วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีชัยโยน คสช. จัดการพวกบิดเบือน เชื่อมีคนชักใย

‘วัฒนา’ชม7นศ. ไม่ยอมประกัน


“มีชัย” ฉุนวิชามาร ขบวนการบิดเบือน สอดไส้พลิกแพลงเนื้อหาร่าง รธน. ฉบับ กรธ. แฉใช้ปกแบบเดียวกัน แต่เปลี่ยนเนื้อหาข้างใน เชื่อ ปลอมแปลงจำนวนมาก มีนายทุนชักใยเบื้องหลัง ประสาน กกต.-คสช. สาวถึงต้นตอ กรธ.ลุยแหลกโค้งสุดท้ายประชาสัมพันธ์หนักมาก ทะลุทะลวงบนโลกโซเชียลพร้อมแจกเอกสารเพิ่มเติมแบบเข้าใจง่ายๆ กกต.เด้งรับทันควันพร้อมหารือ “มีชัย” ด้าน “สมชัย” เผยอยากคุย กรธ.วางงานโค้งสุดท้าย หาทางเร่งสร้างความเข้าใจ ปิดช่องบิดเบือน คสช. ยันใช้ ก.ม.แต่พองาม ไม่บีบจนเป็นเงื่อนไขเรียกร้อง ขณะที่ ปชป.เหน็บ กกต.-กรธ. อ่อนประชาสัมพันธ์ เอกสารไม่มี วิทยากรไม่เห็น “วัฒนา” สดุดี นศ.ใจเด็ดไม่ขอประกันตัว ลั่นเผด็จการไม่มีทางชนะประชาชน “เทพเทือก” ทำบุญวันเกิด 67 ปี ยันไม่ตั้งพรรค ไม่หวนคืนการเมือง “มาร์ค” พร้อมอ้าแขนรับอดีตแกนนำ กปปส. สปท.สะท้านเสียงตวาด “บิ๊กป้อม” กลับลำไม่เสนอเลิกคำสั่ง คสช.ปล่อยผีนักการเมือง

หนทางไปสู่การทำประชามติวันที่ 7 ส.ค. งวดเข้าสู่โค้งสุดท้าย เหลืออีกเพียง 30 วัน เกิดสุ้มเสียงจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาเปิดโปงว่ามีขบวนการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ สอดไส้ดัดแปลงเนื้อหาในบางพื้นที่ ตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้บงการชักใยอยู่เบื้องหลังการดำเนินการดังกล่าว ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้ประสานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเข้ามาดูแลจัดการเรื่องนี้

“มีชัย” บี้ คสช.–กกต.สาวต้นตอบิดเบือน

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังบรรยายพิเศษ เรื่อง “รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูประบบสาธารณสุข” ให้กับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายอมร วานิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. รายงานว่า พบการเดินสายให้ข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญบิดเบือนต่อชาวบ้านในพื้นที่ จ.เชียงใหม่นั้น ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวใช้หน้าปกแบบเดียวกับ กรธ. แต่เนื้อหาด้านในไม่เหมือนกัน ถ้าตรวจเอกสารพบการบิดเบือน ต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบต่อไป เบื้องต้นเอกสารที่พบเป็นแบบเดียวกับที่พบที่ศูนย์ราชการ จึงเชื่อว่าน่าจะมีการจัดพิมพ์เป็นจำนวนมาก ลำพังกำลังของกลุ่มนักศึกษาไม่น่าทำได้ อาจมีขบวนการทุนที่ให้การสนับสนุนอยู่ จึงต้องนำเรื่อง ไปหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ กกต.ว่า จะสาวถึงต้นตออย่างไร เผยแพร่ไปมากน้อยแค่ไหน

