วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก: ไม่มี 'เทพนิยาย' ในบอลยูโร 2016

โดย ป๋อง กพล

มาถึงตรงนี้เราก็ได้คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2016 เป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือ เจ้าภาพฝรั่งเศส จะเข้าไปชิงกับทีมฝอยทองโปรตุเกส ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกันดี แต่ผมแอบเสียดายที่ทีมม้ามืดอย่าง มังกรแดง เวลส์ของผม ที่ผมแอบตามเชียร์ตามลุ้น ดันไม่มาตามนัดซะอย่างนั้น เพราะผมตั้งใจว่าถ้าเวลส์คว้าแชมป์ ผมจะแก้ผ้าวิ่งรอบสนามฟุตบอลซะหน่อย คิดแล้วก็เสียดาย เสียใจจริงๆ อิอิ แต่ถึงแม้จะพลาดท่าอดชิง แต่ผมก็บอกเลยว่า ทีมนี้ได้ใจผมไปเต็มๆ และผมประกาศตรงนี้เลยว่าทีมมังกรแดง เวลส์ จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่ผมจะตามเชียร์ตลอดไป

ก่อนที่จะไปว่าเรื่องของทีมชาติเวลส์ ผมขอว่ากันถึงเรื่องของฝรั่งเศสกับเยอรมันก่อนนะครับ บอกตามตรงเลยนะครับว่า ในตอนแรกนั้น ผมตั้งใจจะเขียนต้นฉบับตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาแต่มันก็อดไม่ได้ที่อยากจะให้บอลรอบรองชนะเลิศทั้ง 2 คู่นั้นแข่งขันให้จบก่อน แล้วค่อยเริ่มนั่งหน้าคอมกดแป้นพิมพ์ เล่าเรื่องราวที่อยากจะพูดถึง ก็นั่งชั่งใจอยู่นาน จนสุดท้าย ก็ยอมให้บอลมันจบลงจริงๆ

วันนั้นในการถ่ายทอดสดรอบรองระหว่างทีมตราไก่และอินทรีเหล็ก ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่า แอบเชียร์เจ้าบ้านอยู่เป็นนัยๆ เพราะอยากจะเห็นฟอร์มการเล่นของกองหน้าร่างเล็ก จากทีมตราหมีที่ต้องบอกเลยว่า ผมให้เป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของโลกในเวลานี้เลยนะครับ คนบ้าอะไร ตัวนิดเดียว แต่ครบเครื่องเสียเหลือเกิน และเค้าก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวัง เมื่อซัด 2 ประตูให้เจ้าภาพ กรุยทางผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จและขึ้นนำเป็นดาวซัลโวแบบไม่ต้องรอใครอีกแล้ว แต่ก็แอบเสียดายเยอรมันเหมือนกัน เพราะหลังจากที่เสีย 2 ประตูไปนั้น ก็ทำเกมรุกได้สะเด่าเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่า เทพีแห่งโชคดันไม่เข้าข้างซะอย่างนั้น ยิงสนเสา ชนอาทิตย์ เฮ้ย!! จะบ้าหรือไงชนคาน ซิครับ ทำยังไงก็ไม่ได้ประตูตีไข่แตกเสียที จนสุดท้าย ก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด เซ็งแทนแฟนเยอรมันจริงๆ

แต่เรื่องของทั้งสองทีม ก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเท่าเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงในวันนี้ อย่างที่ผมเคยพูดไปแล้วว่า ผมอยากเห็นการสร้างเทพนิยาย และมันก็เกือบจะเกิดขึ้นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะ โรนัลโด และนานี มาดับความฝันของผม

