วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุกรุก ก็รื้อสิครับ! สแกน 10 ข้อ รีสอร์ตทับซ้อน เขมือบผืนป่าภูทับเบิก!

อีกหนึ่งประเด็นร้อนแรง ที่มีปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2558 นั่นก็คือ กรณีการบุกรุกป่าภูทับเบิก เพื่อสร้างเป็นที่พักจำนวนมาก ทำลายแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำป่าสัก มีการก่อสร้างแบบไร้ทิศทางจนแออัด ทำให้สภาพแวดล้อมที่เคยสวยงามตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันยาวนาน

ไทยรัฐออนไลน์ ขอพาคุณย้อนกลับไปสแกนดูประเด็นนี้กันอีกครั้ง ว่ากันว่านายทุนเจ้าของรีสอร์ตบางแห่ง (ที่ก่อสร้างที่พักไม่ได้มาตรฐาน แถมยังรุกผืนป่า) ฟันเม็ดเงินที่เกิดจากการท่องเที่ยวภูทับเบิก เป็นหลักล้านต่อปี แต่วันนี้...ได้ฤกษ์จัดระเบียบใหม่ รอขึ้นเขียงรื้อถอนกันแล้วจ้า!

ส่วนจะมีที่ไหนโดนบ้าง? แล้วจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นระเบียบดีขึ้นหรือไม่? มาทำความรู้จัก ภูทับเบิก และไล่เรียงดูปัญหานี้กันดีกว่า...

1. ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,768 เมตร ตั้งอยู่ที่ ต.วังบาล อ.หล่มเก่า มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในหน้าฝนมีทะเลหมอกงดงาม ในหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก ในช่วงเดือน ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมภูทับเบิกล้นหลาม เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้บนยอดภูมีทะเลหมอกหนาตา

2. ในช่วงวันหยุดยาววันปิยมหาราช ปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลแห่ชมทะเลหมอกที่ภูทับเบิกมากที่สุด รีสอร์ต โรงแรมต่างๆ ถูกจองเต็มทุกที่ มีการคาดการณ์ว่าเป็นช่วงที่ จ.เพชรบูรณ์ มีเงินสะพัดนับ 'พันล้านบาท' นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัด ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากเป็นประวัติการณ์

3. ต่อมามีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าว เกิดปัญหารถติด ที่พักแออัด ขยะเกลื่อน พบที่พักไม่ได้มาตรฐาน 62 แห่ง นักท่องเที่ยวอาจได้รับอันตราย อีกทั้งพื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างรีสอร์ตต่างๆ มีการรุกผืนป่าสำคัญ และยังมีคนนอกไปแสวงหาผลประโยชน์ จึงเกิดการประชุมหารือเพื่อจัดระเบียบ 'ภูทับเบิก' ตั้งแต่ปลายปี 2558

4. จากการประชุมของหลายฝ่าย เกิดเป็นแนวทางการแก้ปัญหาในมิติต่างๆ ดังนี้
- หยุดยั้งบุคคลนอกพื้นที่เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่
- จัดระเบียบเพื่อให้ชาวเขาอยู่ในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
- นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายแต่ยังคงความงามของธรรมชาติไว้ดังเดิม
- ส่วนรีสอร์ต 62 แห่งที่อันตราย ต้องถูกตรวจสอบ หากกระทำผิดกฎหมายก็ต้องรื้อถอน

5. ในปี 2558 มีการเปิดเผยรายชื่อรีสอร์ตที่ต้องถูกรื้อถอน 10 แห่ง หลังศาลตัดสินให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ปฏิบัติตาม ทางกรมป่าไม้จึงยื่นขอบังคับคดีให้รื้อถอน เนื่องจากพบว่ายังคงเปิดให้บริการ และมีการต่อเติมพื้นที่ต่อเนื่อง ได้แก่ ไร่เติมรัก ริมธารรีสอร์ต ช้างทอง สมบุญรีสอร์ต กาแฟแม่ล้ำ เอนกาย@ทับเบิก ยูงทอง ทับเบิกวิลเลจ ภูทองคำ และโรงเตี๊ยมภูทับเบิก

6. มาถึงปี 2559 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยกรมป่าไม้ได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ตที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พบว่า มีการก่อสร้างรีสอร์ตและต่อขยายเพิ่มอย่างไม่ถูกต้องอีกหลายแห่ง

7. มาถึงวันที่ 5 ก.ค. 2559 นายกรัฐมนตรีในนามหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 แก้ปัญหา ภูทับเบิก แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก ระบุว่า พื้นที่ป่าภูทับเบิกเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ที่อยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำป่าสัก ถูกบุกรุก ถือครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย

8. มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งก่อสร้าง ย้ายออกจากป่าภูทับเบิกภายในเวลาที่กำหนด พร้อมรื้อถอน ทำลาย เพื่อให้ป่าภูทับเบิกกลับคืนสภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม และให้เจ้าของออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนด้วย

9. หลังจากมีคำสั่งดังกล่าว ผวจ.เพชรบูรณ์ ก็เรียกประชุมทันที โดยกำหนดเป้าหมายการรื้อถอนออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
- กลุ่มที่ถูกศาลพิพากษาตัดสินแล้ว
- กลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ดำเนินคดีและอยู่ระหว่างการสอบสวน
- กลุ่มที่ถูกคณะโยธาธิการและผังเมืองสั่งรื้อจำนวน 50 หลัง เนื่องจากอาคารไม่แข็งแรง - กลุ่มที่ก่อสร้างปิดทางไหลของน้ำและหน้าดิน มีความเสี่ยงพังทลาย และมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ

10. ล่าสุด ผวจ.เพชรบูรณ์ ออกมาชี้แจงว่าจะ 'เริ่มติดประกาศให้รีสอร์ตที่ก่อสร้างรุกผืนป่าภูทับเบิกใน วันที่ 8 ก.ค. 2559 ทั้งที่ศาลตัดสินแล้ว และที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินคดี รวม 46 ราย ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกภายใน 30 วัน หากเจ้าของรีสอร์ตเพิกเฉย เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการรื้อถอน และเรียกค่ารื้อถอนจากเอกชนในภายหลัง

อ่านเพิ่ม : อยากรู้ไหมทำไมคนแห่ไป 'ภูทับเบิก'

อีกหนึ่งประเด็นร้อนแรง ที่มีปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2558 นั่นก็คือ กรณีการบุกรุกป่าภูทับเบิก เพื่อสร้างเป็นที่พักจำนวนมาก ทำลายแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำป่าสัก มีการก่อสร้างแบบไร้ทิศทางจนแออัด ทำให้สภาพแวดล้อมที่เคยสวยงามตาม 7 ก.ค. 2559 15:59 8 ก.ค. 2559 01:37 ไทยรัฐ