วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุกรับที่ปม 'มีส่วนร่วม'

รุกรับที่ปม 'มีส่วนร่วม'

  • Share:

เข้ม เคร่ง จนเริ่มตึงเครียด

ยิ่งใกล้ถึงวันประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค.เท่าไหร่ บรรยากาศก็เริ่มกรุ่นๆ

ฝ่ายต้านเริ่มขยับ-ขณะที่ฝ่ายคุมเกมเริ่มขึงตึงคิวคุมเข้ม

นอกจากสั่งเปิดศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยคุมเข้มประชามติในแต่ละจังหวัดแล้ว ล่าสุด เหมือนมีสัญญาณจากฝ่ายคุมเกม ถึงท็อปบูตที่คุมในพื้นที่ ออกเทียบเชิญนักการเมืองในเขตรับผิดชอบ

เรียกตัวไปร่วมวงจิบกาแฟ

แม้ไม่ถึงขั้นเรียกว่า “ปรับทัศนคติ” แต่ก็พอประเมินได้ว่า ใกล้ห้วงไคลแมกซ์ประชามติ

สั่งไล่บล็อกแรงกระเพื่อมแบบลงลึกกันเลย

ล้อไปกับสัญญาณขยับของฝ่ายต้าน เริ่มมีแรงต้านให้ต้องจับตากันบ้างแล้ว อาทิ ล่าสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องออกโรงดักทาง

ระบุ พบการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ในลักษณะของการแจกเอกสารที่มีการใช้หน้าปกเดียวกันกับเอกสารที่ กรธ.จัดทำแจกจ่าย

แต่เนื้อหาภายในกลับพบว่าไม่ใช่เนื้อหาที่ กรธ.จัดพิมพ์ จึงจะตรวจสอบว่ามีการบิดเบือนหรือไม่ รวมทั้งมีการพิมพ์เอกสารจำนวนมากน่าจะมีทุนสนับสนุน จึงจะหารือกับ คสช.และ กกต.ต่อไป

รีบขอวัคซีนกันโรคแทรก “ร่างรัฐธรรมนูญปลอม” เริ่มระบาด

แต่ที่น่าจะทำให้ดีกรีคุมเข้มพุ่งพรวด น่าจะเป็นการขยับของคนการเมือง โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ “ปลดล็อก” เปิดให้พรรคต่างๆทำกิจกรรมทางการเมือง ขอเข้าสูตร “มีส่วนร่วม” ในร่างรัฐธรรมนูญ

โจทย์ยากอำนาจพิเศษจะปล่อยฟรีก็กลัวโรคแทรกซ้อน จะล็อกไว้เสียงเรียกร้องก็มาทั่วทิศ

ล่าสุด ถึงจะเคลียร์ระดับบิ๊กไปแล้ว แต่ทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็ต้องยึดรูปแบบ บังคับในฟอร์แมตขององค์กรที่ดูแลพิทักษ์โลก ออกข่าวแถลงทางเว็บไซต์ยูเอ็น เนื้อหาเปิดเผยรายละเอียดการเข้าพบรองเลขาธิการยูเอ็นของนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศและคณะ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ระบุคิวนี้รองเลขาธิการยูเอ็นกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย การควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุม ก่อนจะถึงการจัดลงประชามติ

บีบ คสช.ไขกุญแจ ปลดล็อกเปิดเวทีแสดงความเห็น

จะบอกว่าไม่แคร์ก็คงไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพิ่งยกหูต่อสายคุยบิ๊กยูเอ็นก็ยังไม่เคลียร์ไม่ลงล็อก

หนำซ้ำมาเจอภาพติดโซ่ตรวนนักศึกษาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ

จนถูกมองเด็กแจกใบปลิวกลายเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ไปแล้ว

ภาพแรงกระทบ ชนิดที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เองก็ยอมรับ ฝ่ายที่รับผิดชอบต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคุมผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้

ไม่เช่นนั้นภาพปิดกั้นจะลุกลามขยายวงกันไปใหญ่

โดยเฉพาะในคิวขยับขอปลดล็อกของฝ่ายการเมือง จน

“บิ๊กตู่” ต้องติดเบรกแบบฮึ่มๆเข้มๆบังคับใช้กฎหมาย “อยากลองก็เอาสิ” ก็ทำเอาถอยกลับเข้าที่ตั้งกันแทบไม่ทัน

แม้แต่คณะกรรมการขับเคลื่อนด้านการเมือง สปท.ที่เสนอปลดล็อกพรรคการเมืองถอยกรูดไม่เป็นขบวน หลังผู้นำถามกลับ “สปท.มาจากไหน ใครตั้ง” เตือนกันแรงๆ จนหน้าม้าน ยอมรื้อข้อเสนอกันวุ่น

เอาที่ผู้นำสบายใจอะไรทำนองนั้น

สรุปว่า สถานการณ์ช่วงสำคัญชี้เป็นชี้ตายร่างรัฐธรรมนูญ

ชี้ทิศทางประเทศ อำนาจพิเศษต้องขึงอำนาจคุมเข้มในไฟต์สำคัญ ขณะที่ฝ่ายคนการเมืองถึงถอยไปตั้งหลัก

แต่ก็รอจังหวะกลับมา “แหย่”

ในห้วงสำคัญนับจากนี้ไป เมื่อมองคนละมุม ฝ่ายหนึ่งตั้งธง “คุมสถานการณ์” อีกฝ่ายก็ถึงจังหวะต้องเดินในโจทย์ “ขอมีส่วนร่วม”

จึงย่อมปะทุเป็นระยะๆ มีปะทะเป็นห้วงๆแน่นอน.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้