จ่อใช้โซเชียลมีเดียกระตุ้นใช้สิทธิ

ที่กระทรวงมหาดไทย นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ กระทรวงมหาดไทยว่า เรื่องที่พูดคุยมีอยู่ 2 ประเด็นคือ 1. สรุปว่าอาสาสมัครเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอาสาสมัครได้ทำอะไรไปแล้วบ้างเช่น การพูดออกเสียงตามสาย การจัดให้มีการประชุมหมู่บ้าน การเดินพบปะผู้คน และได้ผลประการใด 2.นำเอาข้อกังวลที่หลายฝ่ายได้สะท้อนขึ้นมา เช่น เรื่องเอกสารที่ประชาชนยังไม่ได้รับ จะทำอย่างไรในการจัดให้มีเอกสารที่มีรูปแบบเป็นแผ่นเดียว แต่มีเนื้อหาหลักที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนเรื่องอื่นๆก็พูดคุยในเรื่องการใช้สื่อ หรือโซเชียลมีเดียที่ครอบคลุมได้ทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนเกิดการตื่นตัว และออกมาใช้สิทธิให้มาก

แจกเอกสารแผ่นเดียวสรุป รธน. 9 ข้อ

นายชาติชายกล่าวว่า ทั้งนี้ ทาง กรธ.ได้ทำเอกสารแบบ 1 แผ่น ขนาดเอ 4 มีข้อสรุปทั้งหมด 9 เรื่อง เป็นเรื่องที่ทุกคนอ่านแล้วก็จะได้รู้ว่ารัฐธรรมนูญนี้ได้ให้อะไรกับเขาบ้าง หลังจากที่ กกต.พิมพ์เอกสารเอ 4 นี้แล้ว และสอดแผ่นพับนี้เข้าไปในซองที่ส่งถึงเจ้าบ้านที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติ น่าจะมีเอกสารที่ขอทางอำเภอดาวน์โหลด และทำสำเนาให้ประชาชน เมื่อถามถึงกรณีครู ค ที่อาจมีความกังวลเรื่องการตอบคำถามประชาชน นายชาติชายตอบว่า จะให้กระทรวงไปอธิบายให้ชัดเจนเพื่อคลายกังวล เพราะที่ผ่านมาอาสาสมัครเกรงว่าถ้าพูดแบบนี้จะเข้าข่ายโน้มน้าวหรือไม่ โดยจะให้มีเจ้าหน้าที่ปกครอง หรือครู ข เป็นพี่เลี้ยงด้วย ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองครู ค ที่จะลงพื้นที่ เพราะครู ค ได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 10 ใน พ.ร.บ.ประชามติอยู่แล้ว

กกต.พร้อมถก “มีชัย” เอกสารบิดเบือน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงสื่อมวลชน กรณีที่มีข่าวระบุว่า กกต.ไม่จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญและสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้กับทุกครัวเรือนว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้กำหนดให้ กกต.ต้องส่งเอกสารให้กับทุกครัวเรือน มีเพียงจุลสารการออกเสียงประชามติ หรือบุ๊กเล็ต ดังนั้น ที่วิจารณ์ว่า กกต.บกพร่องต่อหน้าที่จึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ กกต.ได้นำข้อมูลสาระสำคัญใส่ไว้ในเว็บไซต์ของ กกต. และแอพพลิเคชั่นฉลาดรู้ สามารถเข้าไปดูได้ ส่วนกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.จะหารือกับ กกต.กรณีที่มีการแจกจ่ายเอกสารเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ กกต.พร้อมร่วมมือตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กรธ.รู้คำตอบดีที่สุดว่าเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ สำหรับการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด จากข้อมูลวันที่ 6 ก.ค. มีผู้ลงทะเบียนรวม 268,525 คน โดยในปีนี้มีจำนวนมากกว่าการลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามติในปี 2550 ที่มีเพียงประมาณ 2 แสนคน