เพราะผมต้องบอกเลยว่า เวลส์ทีมนี้ เป็นทีมที่เป็นมรดกตกทอดมาจากอดีตกุนซือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อย่าง แกรี่ สปีด เค้าคนนี้ปลุกปั้นทีมที่หลายๆ คนมองว่าเป็นม้านอกสายตาทีมที่เป็นเพียงไม้ประดับ ทีมที่เหมือนกับว่าไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้ สิ่งที่เค้าได้เริ่มสร้างไว้ สมัยที่เค้ายังมีชีวิตอยู่ กำลังเบ่งบาน เหมือนดอกไม้ มันช่างสวยงาม จนทำให้หลายคนต้องเหลียวกลับมามองแถมส่งกลิ่นหอมหวนไปทุกหย่อมหญ้า และเค้าคนนี้ คือขวัญกำลังใจของทีมอย่างแท้จริง อย่างที่ คริส โคลแมน กุนซือทีมชาติเวลส์คนปัจจุบัน ได้พูดเอาไว้ว่า "แกรี่ สปีด ยังคงอยู่ในห้วงความคิดของผมเสมอมา ไม่ใช่แค่การแข่งขันยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่เป็นทุกครั้งที่เราเตรียมตัวลงแข่งในนามทีมชาติ" ซึ่งจากคำพูดนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นว่า รากฐานทั้งหมดที่เค้าทำไว้นั้น มันช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ

แล้วลองหันมามองมรดกที่เค้าทิ้งไว้ดูซิครับ อารอน แรมซีย์, โจ เลดลีย์, โจ อัลเลน และ แกเร็ธ เบล โดยเฉพาะรายของ แกเร็ธ เบล ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งเบลในตอนนั้น บอกตรงๆ เลยนะครับว่ามันเร็วเกินไปหรือไม่ ที่เค้าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชาติในวัยเพียงแค่นั้น แต่ แกรี่ สปีด ก็กล้าๆ ที่จะให้โอกาส และจากการกล้าเสี่ยงในครั้งนั้น มันก็ค่อยๆ เริ่มเห็นผลขึ้นมาเรื่อย แต่น่าเสียดาย ที่เค้าคนนี้ไม่ได้อยู่ดูผลงานที่เค้าได้สร้างมันขึ้นมา แต่เพื่อนรักของเค้าก็ไม่ได้ทำให้ดวงวิญญาณของเค้านั้นผิดหวัง เมื่อคริส โคลแมน มารับงานต่อ เค้าก็ต่อยอดทีมชุดนี้ จนนำพามาซึ่งการผ่านเข้ารอบฟุตบอลรายการนี้ได้และก็พามังกรแดงตัวนี้ ทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลเวลส์ได้เป็นผลสำเร็จ

มาถึงตรงนี้ ถึงแม้ว่าเทพนิยาย มันจะจบลงไปแล้ว และคนเขียนบทสุดท้าย ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่ติดตามได้สมหวัง แต่อย่างน้อยผมเชื่อเลยว่า คนที่ติดตามอ่านนิยายเล่มนี้อยู่ ก็คงพอใจกับเรื่องราวที่ถูกขีดเขียนขึ้นมาเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด จนมาถึงจุดสุดท้ายที่เต็มไปด้วยน้ำตา แต่หาใช่จากน้ำตาของความผิดหวัง แต่มันคือน้ำตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่คนกลุ่มหนึ่ง ทำให้คนอีกหลายแสนล้านคนมีความสุขรวมไปถึงดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับที่เฝ้ามองความสำเร็จอยู่บนสรวงสวรรค์ ก็คงมีความสุขไม่แพ้กัน อยากจะบอกว่า สู้ต่อไปนะเวลส์ นายมันสุดยอดวะ

วันนี้ก็คงจะประมาณนี้นะครับ กับเรื่องราวของผม และฟันธงทิ้งท้ายไปเลยว่า รอบชิงชนะเลิศ เจ้าภาพจะสมหวังแน่นอน เพราะฝอยทองชุดนี้ กองหลังเรือเกลือแบบนี้ ไม่น่ารอดเงื้อมือเจ้าภาพแน่นอนขอบคุณทุกท่านในการติดตามนะครับ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้า วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

8 ก.ค. 2559 10:51 ไทยรัฐ