วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทั่วไทยฝนเพิ่มทั้งสัปดาห์-13 จว.ระวังน้ำท่วม-กทม.มีฝน 70% ตั้งแต่บ่าย

ทั่วไทยฝนตกเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันนี้จนถึงสุดสัปดาห์ 13 จังหวัด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 70% ตกหนักบางแห่ง มีโอกาสเกิดฝนตั้งแต่บ่าย ภาคใต้คลื่นสูงจะกลับมาแรงอีกครั้ง...

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. จากการตรวจสอบระบบพยากรณ์อากาศไทยรัฐทีวี ร่วมกับเดอะเวตเตอร์ คอมพานี พบว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสุดสัปดาห์ บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือตอนบน และประเทศเมียนมา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเกิดจากการเหนี่ยวนำของพายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตักที่เคลื่อนเข้ามาประชิดบริเวณเกาะไต้หวัน จึงดึงให้กระแสลมพัดเข้าสู่ใจกลางพายุ

ล่าสุดสถานการณ์พายุ "เนพาร์ตัก" (NEPARTAK) เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับที่ 5 หรือซูเปอร์ไต้ฝุ่นโดยมีศูนย์กลางในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน และประเทศจีน ศูนย์กลางห่างจากประเทศไทย 2,816 กม. มีความเร็วลมศูนย์กลาง 278 กม./ชม. พายุนี้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 28 กม./ชม. คาดว่าจะมุ่งขึ้นฝั่งของเกาะไต้หวันที่เมืองไทจุง ในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ก.ค.) หลังจากนั้นจะลดความเร็วลมศูนย์กลางลงเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 ในค่ำวันนี้ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงช่องแคบไต้หวัน และเริ่มลดความเร็วลมศูนย์กลางอีกครั้งลงเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 แล้วจะเคลื่อนที่ขึ้นฝั่งประเทศจีนที่เมืองฟูอาน ในเช้าวันที่ 9 ก.ค. ก่อนจะสลายตัวเป็นดีเปรสชันในเช้าวันที่ 10 ก.ค.นี้ ดังนั้นในช่วงวันที่ 7-9 ก.ค. ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย แต่ขณะนี้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 "เนพาร์ตัก" ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนัก และเฝ้าระวังอันตรายที่อาจตามมาจากฝนที่ตกสะสม ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนี้ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้มีประกาศเตือนในพื้นที่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 6 ถึง 7 ก.ค. นี้ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน จะมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดน้อยกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียม พบกลุ่มก้อนเมฆหนาตา และมีเมฆฝนฟ้าคะนองปกคลุมในพื้นที่ดังนี้ ภาคเหนือ : บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง, ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.หนองคาย, ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง: บริเวณ จ. นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี, นครปฐม กรุงเทพมหานครสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม กาญจนบุรี, และราชบุรี, ภาคตะวันออก: กลุ่มเมฆฝนกระจายเป็นแห่งๆ ทั่วทั้งภาค และภาคใต้: ตรวจพบกลุ่มฝนบริเวณ จ. ชุมพร, ระนอง สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต, ตรัง และพัทลุง

ภาพรวมสภาพอากาศทั่วไทย

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โอกาสการเกิดฝนตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส

ทั่วไทยฝนตกเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันนี้จนถึงสุดสัปดาห์ 13 จังหวัด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 70% ตกหนักบางแห่ง มีโอกาสเกิดฝนตั้งแต่บ่าย ภาคใต้คลื่นสูงจะกลับมาแรงอีกครั้ง... 7 ก.ค. 2559 06:28 ไทยรัฐ