วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปล่อยตัวแล้ว 7 นศ. ขอสู้รณรงค์ต่อ

บิ๊กป้อมทบทวนตีตรวน ‘ณัฐวุฒิ’เมินคำท้า‘บิ๊กตู่’

“บิ๊กป้อม” จ่อเรียกกรมราชทัณฑ์ทบทวนระเบียบตีตรวนนักศึกษาผู้ต้องหาขัดคำสั่ง คสช. “ไก่อู” แจงวุ่นเจ้าหน้าที่ไม่เจตนาละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไล่กลุ่มเอ็นดีเอ็มกลับไปเล่าเรียน ญาติพร้อมแนวร่วมคึกแห่รับ 7 นักศึกษา ปชต.ใหม่พ้นคุก ฮึดสู้ต่อรณรงค์เอา-ไม่เอา “ประยุทธ์” ปลุก 7 ส.ค. เลือกประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ตร.อายัดตัว “กรกช” ส่งฟ้องคดีส่องหาโกงราชภักดิ์ ศาลทหารให้ประกันตั้งเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ-ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง “ณัฐวุฒิ” เมิน “บิ๊กตู่”ท้าล้มประชามติ ชี้ไม่มีเหตุผลคนมือเปล่าจะรับคำท้าคนถือปืน “นิพิฏฐ์” เตือนกติกาไม่เป็นธรรม ระวังแนวร่วมตีกลับเดือนสุดท้าย คสช.ส่งสัญญาณปราม “ทักษิณ” งดจัดเบิร์ธเดย์ที่ฮ่องกง ลูกพรรคปรับแผนอวยพรผ่านไลน์ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ไฟเขียว “สุดารัตน์” เดินเกมปูทางถือธงนำเพื่อไทย

จากกรณีที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ระบุว่าการที่พนักงานสอบสวนนำ 7 นักศึกษาต้องโทษขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำกิจกรรมรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เข้ายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลทหาร โดยมีการใส่โซ่ตรวนที่ข้อเท้าเป็นการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนระเบียบการตีตรวนของกรมราชทัณฑ์ เพื่อความเหมาะสม

“บิ๊กป้อม” จ่อทบทวนตีตรวน นศ.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การใส่โซ่ตรวนกลุ่มนักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวหลังทำกิจกรรมทางการเมืองว่า ตนก็เห็นอยู่ ถึงแม้ว่าจะเป็นระเบียบของกรมราชทัณฑ์ก็ต้องให้กรมราชทัณฑ์พิจารณาดูว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งไม่ได้ว่าใคร แต่ต้องดูภาพรวมทั้งหมด และคิดว่าต้องมีการคุยกันในเรื่องนี้ ส่วนที่มีคนมองว่าเพราะเป็นรัฐบาลยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่าไปคิดแบบนั้น ไม่ว่าจะยุคไหน กรมราชทัณฑ์ต้องดำเนินการแบบนี้ตามระเบียบ แต่จากนี้จะมีการหารือกันว่าอาจจะต้องมีการปรับระเบียบบ้างหรือไม่ เมื่อถามว่าจะอะลุ้มอล่วยให้กลุ่มนักศึกษาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถามล่วงหน้า เรื่องนี้ต้องคิดก่อน ไม่อยากพูดล่วงหน้าเดี๋ยวจะไปผิดกับใครอีก และเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานดูแล

ขอนักการเมืองอดใจรอหลัง 7 ส.ค.

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่มนักศึกษาขยายตัวทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยต่างๆ มากขึ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็มีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงทุกอย่างให้เกิดความชัดเจนอยู่แล้ว ตนไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงอะไร เพราะอีกไม่นานจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและเดินหน้าตามโรดแม็ปขอให้นักศึกษาทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้น้องๆ หลานๆ ช่วยกันดูแลประเทศ ต่อไปประเทศนี้ไม่ได้อยู่ที่ตนแล้ว ตอนนี้ที่ทำเพื่อดูแลให้เกิดความสงบและให้ประเทศมีความมั่นคง ไม่อยากให้เกิดความ ขัดแย้งตีกัน เพื่อให้เยาวชนที่เติบโตขึ้นมาช่วยกันดูแลต่อไป ส่วนการดูแลสถานการณ์ช่วงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มั่นใจว่ายังมีผู้ที่คิดต่าง ไม่ว่าจะนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่เห็นต่าง ตลอดจนผู้สูญเสียอำนาจ ขอให้รอก่อนเพราะอีกไม่นานก็วันที่ 7 ส.ค. เป็นวันทำประชามติ เพื่อเดินหน้าต่อไปให้เข้าสู่การเลือกตั้ง

ชี้ จนท.ไม่มีเจตนาละเมิดสิทธิ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่สวมโซ่ตรวนนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ว่า การพิจารณาว่าจะต้องพันธนาการ ผู้กระทำผิดด้วยวิธีการใดเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่จะดูตามความเหมาะสม เชื่อว่าไม่ได้มีเจตนาจงใจจะละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตนอยากให้สติและแนะนำนักศึกษากลุ่มนี้ว่า ให้กลับไปศึกษาเล่าเรียนหาความรู้เพื่อมาพัฒนาประเทศ ชาติในอนาคต และขอให้ปฏิบัติตามกฎกติกาของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด เลิกพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนกฎหมายและต้องตระหนักว่าทุกคนมีคดีความผิดติดตัว หากกระทำผิดซ้ำอีกคงไม่ใช่วิสัยของปัญญาชนที่พึงกระทำ

