วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรกรที่สระแก้ว งง ผ่อนเงินธ.ก.ส.แต่มีหนี้เพิ่มอีกแสนกว่าบาท

เฒ่าวัย 63 ปี ที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ร้องเข้าร่วมแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกับธ.ก.ส.ได้เงินมาทำนา 60,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่นำสัญญากู้มาให้เซ็นใหม่ดันมีหนี้เพิ่มอีก 180,000 บาท ขณะที่ธ.ก.ส.แจงมีหลักฐานและมีทางออกให้

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 59 นายคำนึง หอมละมุล อดีตพลทหาร อายุ 63 ปี หอบเอกสารมาพบกับสื่อมวลชนหลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เมื่อปี 2541 โดยเข้าร่วมโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน โดยได้เงินกู้ในครั้งนั้น จำนวน 60,000 บาท และยอดเงินดังกล่าวได้ถูกโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส.เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2541 โดยมีเงื่อนไขให้ผ่อนชำระเป็นเงิน 5,000 บาท จำนวน 10 ปี ซึ่งตนก็ชำระจนครบแต่กลับพบว่ามีหนี้อีก 180,000 บาท

นายคำนึง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2549 ตนได้นำเงินไปชำระที่ธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวน 177,680 บาท จะเห็นได้ว่าจากวงกู้ซึ่งตนไม่ได้รับเงิน จำนวน 180,000 บาท และไม่เคยเห็นสัญญากู้เลย ไปสอบถามพนักงาน ธ.ก.ส. ก็แจ้งว่าตนเป็นหนี้อยู่ 330,000 บาท ตนได้ยืนยันไปว่าได้กู้เงินนอกระบบไปชำระหนี้ไปแล้วจำนวน 19 ครั้งเป็นเงิน จำนวน 91,640 บาท แต่มีการเรียกตนไปชำระหนี้เงินกู้เพิ่มเติมอีก

นายคำนึง กล่าวอีกว่า ตนยังสงสัยว่าเงินของตนที่ชำระไปกับ ธ.ก.ส.สาขาตาพระยา ไปอยู่ไหน จึงวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยมาตรวจหาความเป็นธรรมให้ตนด้วย ทำให้ตนเป็นผู้เสียหายแทบทนไม่ไหวกินไม่ได้นอนไม่หลับ จึงได้หอบเอกสารหลักฐานต่างๆ มาพบสื่อมวลชนเพื่อให้สำนักงานคณะอนุกรรมการพิจารณาเร่งดำเนินการช่วยเหลือตนด้วย ถ้ามีหลักฐานมายืนยันว่าตนยังเป็นหนี้อยู่ตนก็ยินดีรับใช้ แต่ไม่มีหลักฐานแต่ยังมาทวงหนี้อยู่ก็ให้เยียวยาให้ตนด้วย

นายบุรฉัตร บุญประกอบ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ผู้ร้องได้ร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความช่วยเหลือในการตรวจสอบบัญชีเงินกู้ ทาง ธ.ก.ส.สาขาตาพระยา ก็ได้ทำหนังสือชี้แจงไปว่าลูกค้าได้มาถอนเงินฝากเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2549 จำนวน 180,000 บาท และได้นำไปส่งชำระหนี้สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ 2 สัญญา จำนวนเงินต้น 163,065 บาท ดอกเบี้ย จำนวน 14,703.75 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 177,768.75 บาท ตามใบเสร็จชำระหนี้วันที่ 20 มี.ค.49

ทั้งนี้ต่อมาวันที่ 26 ม.ค.50 ลูกค้านำเงินมาส่งชำระหนี้ตามสัญญา จำนวนเงินต้น 10,000 บาท คงเหลือต้นเงิน 170,000 บาท และชำระหนี้สัญญาอื่นต้นเงิน 30,000 บาท ต่อมาวันที่ 13 มี.ค.51 นำเงินมาชำระอีก 10,000 บาท คงเหลือต้นเงิน 160,000 บาท และชำระหนี้สัญญาอื่นต้นเงิน 50,000 บาท จากนั้นวันที่ ก.พ.53 ชำระหนี้ จำนวน 10,000 บาท ต้นเงินคงเหลือ 140,000 บาท และชำระหนี้สัญญาอื่น 2 สัญญาต้นเงิน 91,300 บาท เมื่อวันที่ 24 ก.พ.54 ชำระหนี้สัญญาอีก จำนวน 10,000 บาท ต้นเงินลดเหลือ 130,000 บาท ต่อมาชำระต้นเงิน 10,000 บาท

โดยเมื่อวันที่ 23 มี.ค.55 ชำระต้นเงิน จำนวน 10,000 บาท ต้นเงินลดเหลือ จำนวน 120,000 บาท และชำระเงินสัญญาอื่น 1 สัญญา ต้นเงิน 100,000 บาท ต่อมาลูกเข้าโครงการพักชำระหนี้ในปี 55 เป็นระยะเวลา 3 ปี เมื่อสิ้นสุดโครงการพักชำระหนี้ในวันที่ 30 ก.ย.58 พนักงานผู้ดูแลเขตได้ไปติดตามเร่งรัดหนี้ลูกค้าก็ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามีหนี้สัญญานี้ อย่างไรก็ตามที่ลูกค้ายังมีเงินค้างชำระอยู่จำนวน 330,000 บาท ทาง ธ.ก.ส.พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือถ้าลูกค้ายอมรับสภาพหนี้ดังกล่าว

นายฤกษ์ไชยวัฒน์ เจียมรักษา ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาตาพระยา กล่าวว่า ตามที่มีข่าวทาง ธ.ก.ส.สาขาตาพระยา ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามไปทำความเข้าใจกับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้วได้ประสานกับนายอำเภอตาพระยาและให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการในวันที่ 20 ก.ค.59 เพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าวต่อไป

เฒ่าวัย 63 ปี ที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ร้องเข้าร่วมแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกับธ.ก.ส.ได้เงินมาทำนา 60,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่นำสัญญากู้มาให้เซ็นใหม่ดันมีหนี้เพิ่มอีก 180,000 บาท ขณะที่ธ.ก.ส.แจงมีหลักฐานและมีทางออกให้ 7 ก.ค. 2559 19:09 ไทยรัฐ