วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โอ๋ ซุปเปอร์กลู วางไมค์ เบนเข็มคุมฟุตซอล ชลบุรีบลูเวฟ

โอ๋ ซุปเปอร์กลู วางไมค์ เบนเข็มคุมฟุตซอล ชลบุรีบลูเวฟ

  • Share:

โอ๋ ซุปเปอร์กลู พักงานเพลง หันคุมทีมฟุตซอล สโมสรชลบุรี บลูเวฟ ช่วยครอบครัว ฝันใหญ่ให้วงการฟุตซอลในไทยบูมกว่าที่เป็นอยู่

โอ๋ ซุปเปอร์กลู หรือ อนุสรณ์ นฤนาทดำรงค์ จากนักร้องที่มีเพลงฮิตติดปากของใครหลายๆ คนอย่างเพลง ถามใจ ที่ห่างห่ายไปจากวงการเพลงนานหลายปี ล่าสุด โอ๋ ซุปเปอร์กลู นักร้องเสียงนุ่ม ได้วางไมค์และกีตาร์ชั่วคราว มารับบทบาทใหม่กับการเป็นที่ปรึกษาประธานสโมสรชลบุรี บลูเวฟ ทีมฟุตซอลชื่อดังของประเทศไทย เพราะอะไร โอ๋ ซุปเปอร์กลู จึงได้ผันตัวเองเข้าไปสู่วงจรกีฬาฟุตซอลได้ วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเขากัน

เลิกร้องเพลงไปคุมทีมฟุตซอล?
ไม่ได้เลิกร้องครับ ยังคงร้องอยู่ แต่งเพลงอยู่ คืออยู่ในวงการเพลงมา 15 ปีแล้วนะ เพลงล่าสุดที่ปล่อยออกมาชื่อเพลงว่า เฉยๆ และ ฉันเลยต้องนอนต่อ ออกมาเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ที่หายๆ ไป ก็ไปช่วยพี่เขยทำทีมฟุตซอล แต่ก็ยังแต่งเพลงเก็บเอาไว้เรื่อยๆ เพราะเป็นคนชอบทำเพลงแบบอิสระ หลังจากที่ออกมาจากค่ายใหญ่ ก็ออกมาทำค่ายเพลงเอง แต่มันก็ไม่ง่ายนะ แต่ด้วยความที่มีใจรักในเพลง ก็เลยทำเอง ปล่อยลงในยูทูบ ยอดคนเข้ามาฟังก็ถือว่าน่าพอใจมากๆ นะ แล้วก็ทำทีมฟุตซอล ชลบุรี บลูเวฟ ไปด้วยระหว่างที่แต่งเพลง แต่เดี๋ยวจะมีเพลงใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังเร็วๆ นี้แน่นอน อดใจรอนิดหน่อย

ห่างหายไปจากการร้องเพลงนานเกือบ 4 ปี แต่เร็วๆ นี้ โอ๋ กำลังจะมีซิงเกิลใหม่มาให้แฟนๆ ได้ฟังกันแล้ว

ส่วนที่มาคุมทีมฟุตซอลนั้น จริงๆ ผมเคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลมาก่อน แต่พอดีย้ายโรงเรียนก็เลยไม่ได้เล่นฟุตบอล หันมาเล่นปิงปองแทน แต่ก็ยังเตะฟุตบอลทุกเย็นที่บ้าน โตมากับการชอบเล่นกีฬา จนได้มาเป็นนักร้องแหละครับ และในปี 2000 พี่ป๋อม (อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ) ซึ่งเป็นพี่เขยของผม เค้ารู้ว่าผมเตะฟุตบอลเป็น และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง เค้าก็เลยชวนผมไปทำฟุตซอลทีมชาติไทย เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม ซึ่งในวันนั้นฟุตซอลยังไม่มีใครรู้จักเลย เราก็ไปช่วย ที่รับทำเพราะมันเป็นโจทย์ที่ท้าทายดี จะทำอย่างไรให้ฟุตซอลเป็นที่รู้จักของคนไทยในวงที่กว้างขึ้น

