วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฟนคลับตรึม! แบมแบม เดอะวอยซ์ ทอมหล่อหน้าหวาน ผู้ชายยังหลงรัก

อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ เรื่องราวดีๆ ยังมีอีกเยอะ คอลัมน์เพศทางเลือกวันนี้ก็เช่นกัน พี่แคมปัสมีแขกรับเชิญคนหนึ่งมาแนะนำ พร้อมกันนี้เราได้พูดคุยสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวของตัวเขา ไลฟ์สไตล์ ชีวิต การทำงาน และการเรียน นั่นยังไม่เพียงพอ สาวหล่อคนนี้ยังเปิดอกแสดงความเป็นตัวตนของเธอแบบไม่มีกั๊กอีกด้วย

"นีวิรินทน์ ลิ่มกังวาฬมงคล" หรือ แบมแบม วัย 19 ปี แต่ถ้าจะเรียกว่า แบมแบมเดอะวอยซ์ หลายคนคงร้องอ๋อ...ทันที แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า เธอเป็นหนุ่มใต้หน้าหมวยนะจ๊ะ อะ…งงๆ (เดี๋ยวค่อยๆ เล่านะ)

แบมแบม บอกกับเราว่า

"เป็นคนปัตตานีตั้งแต่เกิดเลย มาอยู่กรุงเทพฯ ตอนที่มาเรียนค่ะ จริงๆ เริ่มเข้ามาตอนประกวดเดอะวอยซ์ คือไปกลับไปกลับเป็นสิบๆ รอบ"

จากนั้นเธอเริ่มเล่าถึงเรื่องเรียน 

ตอนนี้เรียนดนตรีปี 2 วิชาเอกขับร้อง ที่ Superstar College of Asia (วิทยาลัยศิลปินแห่งเอเชีย) มหาวิทยาลัยสยาม เป็นวิทยาลัยที่มุ่งเน้นในการสร้างบัณฑิตให้เป็นศิลปิน ในวงการดนตรีและวงการแสดงที่มีคุณภาพ

"จริงๆ ที่นี่เคยเป็นเหมือนอะคาเดมี่มาก่อน แต่ตอนนี้เป็นวิทยาลัยศิลปินแห่งเอเชียไปแล้ว เวลาเรียนถ้าเป็นวิชาสามัญธรรมดา ก็เรียนที่มหาวิทยาลัยสยาม แต่ถ้าเรียนดนตรี ร้องเพลง ก็จะเรียนที่ทองหล่อสลับกันค่ะ"

เรียนดนตรี...เขาว่าไม่ยาก?

เอกขับร้อง มันก็เป็นทางของเราอยู่แล้ว แต่จะยากตรงทฤษฎีดนตรี เพราะบางคนคิดว่าเรียนดนตรีมันง่าย ทุกๆ คนก็ถามว่า เรียนทำไม เรียนง่ายๆ แต่คือจริงๆ มันยาก เหมือนเรียนคณิตศาสตร์คำนวณนู่น คำนวณนี่ ท่องจำแค่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ในเชิงทฤษฎี เราต้องฝึกฝนบ่อยๆ ฝีกทำ ฝึกร้อง ในช่วงปี 3 และปี 4 ก็จะมีหัดเขียนเพลงเอง เขียนโน้ตเอง บางทีครูกดเปียโน ก็ต้องฟังให้ออกว่าโน้ตอะไร

ทำไมถึงเรียนดนตรี

ที่บ้านไม่ค่อยจำกัดเรื่องเรียน พี่น้อง 3 คนจะมาทางกิจกรรมกันหมด พี่สาวก็เรียนศิลปะ แบมก็เรียนดนตรี น้องสาวเป็นนักกีฬา ป่ะป๊ากับหม่าม้าแค่ต้องการให้เราไม่ออกนอกลู่นอกทาง ถ้าเรามีทางของตัวเองเป็นยังไง ก็บอกเขา

เริ่มร้องเพลง

ตอน ป.5 ป.6 มีเรียนวิชาดนตรี แบมสอบร้องเพลงแล้วก็ได้คะแนนเต็ม 10 คือจริงๆ มันก็ไม่เพราะหรอก แต่ตอนเด็กๆ ก็ได้เต็มกันหมดทุกคน (หัวเราะ) ทำให้เป็นแรงบันดาลใจ พอกลับบ้านไปบอกหม่าม้าว่าอยากเรียนร้องเพลง แต่ที่สอนร้องเพลงที่ปัตตานีมันไม่มี แบมก็เลยต้องไปเรียนร้องเพลงที่หาดใหญ่

