเอกสารได้มาโดยไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการทางด้านกฎหมายทุกราย สำหรับผู้ที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.หากรู้ตัวว่าผิด ก็ขอให้ส่งมอบพื้นที่คืนให้กับ ส.ป.ก.ซึ่ง ส.ป.ก.จะถือว่าท่านบริสุทธิ์ใจ โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี และตนจะมอบประกาศเกียรติคุณให้กับบุคคลนั้นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวัชรินทร์และคณะได้เดินทางไปติดตั้งป้ายตรวจอายัดที่ดิน ส.ป.ก.ที่มีนายทุนบุกรุกครอบครองอีก 1 แปลง เนื้อที่กว่าพันไร่ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ติดกับถนนสาย 323 ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยคจ.กาญจบุรี อยู่ห่างจากวัดป่าหลวงตามหาบัวฯประมาณ 2 กิโลเมตร

ทั้งนี้เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบว่ามีป้ายประกาศติดเอาไว้ที่ริมถนนแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยป้ายดังกล่าวมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของ...ผู้บุกรุกจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” โดยป้ายดังกล่าวมีสภาพเก่าแสดงให้เห็นว่าผู้ครอบครองได้นำป้ายมาติดตั้งแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้นานแล้ว อีกทั้งยังมีกิ่งไม้ที่ขึ้นข้างทางปกคลุมเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงตัดกิ่งไม้ที่ปกคลุมออกเพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันนายวัชรินทร์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตั้งป้ายแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.เอาไว้ติดกัน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายวัชรินทร์ว่ารายชื่อที่เขียนระบุที่ป้ายดังกล่าวเป็นใคร แต่นายวัชรินทร์เลี่ยงที่จะตอบแต่ได้แนะนำว่า หากผู้สื่อข่าวต้องการทราบว่าเป็นใคร ก็ลองไปหาข้อมูลจากกูเกิล ซึ่งจากการค้นหาพบว่าบุคคลดังกล่าว เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระดับประเทศ มีทรัพย์สินมากมายนับแสนล้านบาท ทุกรัฐบาลและนักธุรกิจต่างก็รู้จักกับบุคคลผู้นี้เป็นอย่างดี