วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดประตู "นักธุรกิจการเมือง"

ที่เห็นเป็นรูปธรรมจากการดำเนินการของ สปท.ว่าด้วยการ “ปฏิรูปพรรคการเมือง” ด้วยมติเห็นชอบของ สปท.140 ต่อ 1 อันเป็นรายงานของ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง ซึ่งจะเสนอให้ ครม.รับไปพิจารณา

มี 5 ประเด็นใหญ่ที่เป็นข้อเสนอแถมพ่วงท้ายด้วยการขอ ให้ คสช.แก้ไขคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 57/2557 คือ การให้พรรคการเมืองได้มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายในพรรค เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ให้ดำเนินการหลังจากมีการลงประชามติเรียบร้อยไปแล้ว

ละม้ายคล้าย “คำถามพ่วง” ในการทำประชามติทำนองนั้น

หลักๆของข้อเสนอได้แยกเป็น 5 ประเด็น

1.ปฏิรูปพรรคการเมืองโดยตระหนักว่าพรรคการเมืองคือสถาบันสำคัญที่เคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตย

2.ปฏิรูปสมาชิกพรรคการเมืองโดยทำให้ประชาชนให้ความสำคัญในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง

3.ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารพรรคการเมืองให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค

4.ปฏิรูปพรรคการเมืองให้มีพันธสัญญาประชาคมโดยนโยบายพรรคการเมือง

5.ปฏิรูปการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงานของพรรค การเมืองและการยุบพรรคการเมือง

ถ้าแยกย่อยลงไปในรายละเอียดพอจะจับประเด็นได้ คือให้ประชาชนเป็น “เจ้าของพรรค” ผ่านการสนับสนุนเงินทุน

ในหลักการทั่วไปที่ผ่านมาก็มีข้อกำหนดของพรรคในลักษณะนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีการบริจาค ทว่าแต่ละพรรคต่างก็มีค่าใช้จ่ายมาก จึงเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคที่จะต้องหาเงินเข้าพรรค

สุดท้ายก็เสร็จ “นายทุน” ที่เข้ามาในรูปลักษณ์ “นักธุรกิจ การเมือง”

สมาชิกพรรคและผู้บริจาคให้พรรคสามารถเข้าชื่อ 50 คนเพื่อเสนอการพิจารณาความผิดหรือความบกพร่องด้านคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารและผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อกรรมการบริหารพรรค เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาโทษ

ต้องดำเนินการอย่างเปิดเผย รวดเร็วเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาถึงขั้นขับออกจากพรรคได้

การส่งผู้สมัครแบบ ส.ส.เขตจะต้องให้สมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งเป็นผู้คัดเลือกด้วยวิธีการเลือกตั้งขั้นต้น (PRIMARY VOTE) เพื่อเป็นการคัดกรองและได้รับการยอมรับ จากนั้นก็เสนอให้คณะกรรมการกลางพรรคพิจารณา ต้องแสดงรายการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี และเจตจำนงล่วงหน้า 1 ปี

หากทำได้ก็ถือว่าเป็นการปฏิรูปที่สำคัญ

กรรมการบริหารพรรคต้องประกอบไปด้วยตัวแทนที่ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคจากแต่ละภาค ภาคละไม่น้อยกว่า 5 คน

การนำเสนอนโยบายจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่าและความเสี่ยงรอบด้านไม่สร้างปัญหาต่อระบบการเงิน การคลังของประเทศ

ไม่ใช่นโยบาย “ประชานิยม” ที่มาจากผู้มีอำนาจในพรรคและไม่ต้องรับผิดชอบ

ให้พรรคการเมืองเสนอการใช้งบประมาณของพรรคต่อที่ประชุมใหญ่ ให้สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้และสามารถตรวจสอบได้

ห้ามมิให้ยุบพรรคเว้นแต่พรรคการเมืองที่กระทำความผิดอันเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทำลายความมั่นคงของชาติ

ว่าไปแล้วก็เข้าถึงปัญหาได้ดีแต่ต้องมีบทลงโทษหากฝ่าฝืน.

“สายล่อฟ้า”

7 ก.ค. 2559 10:47 7 ก.ค. 2559 10:47 ไทยรัฐ