“นิพิฏฐ์” ติง นศ.อย่าตายประชดป่าช้า

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวกลุ่มนักศึกษาทั้ง 13 คนว่า เป็นเรื่องดีจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น ศาลคงพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่น่ามีเจตนาหลบหนีคดี กรณีนี้เป็นการต่อสู้เชิงความคิดความเชื่อ ไม่จำเป็นต้องทำผิดกฎหมายก็ได้ เช่น การแสดงออกในสื่อโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊ก ที่ผู้นำมวลชนทั้งสองฝ่ายทำอยู่หรือการรณรงค์ในสิทธิ์ที่ไม่ละเมิดผู้อื่น กกต.ยืนยันแล้วว่าการรณรงค์ไม่ผิดกฎหมาย หรือการทำกิจกรรมแค่ 4 คน ไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่อยากให้แสดงกิจกรรมในลักษณะตายประชดป่าช้า เมื่อได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถ้ากลับมาเคลื่อนไหวเข้าลักษณะความผิดกฎหมายอีกก็อาจถูกจับอีก และอาจมีโทษหนักขึ้น อยู่ที่การพิจารณาของศาล ที่สำคัญขึ้นอยู่กับการกระทำของแต่ละบุคคล

ญาติ–แนวร่วมคึกรับ 7 นศ.พ้นคุก

ขณะที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 06.00 น.นายปกรณ์ อารีกุล แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) พร้อมนักวิชาการ เพื่อนฝูง ญาติมิตร ตลอดจนแนวร่วมกว่า 50 คน เดินทางมารอรับ 7 นักศึกษาและนักกิจกรรมเอ็นดีเอ็มที่ได้รับอิสรภาพ หลังศาลทหารมีคำสั่งยกคำร้องฝากขัง ผัดที่ 2 ของพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี โดยไม่มีเงื่อนไขในคดีแจกใบปลิวรณรงค์ประชามติ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษนำรถ 2 คัน มาจอดบังป้ายเรือนจำ พร้อมนำแผงรั้วเหล็กมากั้น เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพการทำกิจกรรมต้อนรับแกนนำเอ็นดีเอ็ม

ตร.อายัด “กรกช” คดีส่องโกงราชภักดิ์

เวลา 08.30 น. ผู้คุมเรือนจำพิเศษอนุญาตให้แกนนำเอ็นดีเอ็มเดินออกจากเรือนจำ แต่ทันทีที่พ้นประตูคุก ทั้งหมดกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด เนื่อง จากออกมาเพียง 6 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายนันทพงศ์ ปานมาศ นายอนันต์ โลเกตุ นายธีรยุทธ นาขนานรำ นายยุทธนา ดาศรี นายสมสกุล ทองสุกใส ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ประกาศกับมวลชนที่มารอรับทันที ว่า นายกรกช แสงเย็นพันธ์ 1 ในผู้ต้องหาคดีนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.รถไฟธนบุรี นำหมายจับมาขออายัดตัว เดินทางไปขึ้นศาลทหาร ฐานขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 จากการขึ้นรถไฟไปทำกิจกรรมส่องแสงหากลโกง ที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.58 จึงจะยังไม่แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ขอเดินทางไปเยี่ยม และให้กำลังใจนายกรกชที่ศาลทหาร

6 นศ.ฮึดรณรงค์เลือก ปชต. หรือเผด็จการ

จากนั้น 6 ผู้ต้องหาคดีรณรงค์ประชามติออกมารวมตัวที่บริเวณป้ายเรือนจำพิเศษฝั่งติดถนนงามวงศ์วาน เพื่อเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน นายรังสิมันต์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า เอ็นดีเอ็มยังคงต้องสู้ต่อ ไม่ใช่แค่เพื่ออิสรภาพของเราและเพื่อน แต่ของคนไทยทุกคน วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องโหวตรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ แต่คือการเอา-ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันที่ 7 ส.ค.เป็นการเลือกระหว่างประชาธิปไตย-เผด็จการ เราจะไม่หยุดเพราะนั่นคือการยอม จะเดินหน้ารณรงค์โหวตโนต่อ เวลาเหลือน้อย ทำได้แค่ ให้ข้อมูลประชาชนตัดสินใจ ไม่ได้ไปบังคับใคร คสช.อยากจะรณรงค์ให้ข้อมูลด้านดีของร่าง รธน. ก็ทำไป เราก็ทำของเรา ไม่ควรจะมาห้ามมากดดันกัน

