วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยึดที่ดินแม่อรรถวิชช์ ตกเป็นของแผ่นดิน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ที่ดิน หรือทรัพย์สิน 3 รายการ ของ แม่อรรถวิชช์ ตกเป็นของแผ่นดิน ชี้ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือรับโอนมาโดยไม่สุจริต ...

ยึดที่ดินแม่อรรถวิชช์ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค.59 ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ นางภคินี สุวรรณภักดี มารดานายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้คัดค้านที่ 1 น.ส.อรภัค สุวรรณภักดี บุตรสาวผู้คัดค้านที่ 2 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้คัดค้านที่ 3 และนายนัฐพงศ์ สุรรณภักดี บุตรชาย ผู้คัดค้านที่ 4 ตกเป็นของแผ่นดิน

กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือ ปปง. ตรวจสอบพบว่า นางภคินี ขณะเป็นกรรมการให้สินเชื่อชุดบริหารธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้ กลุ่มนายสุเทพ เจริญพรพาณิชกุล ซึ่งมียอดหนี้ค้างชำระ 4,278,000,000 บาท รวม 8 บัญชี เป็นเงิน 5,195,000,000 บาท เป็นการทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 4 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 รายการ หลักทรัพย์บริษัทอินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 333 หุ้น รวมมูลค่าประมาณ 6,765,300 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 แปลง ย่านเขตบางเขน ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนหลักทรัพย์จำนวน 333 หุ้นให้คืนแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ต่อมาผู้คัดค้านทั้ง 4 ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะที่ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคณะกรรมการพิจารณาให้สินเชื่อชุดบริหารของธนาคารมหานครฯ ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้กลุ่มของนายสุเทพ กับพวก โดยไม่มีการวิเคราะห์ฐานะการเงินของกลุ่มลูกหนี้ ทั้งที่มีฐานะไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีการเรียกหลักประกันให้คุ้มหนี้ เป็นการกระทำโดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคาร โดยธนาคารยังไม่ได้รับชำระหนี้คืน เป็นเงิน 4,278,000,000 บาท นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในการให้สินเชื่อแก่กลุ่มบุคคลอื่นในทำนองเดียวกัน

ต่อมามีการดำเนินคดีอาญากับผู้คัดค้านที่ 1 ฐานหลบหนีหมายจับในคดีอาญา ของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อปี 2549 จากการตรวจสอบของ ปปง. พบว่า ผู้คัดค้านที่ 1 มีทรัพย์สินประเภทที่ดินและหลักทรัพย์หลายรายการ ที่ได้มาหลังการกระทำผิดโดยไม่ปรากฏว่ามีเงินเพียงพอที่จะซื้อที่ดิน และไม่ปรากฏหลักฐานการชำระค่าที่ดิน ซึ่งมูลค่าของที่ดิน ไม่สอดคล้องกับฐานะและรายได้ของผู้คัดค้านที่ 1 ในส่วนทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2-4 ซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้คัดค้านที่ 1 และได้รับโอนทรัพย์สินจากผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ปปง. พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคสาม ที่บัญญัติว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บรรดาทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งผู้คัดค้านที่ 2-4 ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต

ผู้คัดค้านทั้ง 4 จึงมีภาระพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่พยานหลักฐานของผู้คัดค้านทั้งสี่ ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักเพียงพอ หักล้างข้อสันนิษฐานได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ที่ดินหรือทรัพย์สิน 3 รายการของผู้คัดค้านทั้ง 4 เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือรับโอนมาโดยไม่สุจริต และมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ที่ดิน หรือทรัพย์สิน 3 รายการ ของ แม่อรรถวิชช์ ตกเป็นของแผ่นดิน ชี้ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือรับโอนมาโดยไม่สุจริต ... 7 ก.ค. 2559 17:27 7 ก.ค. 2559 18:20 ไทยรัฐ