อยากคุย กรธ.วางงานโค้งสุดท้าย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.กับ กรธ.สามารถประชุมร่วมกันได้ เพื่อมีแนวทางทำงานร่วมกัน เนื่องจากแต่ละซีกลงพื้นที่อาจเห็นปัญหาแตกต่างกัน ถ้าคุยกันสักครั้งก็คงจะดีว่าใน 30 วันที่เหลือเราจะทำงานร่วมกันอย่างไรได้บ้างที่พอจะทำให้ประชาชน เข้าใจเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญได้มากขึ้นกว่าเดิม และทำอย่างไรให้การออกเสียงครั้งนี้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ได้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้การตัดสินใจถูกบิดเบือนไป ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เฟซบุ๊กไลฟ์นั้น การแสดงความคิดเห็นต้องอยู่บนพื้นฐาน ไม่เท็จ ไม่หยาบคายและไม่ปลุกระดม ซึ่งเรื่องหยาบคาย อยู่ในวิสัยที่ กกต.สามารถพิจารณาได้ แต่เรื่องบิดเบือนเป็นเท็จ กกต.ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องได้รับความร่วมมือจาก กรธ.พิจารณาว่าเนื้อหาผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือไม่ ส่วนการปลุก ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลสถานการณ์ได้

คสช.ยันไม่ใช้ ก.ม.บีบจนหน้าเขียว

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีห่วงใยว่าจะมีกลุ่มออกมาป่วนในช่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้การดำเนินการยังเป็นการขอร่วมมือและสร้างความเข้าใจควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม ส่วนเรื่องของประชามติที่มีการขับเคลื่อนของหน่วยงานศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะยังเน้นขอความร่วมมือและบังคับใช้กฎหมายให้อยู่ในกรอบ จะชี้แจงสร้างความเข้าใจ เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมาย เป็นเงื่อนไขเรียกร้องหรือกลายเป็นประเด็นทั้งในและนอกประเทศ ขณะนี้ยังไม่รับรายงานว่าจะมีการก่อความรุนแรงในช่วงการทำประชามติ แต่ล่าสุดเป็นการแสดงออก การเคลื่อนไหวที่ไม่อยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามสถานการณ์แต่ละพื้นที่

ปชป.โวย กกต.–กรธ.อ่อนพีอาร์

ด้านนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ชาวบ้านจำนวนมากฝากตนมาถาม กกต. และ กรธ. ว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนจะถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญนี้เลย ไม่ต้องพูดถึงครู ก ครู ข หรือครู ค เพราะยังไม่เห็นหน้าในพื้นที่เลย มีแต่ข่าวว่า กกต. จะแจกจ่ายสาระสำคัญฉบับย่อส่งตรงถึงครัวเรือนต่างๆทั่วประเทศ แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้รับ ฝากถามถึง กกต. ว่าล่าช้าเพราะอะไร มีเพียง กกต.จังหวัดส่งคนไปจัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือกลุ่มแม่บ้าน แต่กลับไปชี้แจงให้ความสำคัญกับแม่น้ำ 5 สายโดยไม่มีร่างรัฐธรรมนูญไปแจกให้ศึกษา แล้วชาวบ้านในชนบทจะเข้าใจได้อย่างไร จะโหวตรับหรือไม่รับ จนชาวบ้านพูดกันว่าเหลือเวลา 3-5 วันก่อนวันลงประชามติ เขาคงส่งมา ก็ไม่มีเวลาอ่านถึงเวลาก็ไปโหวตกัน จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ไม่รู้

“วัฒนา” ซูฮก นศ.ใจเด็ดไม่ประกันตัว

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ผมไม่ยอมให้ คสช. ใช้ประชามติฟอกตัว” ว่า ขอยกย่องจิตใจที่กล้าหาญของน้องนักศึกษาทั้ง 7 คน ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่ขอประกันตัวจนเผด็จการพ่ายแพ้ต้องยอมปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข ตนถูกดำเนินคดีที่ศาลทหารด้วยข้อหาคล้ายกัน แต่เป็นฝ่ายขอประกันตัวออกมา จิตใจจึงเทียบกับน้องๆไม่ได้ น้องๆได้พิสูจน์ให้ผู้ใหญ่ทุกคนเห็นแล้วว่าเผด็จการไม่มีทางชนะประชาชน ทั้งนี้ เหตุที่การยึดอำนาจไม่เคยหมดสิ้นไปจากสังคมไทยเพราะมีการนิรโทษกรรม จึงทำให้เผด็จการทั้งหลายได้ใจเพราะไม่ต้องรับผิดชอบ แท้ที่จริงการนิรโทษกรรมจะต้องได้รับการให้อภัยจากผู้เสียหายก่อน

บี้คนต้านนิรโทษออกมาประท้วง คสช.

นายวัฒนาระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ประชามติก็เท่ากับประชาชนยอมรับการนิรโทษกรรมซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำ คสช. และบริวารมาลงโทษได้อีก นี่คือคำตอบว่าเหตุใด คสช. จึงต้องดำเนินคดีกับผู้คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ข้ออ้างที่ว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปราบโกงจึงเป็นเพียงวาทกรรมหรือลมปาก แท้ที่จริงคือ คสช.กลัวติดคุกจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ดังนั้นทุกฝ่ายที่เคยออกมาประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ก็ควรจะออกมาคัดค้านการนิรโทษกรรมให้กับ คสช.ด้วยเพราะหนักกว่าฉบับสุดซอยหลายเท่า จากนี้ไปก็อยู่ที่พี่น้องประชาชนว่าจะยอมให้ คสช.และบริวารใช้ประชามติฟอกตัว ไม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่ หรือประชาชนต้องการเห็นการยึดอำนาจอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป ผลการออกเสียงประชามติคือคำตอบ สำหรับตนจะยุติวงจรอุบาทว์และจะไม่ยอมให้ คสช. ใช้ประชามติฟอกตัวอีกต่อไป

“ปึ้ง” สอนรัฐบาลต้องพูดความจริง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า อยากเตือนรัฐบาลว่าการชี้แจงให้ยูเอ็นหรือนานาชาติให้เข้าใจถึงบทบาทของรัฐบาล และ คสช.นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องพูดความจริงเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับ เช่น กรณีการจับกุมนักศึกษานำตัวไปขึ้นศาลทหารและไปฝากขังในคุกถึงขนาดถูกตีโซ่ตรวน ทูตานุทูตหลายประเทศก็ได้ให้ความสนใจ พร้อมเฝ้าติดตามสังเกตการณ์ ดังนั้น การที่รัฐบาลและ คสช.จะพูดอะไรออกไปต้องคำไหนคำนั้น ไม่ใช่พูดแบบไม่รับผิดชอบ หรือโกหกให้หลงเชื่อ นอกจากนี้ ขอให้เลิกคิดหรือพยายามกล่าวหากันได้แล้วว่ามีขบวนการเอาโลกมาล้อมประเทศไทย เพราะทุกวันนี้มิตรประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยต่างก็มีความปรารถนาดีต่อประเทศไทย อยากให้กลับคืนสู่การปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นที่ยอมรับของสากล นอกจากนี้อย่าลืมเดินตามโรดแม็ปที่ได้ประกาศไว้ในเวทีโลก ไม่ว่าผลการทำประชามติจะออกมาอย่างไร

“ภูมิธรรม” ประกาศไม่เอา ส.ว.ลากตั้ง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี ส.ว. 250 คน มีที่มาจากการเสนอแต่งตั้งของ คสช. โดยไม่ได้มาจากประชาชน และยังมีคำถามพ่วงให้สามารถร่วมโหวตเลือกนายกฯได้ ทำหน้าที่ต่างๆได้ เช่น เห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในช่วงดำรง ตำแหน่งอยู่ 5 ปี เป็นเรื่องไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง 7 ส.ค. ออกไปใช้สิทธิ ตัดสินอนาคตประเทศไทย

“เทพเทือก” ทำบุญครบรอบ 67 ปี

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) จัดงานทำบุญวันเกิดอายุครบ 67 ปี โดยเลี้ยงเพลพระภิกษุทั้งวัด มีบรรดาอดีตแกนนำกลุ่มกปปส. อาทิ นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภารดัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายจุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรค ไปร่วมงานทำบุญด้วย