แต่ตอนแรกยอมรับว่าการทำให้ฟุตซอลเป็นที่รู้จักมันดูไม่มีความหวังอะไรเลยนะ เพราะเราเห็นแต่คนดูฟุตบอล มันจะเกิดจริงเหรอ ผมก็ยังตั้งคำถามกับตัวเอง แต่พี่ป๋อมบอกว่ามันต้องใช้เวลา พออยู่ไปนานๆ เราเริ่มรู้ว่ามันพอมีทางเป็นไปได้แล้ว โดยโครงสร้างของกีฬาชนิดนี้มันเหมาะกับคนไทยมาก ตัวเล็กตัวใหญ่ไม่เกี่ยว เพราะมันมีความสามารถเฉพาะตัว ตัวเล็กก็สามารถเอาชนะคนตัวใหญ่ได้ ก็เลยมองว่ากีฬาชนิดนี้น่าจะสามารถทำให้คนไทยประสบความสำเร็จได้นะ ก็เลยตัดสินใจทำมาเรื่อย เห็นพัฒนาการของกีฬาชนิดนี้ มันมีเพิ่มขึ้นทุกปีนะ

สมัยโอ๋ออกอัลบั้ม

กว่าฟุตซอลจะเริ่มเป็นที่รู้จัก ต้องต่อสู้มาเยอะแค่ไหน?
อย่างแรกก็คือเรื่องสปอนเซอร์เลย ผู้ที่จะมาให้การสนับสนุน ช่วงแรกมันยากมาก ผู้สนับสนุนรายใหญ่ไม่มี ต้องวิ่งหาเงินกันวุ่นวาย แต่ผมไม่ได้เป็นคนหาตรงนี้นะ เป็นพี่ป๋อมมากกว่า แต่ผมเห็นว่าเค้าเหนื่อยมาก เคยมีเหตุการณ์ที่เราจะบินไปแข่งขันกันอยู่แล้ว แต่ยังหาเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกันไม่ได้เลยก็ยังมี (หัวเราะ) ซึ่งในมุมมองของผมนะ ผมมองว่ากีฬาฟุตซอลมันสามารถสร้างคนให้มีคุณภาพได้เยอะนะครับ นักฟุตซอลหลายคนที่เล่นทีมชาติ หรือลีกอาชีพ มาจากแฟลตดินแดง นักกีฬาหลายคนมาจากคลองเตย เพราะสนามบาสถูกเปลี่ยนมาเป็นสนามฟุตซอล พื้นที่เล็กๆ ถูกเอามาทำเป็นสนามฟุตซอล แล้วกีฬานี้เข้าไปถึงชุมชนได้มากขึ้น

ถ้าฟุตซอลได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องและเต็มที่ มันจะสร้างไอดอลขึ้นมา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ในชุมชนเหล่านั้นหันมาเล่นกีฬาแทนการขอเงินพ่อแม่ไปแว้นมอเตอร์ไซค์ได้นะ เพราะที่พวกเค้าทำแบบนี้เป็นเพราะเค้าต้องการการยอมรับ ไม่ทางใดก็ทางนึง ถ้าเค้าหันมาสนใจการเล่นฟุตซอลเพื่อต้องการได้รับการยอมรับ มันก็คงจะดีขึ้น เพราะเค้าจะมีไอดอล เค้าจะเห็นว่าพี่ๆ ที่เค้าเคยเห็นที่ชุมชนทำได้ เค้าก็ต้องทำได้สิ มันยังขาดการนำเสนอ ชักจูงตรงนี้อยู่ ซึ่งเราก็ยังต้องต่อสู้กันไปอีกนาน เพราะผมเป็นคนเรียนหนังสือได้ที่โหล่ ผมเรียนไม่เก่ง แต่ผมมีงานอดิเรก เมื่อไหร่ที่เรามีงานอดิเรก เราจริงจังและจริงใจกับมัน มันก็สำเร็จได้ เพราะเราสามารถเอางานอดิเรกที่เราชอบนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ในวันหนึ่ง วันนี้ผมยืนได้ในสังคมมีคนยอมรับในตัวผม เพราะงานอดิเรกทั้งนั้น คนไม่ได้ยอมรับที่ผมจบปริญญาตรีนะ คนยอมรับที่ผมเป็น โอ๋ ซุปเปอร์กลู ยอมรับที่ผมเป็น โอ๋ ฟุตซอล 2 อย่างนี้จริงๆ แล้วมันงานอดิเรกของผม แล้วผมทำให้มันเป็นงานจริงๆ อยากให้ผู้ปกครองหางานอดิเรกให้เด็กๆ มีงานอดิเรก ยิ่งมีมากยิ่งดี เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะเพิ่มทักษะในชีวิตให้เค้าในอนาคต ฟุตซอลก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเด็กๆ ได้นะ

