วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin

Brexit ยังคงสร้าง “ความกังวล” “ความผันผวน” และ “ความไม่แน่นอน” ให้กับเศรษฐกิจโลก ณ ขณะนี้ อาการ “3 วันดี 4 วันไข้” ของ ตลาดหุ้น ตลาดน้ำมัน ตลาดทองคำ ตลาดตราสารหนี้ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงเศรษฐกิจโลกยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนครับความผันผวนเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป เพราะผู้คนทั่วโลกจะจินตนาการอย่างไม่หยุดยั้งว่าสถานการณ์ Brexit จะลงเอยอย่างไร และจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกมากน้อยแค่ไหน

ผลกระทบจะเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มต้นการเจรจาระหว่าง UK กับ EU และผลกระทบจะเด่นชัดขึ้นระหว่างการเจรจาจนจบกระบวนการเจรจา ซึ่งกำหนดไว้ว่า คู่เจรจาคือ UK กับ EU ต้องเจรจาให้บรรลุข้อตกลงภายใน 2 ปี นับจากวันเริ่มกระบวนการขอลาออกจากการเป็นสมาชิกของ EU เพื่อ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุ ผลได้ภายในระยะเวลา 2 ปีที่กำหนดเส้นตายไว้ UK จะต้องออกจาก EU โดยอัตโนมัติ และจะใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้ากับ EU ภายใต้กรอบของ WTO (ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่ทุกประเทศทั่วโลกได้) แทน

คำถามที่หลายคนตั้งประเด็นคำถามและกลัวว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ ในอนาคตอันใกล้คือ “ทั้ง EU และ/หรือ UK จะแตกหรือไม่” เพราะมีข่าว ว่า สกอตแลนด์ประเทศหนึ่งใน UK ที่ vote ให้อยู่ใน EU ต่อ อาจเรียกร้อง ให้มีการทำประชามติอีกครั้งในปีหน้าเพื่อขอออกจาก UK เพราะความเห็นไม่สอดคล้องกับ UK ในการออกจาก EU ขณะเดียวกัน ก็มีความกังวลว่าประชาชนของประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจใน EU เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศสหรือประเทศอื่นๆ อาจขอให้มีการทำประชามติออกจาก EU ได้ในอนาคตเพราะเห็นว่าประเทศของตนเสียเงินงบประมาณไปช่วยเหลือประเทศที่มีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจใน EU มากเกินไป

ประสบการณ์ของ Brexit ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่า “AEC ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรี (FTA) ที่มีความใกล้เคียงกับ EU จะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับ EU ในครั้งนี้หรือไม่” และ “AEC มีความเสี่ยง ต่อการลาออกของสมาชิกหรือการล่มสลายเหมือน EU หรือไม่” หาคำตอบกันในสัปดาห์หน้าครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้