ยันหนุนร่าง รธน.ด้วยใจบริสุทธิ์

นายสุเทพกล่าวถึงการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญว่า ดีใจที่ได้ทำประโยชน์ เสียงวิจารณ์และคำชมเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้นำมาใส่ใจ ยืนยันทำด้วยความสุจริตใจ หากโชคดีร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติ จะทำให้เกิดการปฏิรูปประเทศและอนาคตประเทศดีขึ้น เป็นไปตามที่ กปปส.คาดหวังไว้ ส่วนที่รัฐบาลตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อดูแลการลงประชามตินั้น เป็นเรื่องปกติเพราะรัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ขณะที่อีกฝ่ายอาจมีเจตนาอย่างอื่น จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ขอฝากถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวขอให้เคารพกฎหมายเป็นหลัก เช่นเดียวกับตน ทั้งนี้ หาก คสช.สั่งให้หยุด ตนก็ยินดีหยุดทันที

ไม่หวนการเมือง–ไม่ตั้งพรรคใหม่

นายสุเทพกล่าวด้วยว่า ขอยืนยันย้ำว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมือง และไม่ตั้งพรรคใหม่แน่นอน แม้แต่การเป็น ส.ว.สรรหาก็ไม่รับ ส่วนอดีตแกนนำ กปปส. หากจะหวนกลับไปสังกัดพรรคการเมืองใด ก็ไม่ได้ห้าม เป็นเรื่องของแต่ละคน และการพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ ก็ไม่ได้พูดเรื่องการเมืองใดๆ เพราะถือว่าตนได้ออกมาจากพรรคแล้ว

“มาร์ค” อ้าแขนรับอดีต กปปส.

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้อวยพรให้นายสุเทพมีสุขภาพแข็งแรง ในการทำงานร่วมกันมีความผูกพันมานาน ท่านเป็นคนหนึ่งที่ชักชวนเข้ามาทำงานทางการเมือง ต่อข้อถามถึงความสัมพันธ์พรรคประชาธิปัตย์กับอดีตแกนนำ กปปส. เช่น นายถาวร เสนเนียม ที่กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คนที่ไป กปปส.ก็ยังเป็นสมาชิกพรรคเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นท่านที่ไปบวช กรณีนายถาวรไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่ง หลายคนยังมีความตั้งใจที่จะกลับมาทำงานการเมืองกัน ยกเว้นนายสุเทพ

วอน คสช.ปลดล็อกพรรคเนิ่นๆ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะเสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติว่า อยากให้ปลดล็อกคำสั่งนี้เร็วที่สุด อาจจะตั้งเงื่อนไขว่ายังไม่ให้ทำกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคง เช่น การตั้งเวทีปราศรัย แต่อยากให้พรรคการเมืองได้เริ่มต้น ในการปฏิรูป และมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเปิดโอกาสในช่วงก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็จะมุ่งไปสู่สนามเลือกตั้งอย่างเดียว ส่วนเรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องยอมรับบรรยากาศยังผิดธรรมชาติของการออกเสียงประชามติ ได้ย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง เพื่อให้คลายบรรยากาศนี้ เพราะว่าจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต น่าเป็นห่วงเรื่องการตื่นตัวของประชาชนที่จะไปใช้สิทธิน้อยและความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการตั้งศูนย์รักษาความสงบฯนั้น ต้องระวังการกระทบกระทั่งกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆจะกลายเป็นภาพลักษณ์ว่าการเมืองไทยยังมีเรื่องแบบนี้อยู่

สปท.จ๋อยกลับมติไม่แก้คำสั่ง คสช.

ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม แสดงความไม่พอใจที่ สปท.การเมืองล้ำเส้น โดยเสนอแนะแก้ไขคำสั่ง คสช. เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรม หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติว่า ไม่มีเจตนาล้ำเส้น แต่ สปท.การเมืองอยากให้ผ่อนคลายบรรยากาศความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม หลังจากมีเสียงท้วงติงจาก พล.อ.ประวิตร สปท.การเมืองจึงทบทวนขอแก้ไขถ้อยคำในมติจากเดิม เป็นการเสนอให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมภายใน เพื่อปฏิรูปพรรคก่อนการเลือกตั้งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ คสช. และสถานการณ์ขณะนั้น ไม่จำเป็นต้องแก้ไขคำสั่ง คสช. เพื่อช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการเมือง หลังจากที่แก้ไขถ้อยคำเสร็จแล้ว จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สปท. เพื่อรับรองมติขอการแก้ไขต่อไป