ได้เรียนสมใจ

เรียนได้ประมาณ 3 ปี แล้วก็หยุดไป เพราะเป็นช่วงจะขึ้น ม.ปลาย แล้วอยู่ในช่วงที่เราไม่รู้ว่าชอบมันจริงๆ หรือเปล่า เพราะว่าถ้าเราชอบ แล้วจะเลือกเรียนสายนี้ เราก็ต้องตั้งใจจริงๆ แต่พอมาเห็นเพื่อนของพี่สาวเรียนดนตรีที่มหิดล ก็รู้สึกเท่มากเลย ก็เลยตัดสินใจเรียนดนตรีอีกรอบ เพราะอยากเข้ามหิดล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าดุริยางคศิลป์ที่มหิดลเลย ก็เลยคิดไว้ว่า ไว้ค่อยเตรียมตัวสอบเข้าตอนมหา'ลัยเลยแล้วกัน

เล่าถึงเดอะวอยซ์ 

ครั้งแรกคือจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะประกวดอะไรแบบนี้เลย เพราะขี้อาย แล้วแบมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น เคยขึ้นแต่เวทีเล็กที่โรงเรียน ถ้าจะมาสู้คนอื่นอายเปล่าๆ แต่ว่าหม่าม้าบอกว่า ถ้าแบมมัวแต่ร้องเพลงอย่างเดียว แต่ไม่ทำอะไรเลย ก็เปล่าประโยชน์ แล้วแบมก็เลยมาประกวดกับครูสอนร้องเพลงของแบม แต่เสียดายคุณครูไม่ได้ แบมกลับได้ ช่วงนั้นรู้สึกว่าดวงฟลุกมากเลย แล้วก็ได้เข้ามากรุงเทพฯ

ความกดดันในการแข่งขัน

ก็มีนิดนึง แต่แบมเป็นคนไม่ชอบกดดันตัวเอง ว่าฉันต้องได้ ก็เลยไม่เครียดมาก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องตื่นเต้น คงรอบที่ 3 เพราะมีการเตรียมตัวน้อย พอจบรอบ Battle เขาก็ให้เขียนเลยว่า จะเอาเพลงอะไร แล้วตอนนั้นก็รู้สึกว่า ฉันไม่มีเพลงอยู่ในหัวเลย แล้วเป็นคนที่นึกไม่ออก ก็เลยเขียนๆ ไป สรุปเอาเพลงขอจันทร์ เวลาเตรียมตัววันเดียว เนื้อเพลงก็จำไม่ได้ เพราะเราเป็นคนขี้ลืม พอถึงเวลาแข่ง ร้องไปสักพักตื่นเต้นมาก แล้วมันมีช่วงนึงที่เราเกือบลืมเนื้อ แล้วเสียงมันก็หลงไปเลย พอผ่านเทปนั้นไป ก็ไม่เคยดูอีกเลย ถ้าใครเปิดโกรธมาก (หัวเราะ) รู้สึกว่าเราทำได้ดีกว่านี้นะ แต่ทำไมตอนนั้นเป็นอย่างนั้น

กระแสดราม่า

โดนดราม่าเยอะมาก ด้วยความที่แบมนามสกุลไปเหมือนกับคนๆ หนึ่ง แต่ถามว่ารู้จักกันมั้ย ไม่รู้จักกันเลย คือก็อาจเป็นญาติที่ไม่รู้จักกันมาก่อนตั้งแต่เกิด แค่นามสกุลเหมือนกัน คนก็บอกว่าที่แบมเข้ามารอบนี้ เพราะเป็นเด็กเส้นชัวร์ เพราะร้องเพี้ยน กระทู้เต็มพันทิปเลย เราก็นอยด์มากอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ปล่อยผ่านไป พอผ่านตรงนั้นมาแล้ว แล้วมาถึงจุดๆ นี้ เขาก็จะรู้ว่าเราพัฒนาขึ้นมานะ เรามีผลงานของตัวเองแล้วนะ เราก็ไม่รู้ว่าจุดๆ นั้นเขาคิดอะไรกับเรา ทุกวันนี้ยังอ่านกระทู้ไม่หมดเลย (หัวเราะ)