ลั่นถูกจับอีกจะกลับเข้าคุกไม่ยื่นประกัน

ด้านนายนันทพงษ์กล่าวว่า 12 วันในเรือนจำ พิสูจน์ให้สังคมโลกเห็นแล้วว่า คนไทยถูกปิดกั้นสิทธิขั้นพื้นฐาน 7 ส.ค. จึงขอชวนให้คนไทยไปร่วมกันล้มเผด็จการ พวกตนจะออกมารณรงค์ต่อ จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ถ้าจับตั้งข้อหาเดิมซ้ำก็ไม่หวั่น จะไม่ยื่นประกัน แล้วกลับเข้าไปอยู่ในคุก เพราะถ้าอยู่ข้างนอกแบบนี้ เหมือนติดคุกทั้งเป็น

ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาคดีประชามติ พร้อมผู้มาให้กำลังใจ ร่วมกันตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ” และ “โหวตโน คือสิทธิ์ไม่ผิดกฎหมาย” ทันใดนั้นมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ขับผ่านมาบนถนนงามวงศ์วานด้วยความเร็ว ตะโกนด่าทอกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างหยาบคาย แนวร่วมเอ็นดีเอ็ม เตรียมหันไปสวนกลับ แต่นายรังสิมันต์รีบห้ามปรามขอไว้ให้เหตุผลว่า เป็นธรรมดาที่สังคมย่อมมีคนเห็นต่าง จากนั้นทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไป

ศาลให้ประกัน “กรกช” แบบมีเงื่อนไข

ที่ศาลทหารกรุงเทพ หลังจากพนักงานสอบสวนสน.รถไฟธนบุรี ไปรับตัวนายกรกช ไปที่ สน.รถไฟธนบุรี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งสอบสวนเพิ่มเติมและพิมพ์มือก่อนจะนำตัวนายกรกชพร้อมสำนวนคดีส่งให้อัยการศาลทหารสั่งฟ้องต่อศาลทหารเพื่อเป็นจำเลยในคดี โดยทนายความได้ยื่นประกันตัวนายกรกช จำนวนเงิน 1 หมื่นบาท ต่อมาตุลาการทหารได้นั่งบัลลังก์ พิจารณาให้ประกันตัวในชั้นศาล โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยให้ปล่อยตัวในเวลา 16.30 น.

เพื่อนเฮรอรับหน้าเรือนจำ

จากนั้นเวลา 20.00 น. ผู้คุมเรือนจำปล่อยตัวนายกรกชเป็นอิสระ หลังชวดไม่ได้ออกจากคุกพร้อมเพื่อนในช่วงเช้า เพราะถูกอายัดตัวไปขึ้นศาลทหารในคดีอุทยานราชภักดิ์ แต่ได้รับการประกันตัว โดยมีนายรังสิมันต์ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะ สังคมวิทยาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเพื่อนฝูง นำดอกกุหลาบมาต้อนรับอย่างชื่นมื่น โดยเจ้าตัวยืนยันจะเคลื่อนไหวรณรงค์โหวตโนร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับเพื่อนต่อ

“ปลอด” ชี้แต้มสูสีกระตุ้นไปใช้สิทธิ

วันเดียวกัน นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่าเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน จะถึงวันที่เราจะต้องไปลงประชามติ แต่ข้อมูลที่ชวนตกใจก็คือ อาจจะมีคนไปลงคะแนนครั้งนี้กันน้อยนิด จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนไปลงคะแนนกันเยอะๆ เพราะเป็นสิทธิที่จะเลือกกติกาการปกครองประเทศชาติของเรา รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องยืนยันว่าอำนาจสูงสุดต้องเป็นของปวงชนชาวไทย จะต้องปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และสร้างรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลมั่นคงและมีประสิทธิภาพ แต่น่าเสียใจที่ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ใครจะเห็นเป็นเช่นไรก็เป็นสิทธิ ที่สำคัญต้องไปออกเสียง อย่านอนหลับทับสิทธ์ิเป็นอันขาด ขณะนี้เขาว่าคะแนนมันคู่คี่ดู๋ดี๋

“ณัฐวุฒิ” โต้มือเปล่าไม่รับท้าคนถือปืน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่าการปิดพีซทีวีเป็นเรื่องของ กสทช. ผู้ลุแก่อำนาจย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบในการกระทำที่น่าละอาย แต่คำสั่งให้ปิดจนพ้นวันลงประชามตินั้นละเมิดอำนาจศาลปกครองหรือไม่ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่เวลานี้สาเหตุคือ กลัวจะสูญเสียอำนาจ เพราะไม่เคยมีสถานการณ์ไหนอ่อนไหวต่ออำนาจของ คสช.เท่าผลการลงประชามติ จึงใช้อำนาจทุกวิธีการเพื่อรักษาเสถียรภาพ ที่นายกฯท้า นปช.ว่า ถ้ากล้าให้ออกมาเคลื่อนไหวนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนมือเปล่าจะรับคำท้าคนถือปืน ถ้านายกฯกล้าออกมารณรงค์ให้รับร่างเหมือนที่นายกฯอังกฤษแสดงจุดยืน ตนจะออกมาเคลื่อนไหวไม่รับร่าง ถ้าแพ้ตนจะชวนประธาน นปช.ออกจาก นปช. แต่ถ้านายกฯแพ้จะกล้าตัดสินใจแบบนายกฯอังกฤษหรือไม่ หลายคนบอกว่ามีการปิดกั้นทุกช่องทาง ถ้าผลออกมาตรงข้ามกับผู้มีอำนาจถือว่าปาฏิหาริย์ แต่ไม่มีปาฏิหาริย์ใดจะยิ่งใหญ่และสง่างามเท่าปาฏิหาริย์ที่สร้างโดยอำนาจและพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชน

“วิรัตน์” ห่วง กกต.แจงเนื้อหาไม่ทัน

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กังวลวิชามารช่วงก่อนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เห็นด้วยเพราะวิชามารไปเร็วกว่าคนตามแก้ ทั้งการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญหลายประเด็น ต้องถามว่ารัฐบาลทราบข้อมูลแล้วจะแก้ไขอย่างไร เป็นห่วง กกต.จัดทำเอกสารชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญล่าช้าเหลือแค่ 30 วัน ห่วงว่าจะชี้แจงไม่ทัน แม้ กกต.จะมีอาสาสมัครร่วม 70,000 คน ไปชี้แจงแบบเคาะประตูบ้าน ต่อให้ มีครู ก.-ครู ฮ. ก็ไม่พอและไม่น่าจะทันกับเวลาที่เหลือ

“นิพิฏฐ์” เตือนแนวร่วมตีกลับโค้งท้าย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย สนับสนุนการทำงานของ กกต.ในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมา กกต.และหน่วยงานรัฐต่างบ่ายเบี่ยงเกี่ยงกันเป็นเจ้าภาพ จะทำให้ทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทำงานจริงจังชัดเจนขึ้น มีเจ้าภาพรับผิดชอบ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่อย่างไร ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่ตัวร่างรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ฐานความคิดความเชื่อของประชาชนในสังคมไทย และความเชื่อสุดโต่งของ 2 ฝ่าย ที่ขึ้นอยู่กับผู้นำ 3 ฝ่ายคือ 1. ผู้นำฝ่ายไม่รับ 2. ผู้นำฝ่ายรับ และ 3. ฝ่าย คสช. หรือรัฐบาล จึงขึ้นอยู่กับว่าผู้นำฝ่ายใดจะจับมือร่วมกัน เพราะการเมืองคือสงครามที่ไม่เสียเลือดเสียเนื้อ จะแพ้หรือชนะอยู่ที่จำนวนคนที่จะเดินตามหลังผู้นำ ฝ่ายใดมีคนเดินตามมากกว่าฝ่ายนั้นชนะ แต่ขอให้ระมัดระวังว่าหากกติกาไม่เป็นธรรม แม้ประชามติจะผ่าน อาจเกิดการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ อาจเกิดปัญหาในอนาคตได้ จึงเตือนมาตลอดว่าควรสร้างกติกาที่เป็นธรรม ให้ทุกฝ่ายยอมรับในรัฐธรรมนูญและผลประชามติที่จะออกมา หากกติกาไม่เป็นธรรม แนวร่วมอาจตีกลับในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการทำประชามติได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

“องอาจ” กระตุกผู้นำเลี่ยงปะทะคารม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ท้าทายกันจากทั้งฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายเห็นต่าง มองว่าไม่น่าเกิดประโยชน์ต่อบริหารราชการไปในทางที่ดีขึ้น ทางที่ดีที่สุดวันนี้คือหากมีใครทำผิดกฎหมาย ผู้มีอำนาจรักษากฎหมาย ต้องทำตามครรลอง มากกว่าตอบโต้ท้าทายไปมาโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ถ้าหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซึ่งกันและกันกับกลุ่มคนในสังคมได้น่าจะดี เป็นโยชน์ต่อประเทศมากกว่า

“รังสิมา” ว้าก “อนุสรณ์” จุ้นข้ามพรรค

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาจี้ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดง จุดยืนรับ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดว่านายอนุสรณ์มายุ่งอะไรด้วย พรรคเพื่อไทยทำอะไร ไม่เคยตรงกับประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เพราะสมองเขากลับด้านมองขาวกลับเป็นดำ ส่วนตัวจึงไม่เดือดร้อน ยังไม่เห็นด้วยให้เลือกตั้งเร็ว อยากให้นายกฯทำอะไรให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลย ไม่ใช่เลือกมาแล้วได้ประชาธิปไตยจอมปลอมแล้วมาต่อสู้กันบนถนนตีกันอีก

“สุเทพ” ชม กรธ.ปั้นการเมืองยุคใหม่

เมื่อเวลา 16.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เขียนชัดเจนในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ ว่าเรื่องใดที่รัฐทำได้และทำไม่ได้ที่ตนชอบใจมากที่สุดคือ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ที่ระบุได้ชัดเจน อาทิ รัฐต้องให้ประชาชนได้รับบริการ สาธารณสุขขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของรัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้ ต้องรักษาวินัยทางการเงินการคลังโดยเคร่งครัด ต้องป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนและการศึกษาฟรี 12 ปี ตนขอขอบคุณ กรธ.ที่เขียนรัฐธรรมนูญนี้ ให้ประชาชนทำหน้าที่เจ้าของประเทศสร้างการเมืองยุคใหม่ ให้คนที่จะมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลตระหนักว่า เขามีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน

“พรเพชร” หนุนปลดล็อกพรรคการเมือง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะของสภาขับ เคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขอให้ คสช.แก้ไขคำสั่งเพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมภายในพรรคได้ หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ระหว่างนี้ต้องเป็นไปตามที่คสช.ต้องการคือ ให้มีความสงบก่อนจะลงประชามติ ขณะนี้พรรคการเมืองไม่ต้องทำอะไร ส่วนหลังการประชามติพรรคการเมืองจะทำกิจกรรมได้หรือไม่ ต้องเสนอให้ คสช. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จะต้องดูสถานการณ์หลังจากนั้นประกอบ หากหลังประชามติเป็นไปด้วยความราบรื่น คิดว่าสามารถปลดล็อกให้พรรค การเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้

กรธ.ปูดกองทัพมดกระจายบิดเบือน

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.พบมีผู้แอบแจกเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.เชียงใหม่ ถึงแม้ผู้แจกเอกสารดังกล่าวจะหลบหนีไปก่อน แต่ กรธ.ได้เก็บหลักฐานไว้หมดแล้วทุกชิ้น จำนวน 100 กว่าเล่มพิมพ์สี่สี แสดงให้เห็นว่า ต้องมีกระบวนการจัดตั้ง เรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ มีทั้งค่าใช้จ่ายลงทุนชัดเจน เชื่อว่ามีทุนหนาคอยสนับสนุนแน่นอน กรธ.กังวลว่า เราเป็นฝ่ายตั้งรับ ไม่ได้มีอะไรไปบิดเบือน แต่ฝ่ายที่ต้องการทำลายล้าง มีเหตุปัจจัย ไม่รู้มีสินจ้างรางวัล หรือการให้คำมั่นสัญญาทางการเมืองอะไรหรือไม่ จากนี้ไปจะหารือกันภายใน กรธ. ถ้าเราเห็นร่วมกันว่าหนักหนามาก ต้องแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบว่า มีกลุ่มแอบใช้ วิชามารเพิ่มเติม ปล่อยข่าวลือบิดเบือนเนื้อหาร่าง โดยใช้กองทัพมด บอกปากต่อปาก ถึงเนื้อถึงตัวสร้างกระแสในชุมชน หมู่บ้าน เพื่อเลี่ยงกฎหมาย

ร้องถอนประกาศ กกต.ปิดปาก ปชช.

เวลา 10.00 น.นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) พร้อมตัวแทนสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และนักวิชาการด้านสิทธิมุษยชน รวม 13 คน เดินทางมายื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลปกครองสูงสุดขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการแสดงความคิดเห็น ในการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 พร้อมขอให้ศาลไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยให้สั่งระงับการใช้ ประกาศ กกต.ดังกล่าว และระงับการออกอากาศรายการ “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ” ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ขณะนี้ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา นายจอนกล่าวว่า ประกาศดังกล่าวละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ส่งผลให้ประชาชนขาดข้อมูล ไตร่ตรองว่าจะลงประชามติอย่างไร นอกจากนี้เนื้อหาของประกาศยังไปไกลเกินกว่าที่ พ.ร.บ.ประชามติกำหนด เช่น ห้ามจำหน่ายเสื้อ ห้ามจัดเวทีพูดคุยเรื่องร่างรัฐธรรมนูญหากไม่รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษา ฯลฯ กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตกลับไม่ทำหน้าที่ แต่ไปปิดปากจำกัดสิทธิของประชาชนที่เห็นแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญ และยังทำผิดหน้าที่จัดให้มีรายการที่นำ กรธ.มาเสนอด้านดีของร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนสนับสนุนให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ

“สมชัย” โต้ไอลอว์เข้าใจผิด

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งแถลงว่า ประกาศดังกล่าว กกต.ออกตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มีเนื้อหาสาระล้อตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไอลอว์ร้องต่อศาลว่าประกาศ กกต.ฉบับนี้ในข้อ 5 (5) ที่ระบุว่า การชักชวนให้ใส่เสื้อ ติดป้าย เข็มกลัด ธง ริบบิ้น หรือเครื่องหมายที่แสดงสัญลักษณ์ความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือการขาย การแจกจ่ายสิ่งของในลักษณะรณรงค์ทั่วไปเพื่อนำไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง ถือเป็นข้อห้ามนั้น ถ้าอ่านโดยละเอียด การขาย แจกจ่าย ไม่เป็นความผิด เว้นแต่มีเจตนาปลุกระดมทางการเมือง ที่ผ่านมามีพฤติกรรมทำนองนี้ แต่ กกต.ยังไม่เห็นว่าเข้าข่ายปลุกระดม ไอลอว์คงเข้าใจผิด ส่วนรายการ 7 สิงหาประชามติร่วมใจ ยืนยันว่าเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นอย่างเป็นกลางและเท่าเทียม

พท.ปรับแผนไลน์เบิร์ธเดย์ “ทักษิณ”