วางกรอบทำงานเบรกออฟไซด์

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกวิป สปท. แถลงภายหลังการประชุมวิป สปท.ว่า ที่ประชุมได้มีมติกำหนดให้ต่อจากนี้เรื่องที่จะทำกิจกรรมในนามสปท.ต้องเสนอ และผ่านความเห็นชอบจากวิป สปท.ก่อนทุกครั้ง เพื่อความละเอียด กระชับ รอบคอบ และเพื่อแก้ปัญหาการสื่อสารภายในที่มีอยู่เดิมด้วย เมื่อถามว่า มติดังกล่าวเกี่ยวกับกรณีที่มีสมาชิก สปท.ไม่พอใจนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 ที่ทำงานออฟไซด์ใช่หรือไม่ นายคำนูณตอบว่า ไม่ใช่ เพราะขณะนี้ สปท.ยังมีมิตรภาพที่ดียิ่ง ไม่มีความขัดแย้ง แต่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารภายในเท่านั้น เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวจาก สปท.ยืนยันจะเปลี่ยนตัวรองประธานคนที่ 1 โฆษกวิป สปท.ตอบว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตนไม่เคยได้ยิน

“จ้อน” เซ็งพวกแอบอ้างเลื่อยเก้าอี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีหนังสือพิมพ์บางฉบับอ้างแหล่งข่าวว่า คสช.ไม่ปลื้มจะเปลี่ยนรองประธาน สปท.คนที่ 1 ว่า เป็นการกุข่าวที่แย่มาก ผู้ใหญ่ใน คสช.ยืนยันกับตนว่าไม่จริง คราวหน้าคราวหลังไม่ควรแอบอ้าง คสช. ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้วหลังจากชี้แจงทำความเข้าใจในการหารือนอกรอบเมื่อวันอังคารซึ่งจบลงด้วยเสียงปรบมือ สมาชิกผู้ใหญ่หลายคนบ่นกับตนว่าเบื่อและรำคาญกับเรื่องที่เกิดขึ้นและสงสัยว่าเขาเหล่านั้นต้องการอะไรแน่ สำหรับท่านประธาน สปท.และตนได้หารือเรื่องการปรับปรุงระบบงานแล้ว ท่านยืนยันว่าตามที่มีข่าวแอบอ้างว่าจะเปลี่ยนตนนั้นไม่จริง เพราะเราทำงานเป็นทีมเวิร์กมาตลอด

“นวยนิ่ม” นัดให้กำลังใจทีม ปธ.สปท.

ขณะที่ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ได้ส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่ม สปท. เเจ้งนัดหมายสมาชิก สปท.ให้มารวมตัวกันหน้าห้องประชุมอาคารรัฐสภา 1 เวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ค.เพื่อเเสดงมุทิตาจิต ให้กำลังใจทีมประธาน สปท.ที่นำโดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ นายอลงกรณ์ พลบุตร และ น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ ในฐานะกัปตัน ต้นหน และนายท้าย ที่เสียสละ นำนาวา สปท.ฝ่าคลื่นลมมากว่า 10 เดือน มีผลงานปฏิรูปมากมายหลายด้าน ชัดเจน ไปได้ด้วยดี เป็นที่ประจักษ์ แม้จะต้องฝ่าคลื่นลมแรง

