วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเครื่องจริง-ปลอม คาร์บอน-14ชี้ชัดไม่ได้

มีคำเตือนคนรักพระเครื่อง “สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เตือนผู้นิยมเช่าพระเครื่อง หรือผู้สนใจพระเก่าระวังถูกหลอกขายพระราคาแพง โดยอ้างว่านำมาตรวจอายุกับสถาบันแล้วเก่าจริง”

อีกทั้ง “แสดงใบรับรองปลอมหรือตัดต่อใหม่ เพื่อหลอกขายพระแก่ผู้ซื้อในราคาเกินจริง”

แม้จะเป็นคำเตือนเล็กๆ ปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์ แต่ก็สร้างความสั่นไหวให้กับวงการพระเครื่องและผู้นิยมสะสมวัตถุโบราณไม่น้อย เพราะมีผู้เปลี่ยนเป็น “คำยืนยัน” แล้วหาเงินได้มหาศาล

การตรวจสอบพระเครื่องโดยใช้ขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์เขาทำกันอย่างไร คำตอบสายหนึ่งคือ ใช้ “คาร์บอน -14 (C -14)” โดยอาศัยหลักการว่า เมื่อสิ่งมีชีวิตตายไป การแลกเปลี่ยนคาร์บอน-14 กับบรรยากาศก็จะสิ้นสุดลง ปริมาณคาร์บอน-14 เดิมก็จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ จากการสลายของกัมมันตรังสีของธาตุกัมมันตรังสี ซึ่งการสลายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราส่วนที่คงที่ สามารถคำนวณหาเวลาตั้งแต่สิ่งมีชีวิตนั้นตายไปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

การตรวจสอบพระเครื่องทางวิทยาศาสตร์เขาทำกันอย่างไร ผศ.ชวลิต ขาวเขียว คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า ก็สามารถใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้ “ประเทศไทยเรามีเครื่องตรวจสอบค่าอายุวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน-14 เดิมตั้งอยู่ที่สำนักปรมาณูเพื่อสันติ ริมถนนวิภาวดีใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ปัจจุบันเข้าใจว่า เปลี่ยนเป็นสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) องค์การมหาชน โดยตั้งอยู่แถวองครักษ์ จ.นครนายก”

การเข้าไปใช้บริการ “ปกติเขารับบริการทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน มีการกำหนดราคาต่อตัวอย่างชัดเจน แต่ประเด็นสำคัญคือ การหาค่าอายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์จะมีค่าคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความทันสมัยของเครื่องมือ ประเภทของตัวอย่าง และปริมาณคาร์บอนที่มีอยู่ในตัวอย่างนั้น”

“ส่วนราคาในการรับบริการต่อหนึ่งตัวอย่างปัจจุบันน่าจะอยู่หลักพัน ซึ่งจำราคาที่แน่นอนไม่ได้” ขั้นตอนการกำหนดอายุอาจารย์บอกว่า “การกำหนดอายุวัตถุอะไรก็ตามด้วยวิธีคาร์บอน-14 วัตถุนั้นต้องมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นถ่าน เปลือกหอย กระดูก ไม้ เป็นต้น ในอดีตใช้ปริมาณของตัวอย่างค่อนข้างเยอะมาก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้นทำให้ใช้ปริมาณที่น้อยลง แต่ค่าความคลาดเคลื่อนก็ยังมีอยู่”

เมื่อถามว่า “ค่าคลาดเคลื่อน” อยู่ที่ประมาณกี่ปี อาจารย์บอกว่า “ไม่อาจสรุปได้ว่ากี่ปี เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ที่มาของวัตถุที่นำเอาไปตรวจสอบมีปริมาณคาร์บอนเพียงพอไหม รวมถึงมาตรฐานของเครื่องมือด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันมีวิธีการตรวจสอบอายุอีกวิธีหนึ่งที่เรียกว่า AMS ซึ่งจะใช้หลักการเดียวกัน แต่ใช้ปริมาณตัวอย่างที่น้อยกว่ามาก และค่าคลาดเคลื่อนก็น้อยกว่า ซึ่งที่บ้านเรายังไม่มีเครื่องมือประเภทนี้ เราต้องส่งไปกำหนดอายุที่ห้องปฏิบัติการต่างประเทศ”

การวิจัยเพื่อกำหนดอายุด้วยวิธีคาร์บอน-14 ของคณาจารย์ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มีการใช้บริการทั้งที่ สทน.เอง และจากห้องปฏิบัติการต่างประเทศ “ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของแต่ละห้องปฏิบัติการ ดังนั้นในการส่งตัวอย่างเพื่อหาค่าอายุ บางครั้งอาจส่งหลายๆที่ เพื่อเปรียบเทียบค่าอายุที่ได้จากแต่ละแห่งเพื่อทำให้ได้ค่าอายุที่ถูกต้องมากที่สุด”

“การตรวจสอบด้วยวิธี AMS ปัจจุบันจะส่งที่อเมริกากับนิวซีแลนด์แต่ปัญหาคือ ราคาสำหรับกำหนดอายุต่อหนึ่งตัวอย่าง คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 20,000-25,000 บาทต่อหนึ่งตัวอย่าง ซึ่งแพงกว่า C-14 ที่บ้านเราหลายเท่า แต่ก็ต้องยอมส่งไป เพราะเป็นห้องปฏิบัติการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีค่าความคลาดเคลื่อนที่น้อย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การศึกษาด้านโบราณคดีเป็นการศึกษาทั้งมานุษยวิทยาและวิทยาศาสตร์ เป็นการศึกษาที่ใช้ต้นทุนสูงเพื่อตรวจสอบรากเหง้าวัฒนธรรมของมนุษยชาติ อาทิ หากส่งไป 10 ชิ้น ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 200,000 บาทแล้ว”