อีกเรื่อง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายก รัฐมนตรี ยกเลิกการจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ฮ่องกง ในวันที่ 26 ก.ค.นั้น วันเดียวกัน นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้บรรดาอดีต ส.ส.ทุกคนเตรียมตัวจะไปยกเลิกการเดินทางทั้งหมด ทั้งการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก เนื่องจากเป็นความประสงค์ของนายทักษิณ ที่ไม่ ต้องการให้เรื่องนี้ถูกจับไปโยงเป็นประเด็นทางการเมือง ทุกคนก็ทำตามนั้น ไม่อยากให้เอิกเกริก ส่วนตัวเสียดายอยู่บ้าง แต่คงเปลี่ยนจากไปร่วมงานฉลองไปเป็นอวยพรทางไลน์หรือทางโทรศัพท์แทน ซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคงเป็นการอวยพรส่วนตัว ไม่มีการรวมตัวกันแล้วสไกป์ไปอวยพร

คสช.ส่งสัญญาณขออย่าจัดงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการที่นายทักษิณจำเป็นต้องงดจัดงานทั้งที่มีการเตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่นั้น เนื่องจากมีการปรามจาก คสช.ว่าไม่อยากให้มีการจัดงานในลักษณะการชุมนุมทางการเมือง ในภาวการณ์ที่บ้านเมืองไม่ปกติ และขอร้องว่าอย่าจัด เพราะอาจจะทำให้บรรยากาศบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย

เผย “หญิงหน่อย” ได้ไฟเขียวถือธงนำ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า จากกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาเคลื่อนไหวในทางการเมือง ให้นักการเมืองจากพรรคต่างๆ มีการพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกของประเทศ โดยมีกระแสข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้ไฟเขียวจากบ้านจันทร์ส่องหล้านั้น รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า เป็นสัญญาณจากบ้านจันทร์ส่องหล้าโดยตรง แต่ไม่ได้เป็นสัญญาณจากคนแดนไกล ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ได้พบปะเจรจากับผู้มีอำนาจแล้ว ได้รับการตอบรับว่าสามารถคุยกันได้ แต่อย่าทำผิดกฎหมายเท่านั้น โดยวัตถุ ประสงค์ในการพูดคุยคือพยายามจะขอให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น และให้พรรคเพื่อไทยมีที่ยืน ส่วนกรณีที่หากคุณหญิงสุดารัตน์เดินเกมประนีประนอมดังกล่าวสำเร็จ อาจได้ตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะขณะนี้ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ผู้มีอำนาจจะยอมรับได้ สำหรับกลุ่มก๊วนในพรรคเพื่อไทย เช่น กลุ่มของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และบรรดาอดีต ส.ส.ที่อาจจะไม่ยอมรับนั้น ขณะนี้มีการเคลียร์กันมาเป็นระยะๆแล้ว

“บิ๊กตู่” ต้อนรับนายกฯ สปป.ลาวม่วนซื่น

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ทำพิธีต้อนรับนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อแนะนำตัว โดย พล.อ.ประยุทธ์นำนายทองลุนเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นได้หารือข้อราชการทวิภาคีและหารือข้อราชการเต็มคณะ กระทั่งเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนายทองลุน เป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราช–อาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่ง สปป.ลาว จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกฯ สปป.ลาว

จับเข่าคุยปูทางถก ครม.ไทย–ลาวรอบ 3

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ สปป.ลาวนำคณะผู้แทนระดับรัฐมนตรีจาก 13 กระทรวงสำคัญมาหารือกับฝ่ายไทย จะเป็นการปูทางความร่วมมือระหว่างกัน ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (JC) ไทย-ลาว ครั้งที่ 21 และการประชุมร่วมนายกฯและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (JCR) ไทย-ลาว ครั้งที่ 3 ที่ฝ่ายลาวจะเป็นเจ้าภาพ โดย พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย-ลาวก้าวหน้าในทุกด้าน พร้อมชื่นชมนโยบาย “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ของลาว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้ไทย และสนับสนุนความเชื่อมโยงด้านพลังงานกับลาว รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานและการบริหารจัดการน้ำไทย-ลาว โดยเห็นพ้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขงอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการสร้างจุดเชื่อมโยงในภูมิภาค และเห็นว่าควรมียุทธ– ศาสตร์ร่วมกัน เน้นการสร้างความเชื่อมโยงทั้งทางถนน รถไฟ เครื่องบิน เพื่อเชื่อมกับประเทศอื่นทั้งในและอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์เชื่อมั่นว่าลาวจะมีบทบาทที่เข้มแข็งในฐานะประธานอาเซียนนำพาสมาชิกอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมอย่างแท้จริง

งัด ม.44 เร่งยึดคืนที่ ส.ป.ก.ผิด ก.ม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายว่า ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ก่อนหน้านี้ยังอยู่ แต่ที่ต้องใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งในครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน หลังจากมีคำสั่งนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปิดประกาศพื้นที่เป้าหมาย ผู้ครอบครองจะต้องเอาหลักฐานมาแสดง ถ้าไม่สามารถแสดงได้จะถูกยึด ส่วนการเอาผิดผู้ครอบครองผิดกฎหมาย เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องไปสอบสวนกันต่างหาก ทั้งคนซื้อ เจ้าหน้าที่กระทำผิด ต้องตรวจสอบต่อไป แต่ตอนนี้ต้องเอาพื้นที่กลับมาก่อนและให้รีบจัดสรรให้คนยากคนจน