สภา นศ.รามจี้ ตปท.หยุดแทรกแซง

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง สภานักศึกษา ม.รามคำแหง (ส.ม.ร.) โดยนายมารุต หนูแก้ว ประธานสภานักศึกษา ม.รามคำแหง และสมาชิก ส.ม.ร.จากพรรคตะวันใหม่ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ขอบคุณรัฐบาลและศาลทหารที่ปล่อยตัว 5 นักศึกษารามคำแหงที่ร่วมทำกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรม– นูญฉบับใหม่ กับกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ส.ม.ร.ยังเรียกร้องให้องค์กรต่างประเทศต่างๆ และนานาประเทศเคารพกฎหมายไทยเพื่อความเรียบร้อยของประเทศไทยและรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องการ ด้วยการยุติการแทรกแซงและให้การช่วยเหลือกลุ่มที่เห็นต่างภายในประเทศบางกลุ่มออกมาดำเนินกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย และสร้างความวุ่นวายในสังคม ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งต่อไปในอนาคต

ปลื้มยูเอ็นไว้ใจไทยดูแลคนพิการ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิก สนช.ผู้ได้รับเลือกตั้งตำแหน่งคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติวาระปี พ.ศ.2560-2563 เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกฯยินดีกับนายมณเฑียร ที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชา– ชาติเป็นสมัยที่ 2 ทำให้เห็นว่าคนพิการไทยและประเทศไทยมีบทบาทและได้รับการยอมรับในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสิทธิ และความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมของคนพิการ และชื่นชมที่นายมณเฑียรมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทนต่อการทำงานเพื่อคนพิการ ขณะที่นายมณเฑียรได้ฝากให้นายกฯช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยนายกฯมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หารือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สนช.ตั้ง 17 กมธ.สอบประวัติ “เรวัต”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยง–บุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานประชุม พิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของนายเรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ และอดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาฯให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยที่ประชุม สนช.ให้ความเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ 17 คน อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน เพื่อส่งให้สนช.พิจารณาต่อไป ขณะที่นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช.ตั้งข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า ถือเป็นครั้งแรกของ สนช.ที่คณะกรรมการสรรหาฯเสนอชื่อบุคคลเดิมที่เคยถูกสภาฯไม่ให้ความเห็นชอบกลับมาดำรงตำแหน่งอีก จึงขอฝากให้ตรวจสอบประวัติการทำงานลงลึกทั้งจริยธรรม ความประพฤติ และการกระทำ เพื่อประโยชน์ผู้ได้รับการเสนอชื่อ และสนช.ที่จะพิจารณา

เปิดสำนวนสอย “บิ๊กโอ๋” 25 ส.ค.

จากนั้น ที่ประชุม สนช.เข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 กรณีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งเรื่องมาให้ สนช.ดำเนินการ โดยนายสุรชัยแจ้งต่อที่ประชุมว่า กำหนดวันแถลงเปิดสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กล่าวหา และ พล.อ.อ.สุกำพลในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ขณะที่ พล.อ.อ.สุกำพล ไม่มีการยื่นขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานเข้ามาภายในกำหนดคือ วันที่ 1 ก.ค. จึงถือว่าไม่มีความประสงค์จะขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานใดๆ

พลเมืองเน็ตยื่นชะลอ พ.ร.บ.คอมฯ

ที่รัฐสภา เครือข่ายพลเมืองเน็ต นำโดยนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ยื่นรายชื่อประชาชน 40,000 ชื่อ ต่อนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เพื่อขอให้สนช.ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่มีปัญหาเรื่องจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแสดงออกและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ปลอดภัย โดยนายอาทิตย์กล่าวว่า ขอ สนช.ทบทวนและแก้ไขมาตราที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน คำนิยามข้อมูลเท็จ ความเสียหายแก่ประชาชนที่ยังไม่มีความชัดเจน เรื่องที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาเท่านั้น ขณะที่นายพีระศักดิ์กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช.