วันนี้ โอ๋ นั่งแท่นเป็นที่ปรึกษาประธานสโมสรชลบุรี บลูเวฟ

แผนที่จะทำให้ฟุตซอลเริ่มเป็นที่รู้จัก ?
การที่จะทำให้ฟุตซอลเป็นที่รู้จัก พี่ป๋อมบอกว่าจะต้องทำให้มีลีกอาชีพให้ได้ ถ้าไม่มีลีกอาชีพ เราไม่สามารถพัฒนาได้ เพราะว่าช่วงแรกๆ ที่เราไปแข่ง เราเจอยุโรป เราแพ้ยับเป็นสิบๆ ลูก ก็เกิดคำถามว่าทำไมเราสู้เค้าไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าบุคลากร และวิทยาการของเรายังไม่เท่าเค้า เราก็จ้างโค้ชเมืองนอก เราไปแข่งก็ดีขึ้น แต่ยังสู้ไม่ได้ ปัญหาก็คือเราต้องมีลีกอาชีพ แข่งขันเพิ่มทักษะอยู่เสมอ ไม่ใช่ซ้อมแค่เพื่อไปแข่งระดับชาติ พี่ป๋อมก็เลยสร้างลีกอาชีพขึ้นในปี 2004 ซึ่งมันยากมาก ปีแรกมีประมาณ 12 ทีมเอง และรายได้จัดลีกไม่เคยมีกำไรเลย ขาดทุนด้วยซ้ำ เป็นทัวร์นาเมนต์เล็กๆ ไม่มีการถ่ายทอดสด ตอนนั้นคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรามีการแข่งขันฟุตซอล แต่ระยะหลังๆ คนเริ่มนิยมขึ้นมากแล้วนะ เริ่มมีคนมาดูมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนั้นผลงานทีมชาติดีขึ้น คนก็เริ่มหันมามองกีฬาชนิดนี้มากขึ้น ก็จัดมาจนถึงทุกวันนี้ครับ แต่จุดที่ทำให้ฟุตซอลติดตลาดจริงๆ ก็ตอนที่เราไปชิงแชมป์ฟุตซอลโลก แต่เอาจริงๆ นะ การจะทำให้ฟุตซอลที่เป็นยอมรับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องยอมรับว่าฟุตซอลยังเป็นที่รู้จักไม่แพร่หลาย บางประเทศยังไม่รู้จักฟุตซอลเหมือนที่รู้จักฟุตบอลเลย

อยากจะทำให้ฟุตซอลเป็นที่รู้จักของคนไทยในวงกว้างขึ้น

เพราะมีใจรักเลยตัดไม่ขาดจากวงการฟุตซอล?
ผมทำฟุตซอลตั้งแต่ปี 2000 จนถึง 2004 ผมก็เลิกทำ มาทำอัลบั้มที่ 2 ของผมเอง เพราะในระหว่างที่ทำฟุตซอลก็ยังแต่งเพลงเก็บไว้เรื่อยๆ เสร็จจากทำเพลงแล้วก็ไปอยู่เชียงใหม่จนถึง ปี 2009 ทีมชลบุรีไม่ค่อยจะสู้ดีนัก พี่ป๋อมก็ไปตามผมให้มาช่วยทีมอีกครั้ง ซึ่งผมก็รับปากแต่ขอช่วยแค่ปีเดียวนะ คือต้องยอมรับว่าการคุมทีมมันมีความสุข แต่มันก็มีความเครียดด้วย (ยิ้ม) เพราะต้องคุมคนและรักษามาตราฐานไม่ให้ตก เราทำชนะเราเสมอตัว แต่ถ้าทำแพ้เราแย่นะ (ยิ้ม) แต่การคุมทีมชลบุรี บลูเวฟ มันกดดันมากนะ แต่เราก็ทำจนได้แชมป์ในปีนั้น แล้วก็ออกไปเปิดสนามฟุตซอลที่บ้านเชียงใหม่

ทุกวันนี้ทำสนามฟุตซอลที่ข้างบ้านเพื่อให้เด็กๆ ไทยใหญ่ใช้เวลาว่างในการออกกำลังกาย

แล้วในปี 2010 น้องที่สนิทกันชวนให้ไปทำทีมให้ศรีปทุมให้หน่อย เพราะตกดิวิชั่น ผมมองว่ามันท้าทายดีนะ เราเคยทำทีมแชมป์ประเทศไทย ทำทีมชาติ ถ้าทำให้ศรีปทุมกลับขึ้นมาได้ มันจะเป็นงานที่สนุกมาก ก็เลยตกลง ตอนนั้นสนุกมาก ไม่กดดันเลย แพ้ไม่เป็นไร ชนะคือกำไร พอทีมขึ้นชั้นได้ ผมก็ลาออกเลย ก็กลับมาทำสนามฟุตซอลอยู่เหมือนเดิม สอนเด็กๆ ไทยใหญ่แถวบ้าน สอนเด็กด้อยโอกาส ถึงจะไม่ได้เป็นผู้จัดการทีมแล้ว แต่ผมก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาของสโมสรชลบุรี บลูเวฟ อยู่ทำเพราะอยากช่วยทำให้ฟุตซอลมันจุดติด เป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คน