อนาคต…ครูแบมแบม

อยากเป็นคุณครู ถ้าเราไม่ได้สอนที่กรุงเทพฯ อาจจะกลับบ้านที่ปัตตานี ไปเปิดกิจการของตัวเอง เพราะที่ปัตตานีไม่มีที่เรียน แบมชอบสอนเด็กๆ เอาความรู้ที่เรามีไปสอนเขา และยังได้พัฒนาตัวเองไปด้วย สอนคนอื่นด้วย ส่วนตอนนี้ก็ถือเป็นกำไรชีวิต ถ้าเราจบไปแล้ว เราอาจจะเป็นนักร้องอยู่ หรืออาจจะสอนเด็ก พอมีงานก็ไปร้องเพลง มันเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนหรอก

ขี้อาย ไม่กล้าพูด

แบมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ค่ะ อยู่กับเพื่อนก็เฮฮา ปาจิงโกะ ถ้าอยู่กับคนไม่สนิท ก็จะเงียบๆ อยู่บนเวทีก็พูดไม่ค่อยเป็น เพราะนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร เวลามีคอนเสิร์ตก็จะพูดแต่ “สวัสดีค่า แบมแบมเองค่ะ ไปฟังเพลงกันเลยค่ะ” (หัวเราะ) แค่นี้จริงๆ อยู่กับแฟนคลับเราก็เฟรนด์ลี่ปกติ แต่เราก็ไม่ได้เฟคนะ เป็นตัวของตัวเองที่สุด

ติ่งเกาหลี

ชอบ Girls' Generation มาก แต่ตอนนี้เบาลงแล้วค่ะ ไม่ได้ไปทุกคอนเสิร์ต เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่ก็แอบมีร้องไห้ที่ไม่ได้ไปนะ ล่าสุดเพิ่งไปมาเมื่อต้นปีนี้เองที่ Girls' Generation มาไทย ไปคนเดียวด้วย ที่ไปคนเดียว เพราะไม่มีเพื่อนติ่งด้วย ไปนั่งอยู่คนเดียว กรี๊ดกร๊าดอยู่คนเดียว ก็สนุกดี

ทอมครับ...?

ก็เป็นทอมนั่นแหละ แต่บางคนก็ไม่รู้ เราก็ไม่ได้บอกอะไร เพราะบุคลิกเราก็ไม่ได้เป็นแนวห้าวมากๆ หรือพูดครับ เราก็เป็นตัวของตัวเอง แต่ว่าก็ไม่ได้เป็นสาวอะไร พูดค่ะไปตามปกติ

เรื่องฮาของ แฟนคลับผู้ชาย

เขาคิดว่าแบมเป็นผู้หญิง เคยมีหลายคนมาถาม เวลามาเจอ มาเชียร์แบม เขาบอกว่า ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ คิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง เห็นตอนร้องเพลงครั้งแรกใส่เสื้อลายดอก แต่ชอบไปแล้วจะให้ทำไง ก็เลยชอบต่อ แบมก็เลยคิดว่า ดีจัง (หัวเราะ)

จุดเปลี่ยนของชีวิต

เพิ่งมารู้ตัวเองตอนขึ้น ม.1 เทอมสอง เราได้เห็นสังคมที่มันหลากหลายมากขึ้น จากตอนที่เราอยู่บ้าน ไม่เคยเห็นอะไรใหม่ๆ อยู่กับพ่อแม่ปกติทั่วไป ไม่ได้เป็นลูกคุณหนูหรือว่าอะไรนะ พ่อแม่เขาก็ดูแลเราปกติ แต่พอไปเจอสังคมใหม่ๆ ได้เรียนที่ใหม่ ก็เหมือนเปิดโลกเรา เราก็เริ่มเปลี่ยนตอนนั้นเลย เริ่มห้าวข้ึน แต่ไม่ได้เก๊กอะไรนะ ที่บ้านก็คิดว่าคงเป็นไปตามกระแส แต่พอสังคมเริ่มเปิดกว้าง ไม่ปิดกั้นเหมือนแต่ก่อน บวกกับพอเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ เราก็เป็นของเราแบบนี้

สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนไป

ที่บ้านจะเป็นคนซื้อเสื้อผ้าให้ เราไม่ได้ซื้อเองเพราะเราเด็กอยู่ แล้วเสื้อผ้าที่ซื้อให้ ก็จะเป็นเสื้อแบบเด็กผู้หญิง มีแขนตุ๊กตา (หัวเราะ) แต่พอถึงจุดๆ นึง เราก็เปลี่ยนไป แอบซื้อเสื้อผ้าเอง แล้วที่บ้านก็เริ่มสังเกตว่า ไปซื้อมาจากไหน เพราะว่าเราเป็นเด็ก ได้เงินเป็นอาทิตย์ เราก็บอกไปตามตรง จนเวลาผ่านมาเรื่อยๆ

ต่างคนต่างปรับ

จริงๆ ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้นะคะ ต่างคนต่างปรับเปลี่ยนความคิด แบมคิดว่าเขาไม่คิดอะไรหรอก แต่ก่อนเขาอาจจะกลัว คือเป็นห่วงว่าเราจะออกนอกลู่นอกทางหรือเปล่า หรือไปคบเพื่อนไม่ดีหรือเปล่า ทำให้เราเป็นแบบนี้ แต่ว่าจนถึงตอนนี้ ผ่านมาขนาดนี้ที่บ้านก็เข้าใจ

วิธีคิด...น่าสนใจ

อยากให้เป็นตัวของตัวเอง เรื่องแบบนี้ห้ามพ่อกับแม่ไม่ได้หรอก ว่าเขาจะว่าหรือไม่ว่า เขาอาจจะปิดกั้น แต่ว่าเราต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น ถ้าเรียนไม่ดี ก็พิสูจน์ทางอื่นให้เขาเห็น เรามีแนวทางเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเอาแต่เวลาไปเที่ยว มันก็ไม่ผิดหรอก ที่เขาจะห้ามเรา ทำให้เขาเห็นว่า เราดูแลตัวเองได้แล้วนะ

ความคิดผู้ใหญ่

บางคนที่ผู้ใหญ่เขาไม่ชอบ เพราะเขาไปเจอไม่ดี สมมตินะเป็นแบม แล้วพูดครับๆ ไปเรื่อย มันก็ไม่ควร บางทีอยู่กับผู้ใหญ่ก็ต้องมีสาระนิดนึง แบมก็เคยเจอ มันก็อาจเป็นตัวเขาแหละ แบบห้าวเกินไป ดูเป็นเด็กผู้ชายเกินไป ถ้าโตไปแล้วก็ค่อยว่ากันอีกอย่างนึง ถ้าเป็นเด็ก ก็ควรวางตัวให้เหมาะสมดีกว่า

ช่วงฝากผลงาน

ตอนนี้แบมมีซิงเกิ้ลที่ 2 แล้ว ชื่อเพลง ฉันเป็นของเธอไปแล้ว กว่าจะได้เพลงนี้มาก็แบมเครียดเหมือนกัน เพราะเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ที่แบมอยากทำให้ดีกว่าซิงเกิ้ลแรก พยายามทำให้ทุกอย่างมันดี จนบางทีมีร้องไห้บ้างเหมือนกัน ตอนนั้นนอนไม่หลับเลย แต่ก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ก็ถือว่าดีในขั้นหนึ่ง ตอนนี้ผลตอบรับที่ได้มา ก็ถือว่าโอเคค่ะ ฝากไปชมด้วยนะคะ

พี่แคมปัสได้คุยกับแบมแบม รู้สึกว่าน้องคนนี้น่ารักมากๆ แบมแบมเป็นเด็กที่มีความคิดดี ทำดี และวางตัวเหมาะสม ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน แบมแบมมีแต่ความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาน่ารัก ไม่แปลกเลยสักนิด ที่ทอมสวยคนนี้ จะมีแฟนคลับเป็นผู้ชายที่กลับตัวกลับใจไม่ทัน!!

อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ เรื่องราวดีๆ ยังมีอีกเยอะ คอลัมน์วันนี้ก็เช่นกัน พี่แคมปัสมีแขกรับเชิญคนหนึ่งมาแนะนำ พร้อมกันนี้เราได้พูดคุยสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวของ... 7 ก.ค. 2559 22:02 ไทยรัฐ