“ฉัตรชัย” เดินหน้าลุยตีกรอบ 129 วัน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯได้สั่งให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เดินหน้าตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 36/2559 ดำเนินการแก้ไขปัญหามีกรอบระยะเวลา 129 วัน กระทรวงเกษตรฯได้สั่งการให้ ส.ป.ก.ดำเนินการตามขั้นตอน มีแผนที่แนบท้ายโดยแยกเป็นรายจังหวัด รายแปลงอย่างชัดเจน และส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปปิดประกาศทั้ง 25 จังหวัดตามขั้นตอน โดยจะปิดประกาศภายใน 7 วัน และตรวจสอบหลักฐานภายใน 30 วัน เมื่อตรวจสอบพบว่าหลักฐานถูกต้องตามกฎหมาย ส.ป.ก.จะยุติเรื่อง แต่หากไม่ถูกกฎหมายจะดำเนินการยึดคืนที่ดินตามขั้นตอนต่อไป

จ่อฟันเรียบรุกป่าภูทับเบิก

ที่ศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการเพื่อกำหนดมาตรการดำเนินการตามคำสั่งคสช. เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิกโดยนายบัณฑิตย์กล่าวว่า กำหนดเป้าหมายดำเนินการ 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่ถูกศาลตัดสินแล้ว 2.กลุ่มที่ถูกดำเนินคดีและอยู่ระหว่างการสอบสวน 3.กลุ่มที่ถูกสั่งรื้อ และ 4.กลุ่มที่สร้างในพื้นที่ปิดกั้นทางน้ำมีความเสี่ยงพังทลายและมีผลกระทบระบบนิเวศ โดยมอบหมายให้นายกฤษณ์ คงเมือง รอง ผวจ.เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันไหน แต่น่าจะเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

“บิ๊กป้อม” ทวงทูตยูเครนส่งรถถังช้า

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหมกล่าวถึง กรณีนายอันดรีย์ เบชตา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยเข้าพบ จะหารือเรื่องรถถังที-84 Oplot จากประเทศยูเครน ที่ส่งมอบให้กองทัพบกไทยไม่ครบหรือไม่ ว่าจะสอบถามเรื่องนี้ด้วย ยูเครนยังส่งรถถังดังกล่าวที่เหลือให้เราไม่ได้ เพราะประเทศเขาเกิดปัญหา จึงต้องนำรถถังที่ผลิตเองไปใช้งานก่อน ต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพัก และคงมีเรื่องอื่นด้วยทราบว่าทางยูเครนอยากจะมาลงทุนสร้างยานเกราะล้อยางในไทย เมื่อถามว่ามีการนำเรื่องงบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมมาเปรียบเทียบกับงบฯกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่เท่าเทียมกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการได้งบฯมากกว่ากระทรวงกลาโหม และงบฯกลางมหาศาลก็ใช้เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง กระทรวงกลาโหมได้งบฯมาไม่เท่าไหร่ การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทุกอย่างทำเพื่อให้ประชาชน เราต้องการทำให้ประเทศมั่นคง ไม่ได้นำเงินไปใช้แบบสะเปะสะปะ

พท.หวั่นซื้อเรือดำน้ำซ้ำรอยจีที 200

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมซื้อเรือดำน้ำจากจีนว่า สังคมเห็นเจตนาชัดเจนของรัฐบาล คสช.มาตั้งแต่ต้นในความพยายามจะซื้อเรือดำน้ำให้ได้ จึงมีคำถามว่า 1.สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ผู้คนลำบากจะนำเงินไปใช้พัฒนาการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการคนสูงอายุดีกว่าหรือไม่ 2.มีข้อท้วงติงว่าท้องทะเลไทยน้ำตื้นถูกตรวจจับได้ง่าย ได้ศึกษาครบถ้วนรอบด้านหรือไม่ 3.ข้ออ้างภัยคุกคามทางทะเลไม่ปรากฏชัด เพราะเราเข้าสู่ AEC มีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านเป็นมิตรกับมหาอำนาจทุกประเทศ 4.การตัดสินใจเรื่องสำคัญและใช้งบประมาณมากขนาดนี้ ควรรอรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาตัดสินใจดีกว่าหรือไม่ 5.ถ้างบฯของกระทรวงกลาโหมเหลือเฟือ จัดสรรเป็นเงินสวัสดิการดูแลทหารชั้นผู้น้อย กำลังพลของกองทัพหรือสวัสดิการทหารผ่านศึก จะได้ประโยชน์มากกว่าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้คัดค้านการซื้อเรือดำน้ำ แต่ไม่อยากให้กองทัพและรัฐบาลผลีผลามใจเร็วด่วนได้แล้วไม่เกิดประโยชน์สูงสุด เหมือนเรือเหาะ รถหุ้มเกราะยูเครน หรือจีที 200

