วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์อดีตดงพญาไฟ เส้นทางสระบุรี-ลพบุรี

ย้อนเข็มนาฬิกากลับสู่สมัยเส้นทางรถไฟสายแรก จากบางกอกสู่แก่งคอย...สระบุรี ยังไม่ทันลงมือสร้าง ตรงนั้นคือแปลงป่าคลุมพื้นที่ จังหวัดสระบุรี...นครราชสีมา...นครนายก...ปราจีนบุรี

ผืนป่าแห่งนี้ก็คือ “ป่าดงพญาไฟ” มีลักษณะเป็นป่าดงดิบผืนใหญ่ มีภูเขา ลำเนาไพร ธารน้ำหลายสายที่เป็นต้นน้ำของคลองมวกเหล็ก ลำน้ำ สาขาย่อยลุ่มน้ำป่าสัก

บางแห่ง...เป็นน้ำตกสวยงาม บางแห่ง...เป็นป่าทึบสลับซับซ้อนทอดยาวเชื่อมโยงจากป่ามวกเหล็กไปถึงป่าเขาใหญ่ กั้นเขตภาคกลางและภาคอีสาน

เมื่อปี พ.ศ.2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดเชื่อมกรุงเทพฯกับภาคอีสาน และทรงมีรับสั่งถามว่า “ป่านี้มีชื่อว่าอะไร” มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กราบทูลว่าชื่อป่าดงพญาไฟ พระองค์ทรงสนพระทัยมากมีรับสั่งว่า “ป่านี้ชื่อน่ากลัวจริงนะ แล้วตรัสว่าให้เปลี่ยนนามใหม่เพื่อเป็นสิริมงคล ชื่อ...ป่าดงพญาเย็น เพื่อจะได้ร่มเย็นเป็นสุขแก่ผู้คนในวันหน้า”

กระทั่งปี 2499 ถึง 2500 รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้าง “ถนนมิตรภาพ” เริ่มจากสามแยกสระบุรีตัดผ่านป่าดงพญาเย็น คู่ขนานไปกับทางรถไฟในบางตอน ทำให้ผืนป่าดงพญาเย็นในเขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ตัดขาดจากป่าผืนใหญ่ในเขตอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ณ ที่แห่งนั้น เป็นป่าต้นน้ำของลำน้ำหลายสาย กับสัตว์ป่าหลากชนิด กับพันธุ์ไม้หนาทึบหุ้มแผ่นดิน ยามนั้น...“ดงพญาไฟ” ไม่น่าเชื่อว่าคนไม่น้อยเลือกที่จะเข้าไปเสี่ยงตายกับโรคไข้ป่าที่ชุกชุม รุนแรง!

ถึงปฐพีผืนนี้จะลี้ลับ มหัศจรรย์ อันตรายมหันต์ขนาดไหน ก็มิอาจเป็นกำแพงกั้นมนุษย์ผู้เข้าไปคุกคามพันธุ์ไม้มาเป็นสินค้าได้อย่างน่าสาปแช่ง!

สภาพป่าดงพญาไฟจึงค่อยๆล่มสลายกลายเป็น “ดงพญาเย็น”...กระทั่งต่อมาถึงหลงเหลือแค่พื้นที่ป่าสงวนเป็นหย่อมๆ ดีแต่ว่าเมื่อปี 2505 ที่รัฐบาลยุคนั้นมาห้ามทัพกลับตัวได้ทัน ด้วยการประกาศให้ป่าที่เหลืออยู่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร มีสภาพเป็นอุทยานภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ที่คุ้มครองผืนป่าทุกตารางนิ้วและชีวิตสัตว์ป่าทุกชนิด และป่าผืนนี้ก็คือ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ในปัจจุบัน

ผืนป่าดงพญาไฟถึงกาลล่มสลายไปบนพื้นที่ภูเขา รวมถึงที่ราบอีกจำนวนมหาศาล ทว่า แผ่นดินที่กลายสภาพเป็นภูเขาหัวโล้นก็ได้รับการพัฒนา ส่งเสริมในเวลาต่อมาให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน ซึ่งดีกว่าการปล่อยทิ้งร้างไว้เป็นซากแห่งความทรงจำที่ย่ำแย่

ปลุกปั้นให้เป็นแผ่นดินทองเพื่อปลูกพืชไร่ทางการเกษตร สามารถสร้างฐานะทางเศรษฐกิจในผลผลิตที่ได้รับกลับกันมาตามอัตภาพ...ตรงไหนเป็นแปลงป่าซึ่งสามารถหลุดรอดน้ำมือการทำลายได้ ก็มีการใช้กฎหมายเข้าไปควบคุมคุ้มครองไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัส

วันเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงจากวันนั้นถึงวันนี้ น่าสนใจว่า...ผืนป่าเสื่อมโทรมดงพญาไฟหลายแห่งได้กลายเป็นทำเลทองของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อน จนสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวท้องถิ่นผู้ยึดเอาแผ่นดินตรงนั้นเป็นลมหายใจสืบทอดกันมานาน

อรรถพล วรรณกิจ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ที่ดูแลตลาดท่องเที่ยวควบรวมถึงจังหวัดสระบุรี บอกว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังขยายตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเริ่มมี “อุปสงค์” ต่อแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ เพื่อสร้างจุดหมายใหม่ต่อการเดินทางท่องเที่ยว หรืออย่างน้อยก็เดินทางกลับไปซ้ำครั้งยังภูมิภาคเดิม แต่เลือกบริโภคแหล่งใหม่

ททท.สำนักงานลพบุรีจึงได้ประสานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสระบุรีกับลพบุรี คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจะเป็นอุปทานสนองตอบต่ออุปสงค์ของผู้ต้องการนั้นได้