การพาทีมใหญ่ให้ได้แชมป์ มันสนุกและมีความกดดัน แต่การพาทีมตกดิวิชั่นให้กลับขึ้นมา มันก็สนุกและท้าทายไปอีกแบบ

ทิศทางของวงการฟุตซอลตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ทุกวันนี้ฟุตซอลยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ยังไม่ติดลมบนนะ เราเพิ่งเดินมาได้ครึ่งทางเอง ถ้าเทียบกับกีฬาฟุตบอล มันจะติดได้ก็ต่อเมื่อประชาชนคนทั่วไปได้มีโอกาสเห็นเกมของฟุตซอลแท้ๆ มากขึ้น ปัญหาคือว่าตอนนี้เราเปิดช่องไหนก็เห็นแต่ฟุตบอล เปิดมาแทบไม่มีฟุตซอลเลย ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณไทยรัฐทีวีมากๆ ที่ปีนี้เข้ามาทำการถ่ายทอดสด และทำได้ดีมากๆ อุปกรณ์ มุมมองการถ่าย ทำได้ดีมาก มีมุมกล้องหลายมุม ถ่ายเจาะทุกมุม เอากล้องไปซ่อนในประตู ทำให้ฟุตซอลดูน่าดูมากขึ้น แต่ฟุตซอลเป็นกีฬาที่ถ่ายทอดสดแล้วดูไม่สนุกเท่ากับมาดูที่สนาม เพราะสนามมันเล็ก ลูกบอลมันเล็ก เกมมันดูมั่ว แป๊ปๆ ยิงกันแล้ว การที่มันจะบูมได้เหมือนฟุตบอล มันขึ้นอยู่กับคนไทย จะเปิดใจรับฟุตซอลกันมากขึ้น ถ้ามีโอกาสอยากให้มาลองชมเกม รับรองจะชอบ เพราะมันเป็นกีฬาที่ลุ้น ใช้ทักษะ วินาทีต่อวินาทีเลย

ผมอยากให้ฟุตซอลได้รับการยอมรับ วันนี้ผมจึงอยากมาพูดถึงกีฬาฟุตซอลเพราะผมอยากให้มันแพร่หลาย แต่ต้องยอมรับนะว่าในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนหรอกที่ฟุตซอลมันจะดังกว่าฟุตบอล ซึ่งมันเป็นกีฬาคนละประเภทกันอยู่แล้ว ไม่อยากให้เอาไปเปรียบเทียบกัน ผมอยากให้มีคนที่รักในกีฬาฟุตซอลเพิ่มขึ้น อยากให้ทุกคนรู้ว่ากีฬานี้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยไม่น้อย เราก็ควรจะได้รับเกียรติที่จะมีคนมาส่งเสริมเราบ้าง อยากเห็นนักกีฬาฟุตซอลมีเงินเดือนที่จะทำให้เลี้ยงดูครอบครัวได้ ไม่ต้องเทียบเท่านักฟุตบอลหรอก

ฟุตซอลเป็นกีฬาที่ไม่เหมือนกับฟุตบอล มันมีเสน่ห์ต่างกัน

จากนักร้องมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม ความยากง่ายของ 2 อาชีพนี้แตกต่างกันมากแค่ไหน?
ตอนเป็นศิลปินนักร้อง ผมสนุกกับการแต่งเพลง เล่นดนตรี แต่ผมไม่สนุกกับการเอนเตอร์เทนคน ผมเป็นคนชอบคิด ชอบวางแผน ไม่ยอมแพ้อะไร พอได้ไปทำวงการกีฬามันสนุก ท้าทาย ผมรักทั้ง 2 อย่าง แต่มันแตกต่างกัน การเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม หรือจะเป็นผู้จัดการทีม มันต้องแบกรับภาระความกดดัน การที่ลูกทีมเราจะแพ้หรือชนะ มันขึ้นอยู่กับการวางแผนของเราด้วย การได้ร้องเพลงก็เป็นการได้มอบความสุขให้กับคนฟัง มันสุขคนละแบบ แต่ผมรักทั้ง 2 อย่างนี้.

ทีมฟุตซอลชลบุรี บลูเวฟ
งานร้องเพลงก็รัก งานคุมทีมฟุตซอลก็รัก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้