มั่นใจรถถังออฟล็อตถึงครบ มี.ค.60

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.สั่งการให้ชี้แจงความคืบหน้าการส่งมอบรถถังออฟล็อต ของประเทศยูเครนที่ล่าช้าว่า เนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัยเหนือความคาดหมายจากปัญหาในประเทศยูเครนเอง ทำให้ส่งมอบคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ทางรัฐบาลยูเครน และบริษัทผู้ผลิต ยืนยันจะส่งมอบให้ทันเดือน มี.ค.60 จากทั้งหมด 49 คันที่จัดหา โดยปัจจุบันส่งมอบแล้ว 10 คัน อีก 5 คันอยู่ระหว่างการเดินทางมากำลังจะถึงไทย และอีก 5 คันอยู่ระหว่างการตรวจก่อนขึ้นเรือมายังไทย ที่เหลือประมาณ 29 คัน อยู่ระหว่างกระบวนการประกอบและผลิต เมื่อถามว่า จะเรียกค่าเสียหายจากความล่าช้าหรือไม่ พ.อ.วินทัยกล่าวว่า เป็นเหตุสุดวิสัยเข้าใจได้ ส่วนที่กองทัพบกจะซื้อรถถังเพิ่มเติม เพื่อทดแทนรถถังเก่าที่กำลังจะปลดประจำการ เช่น M-41 ที่ประจำการมากว่า 40 ปี ขั้นตอนได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.) แล้ว อาจซื้อจากผู้ผลิตรถถังของประเทศจีน

บี้ กสทช.จี้ 3 ค่ายคืนค่าโทร.เกินจริง

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนฯ กล่าวถึงกรณี 3 บริษัทค่ายมือถือคือ เอไอเอส ดีแทคและทรู แถลงคัดค้านคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)กำหนดเพดานอัตราค่าโทรศัพท์มือถือว่า เมื่อเข้าประมูล บริษัทเหล่านี้รับทราบอยู่แล้ว จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเข้าประมูลใบอนุญาต ที่ระบุผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดอัตราค่าบริการที่สมเหตุผล ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่กลับคิดค่าบริการเสียง และบริการข้อมูลแพง ค่าโทร.เกินจริงจากเงื่อนไขโปรโมชั่น เช่น นาทีละ 1.50 บาท หรืออัตราค่าบริการส่งข้อความสั้น ถึงนาทีละ 3-5 บาท ผิดทั้งข้อตกลงเงื่อนไขเข้าประกวดราคา (ทีโออาร์) และทั้งผิดกฎหมายต้องคืนเงินให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกหมายเลข จึงขอให้ กสทช.เร่งรัด เพราะปล่อยละเลยมาตลอด 2 ปี

ริบทรัพย์แม่ “อรรถวิชช์” เด็ก ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนางภคินี สุวรรณภักดี มารดานายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้คัดค้านที่ 1 น.ส.อรภัค สุวรรณภักดี บุตรสาวผู้คัดค้านที่ 2 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้คัดค้าน ที่ 3 และนายนัฐพงศ์ สุรรณภักดี บุตรชาย ผู้คัดค้าน ที่ 4 ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบพบว่า นางภคินีขณะเป็นกรรมการให้สินเชื่อชุดบริหารธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนายสุเทพ เจริญพรพาณิชกุล มียอดหนี้ค้างชำระ 4,278,000,000 บาท รวม 8 บัญชี เป็นเงิน 5,195,000,000 บาท เป็นการทุจริต ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 4 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 รายการ หลักทรัพย์บริษัทอินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 333 หุ้น รวมมูลค่าประมาณ 6,765,300 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน

นัดไต่สวนไอลอว์ฟ้อง กกต. 11 ก.ค.

ค่ำวันเดียวกัน ศาลปกครองมีคำสั่งถึง กกต.ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.14/ 2559 นัดไต่สวนคู่กรณี ระหว่างนายจอน อึ๊งภากรณ์ กลุ่มโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กับพวกรวม 13 คน ผู้ฟ้องคดี กับ กกต.กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี ในวันที่ 11 ก.ค.2559 เวลา 09.00 น. ที่ศาลปกครองสูงสุด หลังจากนายจอนกับพวกมีคำร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความเห็นในการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ซึ่งออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเนื้อหาขัดต่อหลักประชาธิปไตย และกระทบสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยศาลมีคำสั่งให้ กกต.จัดทำเอกสารเกี่ยวกับสถานะของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 และผลหรือโทษของการฝ่าฝืน รวมทั้งข้อเท็จจริงอื่นต่อศาลในวันไต่สวนด้วย