เห็นว่า...บนเส้นทางอดีตดงพญาไฟที่เชื่อมอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ถึงอำเภอท่าหลวง และอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ล้วนมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ยิ่งกว่านั้น...เส้นทางสายนี้ยังเป็นโครงข่ายท่องเที่ยวเชื่อมอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาได้อีกด้วย

ผอ.อรรถพล บอกว่า ประตูท่องเที่ยวด่านแรกซึ่งถูกนำมาใช้ก็คือซากดึกดำบรรพ์ของอดีตดงพญาไฟ ที่หลงเหลือบนพื้นที่ป่ากว่า 25,555 ไร่ และถูกประกาศใช้เป็นวนอุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมาก่อน

ต่อมา...ปรับฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติเจ็ดสาวน้อยเมื่อปี 2546 โดยมีสายน้ำไหลลดหลั่นเป็นน้ำตกติดต่อกันถึง 7 ชั้นเป็นจุดขายสำคัญ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงน่าค้นหา

ดั้งเดิม...น้ำตกเจ็ดสาวน้อยได้ชื่อมาจากหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของน้ำตกชื่อว่า “บ้านเสาน้อย” เมื่อครั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาปลูกป่า สำรวจพบน้ำตกอยู่ใกล้เคียง จึงได้ตั้งชื่อว่า “น้ำตกเสาน้อย” ตามชื่อหมู่บ้าน กระทั่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” เนื่องจากมีน้ำตกจำนวน 7 ชั้น

จุดดึงดูดต่อมาไม่ไกลกันนักอยู่ในเขตตำบลหนองย่างเสือ ดินแดนซึ่งมีเรื่องเล่าว่าที่นี่มีหนองน้ำและเหล่าพรานป่า เคยใช้เป็นสถานที่ย่างเสือเป็นอาหารมาก่อน แต่ปัจจุบันถูกใช้เป็นแปลงขนาดใหญ่จำนวน 130 ไร่ สำหรับปลูกไม้ดอกเบญจมาศหรือ “มัม” ด้วยอยู่ในหุบเขาและเป็นช่องทางลมหนาวเย็นพัดผ่านตลอดปี ทำให้ดอกสามารถเจริญพันธุ์ได้ทั้งปี ส่วนเยื้องออกไปเป็นแปลงองุ่นไร้เมล็ดบนพื้นที่ 130 ไร่ ชื่อ “ภูนวพันธ์”

ที่น่าสนใจคือ ตำบลลำพญากลาง ซึ่งห่างไปเล็กน้อย ถิ่นนี้มีการเลี้ยงโคนมพันธุ์นิวซีแลนด์อยู่ตามครัวเรือนแห่งละ 10 ตัวถึง 50 ตัว ...รวม 3 ตำบลใกล้เคียงกันมากถึง 50,000 ตัว

เฉพาะที่ลำพญากลางสามารถรีดนมเช้า...บ่ายได้มากถึงวันละ 500 ตัน เพื่อป้อนศูนย์แปรรูปที่มีอยู่ 7 แห่งภายในชุมชนแล้วป้อนออกสู่ตลาดเป็นนมสดกับไอศกรีมนมสดชื่อดัง

ลำพญากลางจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตจริง กับแสวงหาประสบการณ์จริง ด้วยการฝึกรีดนมจากโคแม่พันธุ์ตามรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

จุดที่จะนำมาเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวคือบ้านซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี แหล่งรวบรวมภาชนะวัตถุโบราณ กับเป็นแหล่งเจริญพันธุ์ต้นจำปีป่าอายุกว่า 200 ปี ที่ให้ดอกประจำทุกปีและมีหนึ่งเดียวในโลก ที่น่าสนใจคือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามว่า “จำปีสิรินธร”

มุ่งหน้าสู่จุดสุดท้าย...หลุมขุดค้นซากมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์อายุประมาณ 3,000 ปี ภายในวัดโป่งมะนาว ต.ห้วยขุนราม อ.พัฒนานิคม มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบ้านเชียง อ.หนองหาร จ.อุดรธานี

โดยมีหลุมขุดค้นอยู่ถึง 10 หลุม และหนึ่งหลุมมีซากกระทิงป่าฝังกลบอยู่ จึงทำให้น่าเชื่อต่อไปอีกว่าอดีตป่าดงพญาไฟแห่งนี้ มนุษย์กับสัตว์ป่าเคยผูกพันอยู่ร่วมกันมาแต่ยาวนาน...อย่างไม่น่าเชื่อ?

ดาราชัย ศิลปรัตน์ กรรมการผู้จัดการมีลา การ์เด้น รีสอร์ท กลางป่าลำพญากลาง เสริมว่า ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวถิ่นนี้มีพร้อมในทุกๆด้าน โดยเฉพาะถนนรองรับที่เชื่อมทั้งจากด้านมวกเหล็ก ปากช่อง และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มขี่จักรยาน หรือท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ

“การสูญเสียผืนป่าดงพญาไฟมิใช่การสูญเปล่าทางธรรมชาติ หากแต่ได้รับมรดกทางการท่องเที่ยวเข้ามาทดแทน...เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องรู้คุณค่าในการเก็บรักษาให้เกิดความยั่งยืน”.

ย้อนเข็มนาฬิกากลับสู่สมัยเส้นทางรถไฟสายแรก จากบางกอกสู่แก่งคอย...สระบุรี ยังไม่ทันลงมือสร้าง ตรงนั้นคือแปลงป่าคลุมพื้นที่ จังหวัดสระบุรี...นครราชสีมา...นครนายก...ปราจีนบุรี 7 ก.ค. 2559 10:34 7 ก.ค. 2559 10:34 ไทยรัฐ