และประเด็นที่น่าคิด คือ หากวัตถุที่ส่งตรวจสอบเป็นเศษถ่าน เศษไม้ คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นวัตถุที่มีคุณค่า เช่น กระดูก ชิ้นส่วนวัตถุที่สำคัญ วัตถุเหล่านั้นจะต้องถูกตัดหรือบด เสมือน “ทำลาย” ตัวอย่าง เพราะ “บางครั้งเราต้องตัดหรือบดตัวอย่างออกมาตรวจสอบอายุ ถ้ามีถ่านติดมาก็ไม่มีปัญหา มีอยู่ครั้งหนึ่งเคยส่งตัวอย่างกระดูกไปหาค่าอายุ ปรากฏว่ากระดูกชิ้นนั้นมีปริมาณคาร์บอนไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถกำหนดค่าอายุได้”

กรณี “พระเครื่อง” ถ้าจะให้ตรวจสอบอายุก็ต้องตัดบางส่วน เพื่อนำชิ้นส่วนพระออกมาตรวจสอบ การทำอย่างนั้นนอกจากเสี่ยงต่อการแตกหักเสียหายแล้ว ยังทำให้รูปทรงพระเสียหายอีกด้วย

อาจารย์กล่าวเพิ่มเติมว่า “การตรวจสอบอายุสมัยพระเครื่อง โดยใช้วิธีคาร์บอน-14 ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเพื่อที่จะยืนยันว่าพระองค์นั้นแท้หรือปลอม ยิ่งกรณีพระสมเด็จ ยังยืนยันว่าวิธีคาร์บอน-14 ไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องอายุที่แท้จริงได้ ประเด็นที่ว่ายาก คือ การตรวจสอบพระสมเด็จหนึ่งองค์ พระสมเด็จองค์นั้น สมมติมวลสารทำมาจากเปลือกหอย เปลือกข้าว เศษพระเก่า บดตำอัดรวมกัน ดังนั้นค่าอายุที่ได้ก็จะเป็นค่าอายุของเปลือกหอย เปลือกข้าว ไม่ได้ค่าอายุขณะที่สร้างพระ เข้าใจว่า หากเอามวลสารหลายๆจุดจากพระองค์เดียวไปกำหนดอายุด้วยวิธี AMS จะได้ค่าอายุที่หลากหลายปะปนกันไป นอกเสียจากว่าการสร้างพระมีการเผาแล้วเกิดเขม่าหรือมีเศษถ่านติดที่องค์พระ อันนั้นโอเค.....พอลุ้นได้”

ความจำเป็นในการมี “เครื่อง” ตรวจสอบอายุวัตถุโบราณในประเทศไทย อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี เคยตั้งความหวังไว้ว่าควรมีตั้งแต่ พ.ศ.2511 ความจำเป็นในเรื่องนี้ ผศ.ชวลิตบอกว่า “โดยส่วนตัวแล้วเรามีความต้องการที่จะมีเครื่องมือไว้ใช้อยู่แล้ว หลายคนเคยถามว่าทำไมคณะโบราณคดีไม่มีเครื่องมือดังกล่าว ในความเป็นจริงแล้ว อยากบอกว่าการมีเครื่องมือดังกล่าวต้องใช้งบประมาณที่สูงมากหลายสิบล้านบาทจะต้องมีนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะมาประจำ ต้องมีงบประมาณสำหรับซ่อมบำรุงทุกปี มีสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับติดตั้งเครื่องมือดังกล่าว ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยที่มีอยู่ในหน่วยงานกลางอย่าง สทน.”

และเห็นว่า “รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้ ทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ที่เข้าใจว่าปัจจุบันเก่ามาก และงบประมาณสนับสนุนการวิจัยด้านนี้อย่างจริงจัง ดังนั้นหากมีการพัฒนาอย่างจริงจังแล้ว ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางเพื่อรับบริการกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้”

คณบดีบอกว่า การขุดค้นทางโบราณคดีตามหลักวิชาการในประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก แต่การขุดค้นทางโบราณคดีต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรอบคอบ เพราะการขุดค้นเหมือนดาบสองคมคมหนึ่งคือได้ทราบความเป็นมาของชีวิตผู้คนในอดีต ส่วนอีกทางหนึ่ง ถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ ก็เป็นการทำลายหลักฐานทางโบราณคดีที่อยู่ใต้ดินเมื่อนำขึ้นมา ดังนั้น การขุดทุกครั้งต้องมีเป้าหมายว่าขุดค้นเพื่ออะไร ขุดมาแล้วจะดำเนินการอย่างไรกับหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านั้น ปัจจุบันผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ขุดค้นทางโบราณคดีคือกรมศิลปากร

การตรวจสอบอายุทางโบราณคดีนั้นมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการตรวจสอบอายุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะกำหนดเป็นตัวเลขออกมาเพื่อยืนยันความเป็นมาของอดีตส่วนการตรวจสอบอายุพระเครื่อง ขอย้ำคำของ ผศ.ชวลิตว่า “คาร์บอน-14 ไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องอายุที่แท้จริงได้”.

8 ก.ค. 2559 10:22 8 ก.ค. 2559 10:22 ไทยรัฐ