ป.ป.ช.ตั้งเป้าเคลียร์คดีทุจริตใน 2 ปี

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.เป็นประธานการประชุมทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (2560-2564) โดย พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 3 เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมต่อต้านทุจริตทุกรูปแบบ ที่ผ่านมามีเรื่องทุจริตมายัง ป.ป.ช.กว่า 1 หมื่นเรื่อง แต่จัดการได้ 200 กว่าเรื่องเท่านั้น หากยังเป็นเช่นนี้ ป.ป.ช.จะเป็นองค์กรที่ล้มเหลว จึงต้องเร่งพัฒนากระบวนการทำงาน ยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 3 จะมุ่งเน้นปราบปรามทุจริตตั้งแต่ต้นทางคือตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง ข้าราชการ หากดำเนินการจนค่าซีพีไอมากกว่าร้อยละ 50 จะพลิกโฉมประเทศไทยเรื่องการปราบทุจริต ป.ป.ช.ตั้งเป้าว่า ปี 2560 จะพิจารณาคดีให้ได้ 500 คดี และจะเร่งพิจารณาคดีต่างๆที่เหลือให้เสร็จใน 2 ปี

เคาะถอนฟ้องสลาย พธม.สัปดาห์หน้า

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พธม. ว่า คณะทำงานพิจารณาเรื่องดังกล่าวที่มีตนเป็นประธานได้ข้อสรุปแล้ว และส่งเรื่องไปให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ทราบแล้ว เพื่อเตรียมบรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ต่อไป คาดว่าคงไม่ทันในสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นสัปดาห์หน้ามากกว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ แต่เมื่อไปรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาลงมติต่อไป

แจงเด้งเลขาฯ ป.ป.ส.ไม่เกี่ยวโกง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 34/2559 โยกย้ายนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีว่า เป็นการย้ายเพื่อความเหมาะสม ผู้ถูกย้ายไม่ได้มีความผิดหรือถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริต เพราะยังมีเงินเดือนประจำตำแหน่ง และอื่นๆตามปกติ รวมถึงเป็นช่วงที่นายณรงค์ใกล้จะเกษียณอายุราชการแล้ว นอกเหนือความเหมาะสมแล้ว ยังเพื่อแก้ไขปัญหาบางประการที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ด้วย แต่ไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นดุลพินิจของหัวหน้า คสช.

เลือก “เรวัต” คัมแบ็กว่าไปตาม ก.ม.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสรรหา ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเลือกนายเรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งให้ สนช.พิจารณา หลังจากที่ประชุม สนช.เคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบมาแล้วว่า ถือเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหาฯ เหตุผลที่เลือกไม่มีการอภิปราย เพราะเป็นการใช้ดุลพินิจของกรรมการสรรหาฯแต่ละคน ที่ต้องลงมติโหวตเลือกถึง 30 รอบ เพราะได้คะแนนยากกว่าจะได้ถึง 4 เสียง เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ สนช.เคยมีมติไม่เลือกนายเรวัตมาแล้ว แต่เหตุใดยังเลือกกลับมาอีก นายพรเพชรตอบว่า คณะกรรมการสรรหาฯว่าไปตามกฎหมาย เมื่อสมัครเข้ามาก็พิจารณาตามคุณสมบัติว่าผู้ใดเหมาะสม เป็นหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย

“ขวัญชัย” ดอดมอบตัวหลังหนีหมายจับ

เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อำนวย จุลโนนยาง ผบ.มทบ.24 และ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี นำตัวนายขวัญชัย สาราคำหรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เข้ามอบตัวที่ศาลจังหวัดอุดรธานี หลังหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทำร้ายร่างกายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.อุดรธานี เมื่อปี 2551 ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ต่อมาวันที่ 28 มิ.ย.ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาลับหลัง ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับนายประกัน 5 แสนบาท โดยนายขวัญชัยเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า “ไปนั่งวิปัสสนามา เพื่อทำจิตใจให้สงบ และเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด ยอมรับกับผลที่เกิดขึ้นเลยกลับมาเพราะไว้วางใจ พล.ต.อำนวย เพื่อเข้ารับโทษตามคำพิพากษา”

“พีซทีวี” เฮศาลให้ออกอากาศต่อได้

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ศาลปกครองกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการเจ้าของสำนวนได้ออกไต่สวน กรณีบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด โดยนพ.เหวง โตจิราการ ผู้ดำเนินการรายการและผู้ประกาศข่าว ร้องขอให้ศาลพิจารณาการทำละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง ที่ให้พีซทีวีสามารถออกอากาศได้ต่อ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หลังการไต่สวนนานกว่า 3 ชั่วโมง นพ.เหวงเปิดเผยว่า ศาลให้พีซทีวียังคงออกอากาศได้ต่อไป โดยศาลได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 26 พ.ค.59 ที่ยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ในคดีที่พีซทีวีได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีถูก กสทช.เพิกถอนในอนุญาต และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งคำสั่งคุ้มครองนี้ยังคงมีผลอยู่

“บิ๊กป้อม” จ่อเรียกกรมราชทัณฑ์ทบทวนระเบียบตีตรวนนักศึกษาผู้ต้องหาขัดคำสั่ง คสช. “ไก่อู” แจงวุ่นเจ้าหน้าที่ไม่เจตนาละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไล่กลุ่มเอ็นดีเอ็มกลับไปเล่าเรียน ญาติพร้อมแนวร่วมคึกแห่รับ 7 นักศึกษา 7 ก.ค. 2559 08:05 ไทยรัฐ