วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิษณุ' ชี้รอรับมติกฤษฎีกา ตีความ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์

'วิษณุ' ชี้รอรับมติกฤษฎีกา ตีความ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์

  • Share:

"วิษณุ" ยังไม่ได้รับความเห็นกฤษฎีกาปมแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ยันไม่มีแนวคิดแก้มาตรา 7 พ.ร.บ.สงฆ์ แค่ตีความว่าต้องเริ่มที่ใครประเด็นเดียว ระบุ รัฐบาลรู้ต้องทำอย่างไร

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 เสร็จเรียบร้อยแล้วว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าผลเป็นอย่างไร เพราะหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติแล้ว จะทำบันทึกส่งมาที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ขอความเห็นไป หลังจากนั้นจะรายงานมาที่ตน รวมถึงแจ้งผลไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) แต่ไม่ต้องนำเข้า ครม. อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงว่าประเด็นที่ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความในครั้งนี้ คือ มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ วรรคสอง ว่าแปลว่าอะไร การที่จะริเริ่มเอาเรื่องแต่งตั้งพระสังฆราชขึ้นมา มส. สามารถริเริ่มเอง หรือต้องรอให้รัฐบาลขอไปก่อน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความมาเฉพาะประเด็นนี้ ไม่ได้มีเรื่องที่ให้แก้มาตรา 7 แต่อย่างใด ตนจึงรู้สึกประหลาดใจกับผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการแก้ไขมาตรา 7 เพราะรัฐบาลไม่มีความคิดในการแก้ไข

เมื่อถามว่า ถ้าบรรยากาศยังไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช รัฐบาลสามารถขยายเวลาออกไปได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ที่จะตรวจสอบและดูจังหวะเวลา ขอชี้แจงว่าก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐบาลไม่ได้มีความสงสัยอะไรในเรื่องนี้ แต่มีอำนาจในการที่จะดูให้ถูกต้องเรียบร้อยเท่านั้น ซึ่งคำถามดังกล่าวมาจากการที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไปยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัย ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งมาที่รัฐบาล

เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่า เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชต้องเริ่มต้นที่ นายกฯ การเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ จะต้องเริ่มใหม่ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ตอบ เอาไว้ให้ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร รัฐบาลทราบว่าต้องทำอย่างไร

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาหลักปฏิบัติของรัฐบาลคือ ต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มติครม.มีว่าโดยทั่วไปให้ส่วนราชการนั้นปฏิบัติตาม ถ้าจะไม่ปฏิบัติตามเคยเห็นเหมือนกันคือ ในสมัยรัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน เคยหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา เมื่อมีความเห็นตอบมา แต่รัฐบาลมองว่าการทำตามอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่น จึงนำเข้าที่ประชุม ครม. และมีมติว่ายังไม่ต้องดำเนินการตาม

เมื่อถามว่า หากไม่มีการร้องให้ตีความมาตรา 7 รัฐบาลพร้อมเดินหน้าแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีคำตอบว่าพร้อมหรือไม่พร้อม แต่เอาเป็นว่าขณะนี้ชื่อมาอยู่ที่รัฐบาล จะอย่างไรรัฐบาลรู้จังหวะเวลาตรงนี้ แต่เมื่อเกิดความสงสัยจากผู้ตรวจการแผ่นดินก็ต้องตอบให้เขา

เมื่อถามย้ำว่า การที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ มีคดีเรื่องรถหรูในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะยังไม่ทูลเกล้าฯ จนกว่าคดีจะจบ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอไม่ตอบในส่วนนี้ เพราะตนไม่ทราบว่ารัฐบาลจะเอาหลักเกณฑ์อะไรขึ้นมาพิจารณา

ชี้ให้รัฐตัดสินใจ กรณีตั้ง "สังฆราช"

ด้าน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า มติ มส.เสนอเชื่อสมเด็ช่วง) ผิดขึ้นตอนหรือไม่ ว่า ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังรอการแจ้งผลจากทางรัฐบาล โดยยังไม่ทราบเช่นกันว่ามติของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะออกมาในแนวทางใด ซึ่งอาจจะออกมาได้เป็น 2 แนวทาง คือคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องให้รัฐบาลว่ากระบวนการการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ นายกรัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายบริหารควรเป็นผู้เริ่มเสนอชื่อ หรือ 2.อาจมีความเห็นว่าการดำเนินการของ มส.ทำถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะให้เป็นในแนวทางใดนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาล เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องนี้ไปให้พิจารณา เพราะเห็นว่ากระบวนการการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลก็ต้องปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อหาความชัดเจนทางข้อกฎหมายต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้