วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาคเอกชนแห่ลงทุนงานวิจัย

สวทช.ชี้หักภาษีได้ 300% หนุนสินค้าไทยโต

คลังจับมือกระทรวงวิทย์ฯ ดันโครงการลงทุนอาร์แอนด์ดี หักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า หรือ 300% สวทช.โชว์ผลงานเอกชน 300 บริษัท แห่ลงทุน 3 พันโครงการ มูลค่ากว่าหมื่นล้าน เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด “พิเชฐ” ฟุ้งเอกชนไทยลงทุนงานวิจัยใกล้แตะ 1% ของจีดีพี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า เมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดช่องทางใหม่ให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 300% หรือ 3 เท่า ได้ด้วยตนเอง Self Declaration ซึ่งโครงการนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 โดยได้รับการตอบรับจากบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนเรื่องการวิจัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยให้มากขึ้น กระทรวงการคลังจึงได้ปรับเงื่อนไขโดยให้นำค่าใช้จ่ายการลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (อาร์แอนด์ดี) มาหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ 3 เท่า หรือ 300% จากเดิม 2 เท่า โดยปีที่แล้ว มีบริษัทเอกชนนำเงินมาหักค่าใช้จ่าย 3 เท่า จำนวน 300 โครงการ เป็นเงินลงทุน 1,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้สนับสนุนทางเรื่องเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงต้นมีปริมาณไม่มากนัก โดยในปี 2557 ภาคเอกชนที่ลงทุนทางด้านอาร์แอนด์ดีมีเพียง 0.47% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 0.6% ปี 2559 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.7% และในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.8% โดยมีข้อสังเกตว่า ตั้งแต่รัฐบาลประกาศเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 300% อัตราการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการลงทุนทางด้านอาร์แอนด์ดีประมาณ 1.5% ของจีดีพี แต่ของไทยนั้น เราตั้งเป้าหมายว่าในอีก 1-2 ปี ข้างหน้าการลงทุนด้านนี้จะเพิ่มขึ้นแตะ 1% ของจีดีพี ซึ่งถือเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้ภาคเอกชนไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ที่สูงขึ้น เพราะสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าจนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งแต่ละปี ไทยต้องนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีและต้องจ่าย ลิขสิทธิ์ถึงปีละ 160,000 ล้านบาท และหากในอนาคตไทยสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าขึ้นมาเองได้ ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและค่าลิขสิทธิ์ก็จะลดลง”

สำหรับโครงการ Self Declaration คือ การเพิ่มช่องใหม่ให้ผู้ประกอบการเอกชนที่มีโครงการวิจัยมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท และเคยได้รับการตรวจประเมินขึ้นทะเบียนการวิจัยตามข้อกำหนดจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ปรับมาใช้ระบบการรับรองระบบบริหารวิจัยด้วยตนเอง (Self Declaration) ซึ่งได้รับการประเมินจาก สวทช.หรือหน่วยงานภาครัฐก็จะได้รับสิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษีทันที

“รูปแบบใหม่นี้จะใช้เวลาในการพิจารณาโครงการไม่นานนัก เพราะเอกชนจะเป็นผู้ประเมินตนเอง จากเดิมที่ใช้เวลาในการพิจารณานาน 3-4 เดือน ซึ่งหากมองให้แง่ทางการค้าแล้วจะสู้คู่แข่งไม่ทัน เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ ครม.มีมติเรื่องดังกล่าว มีบริษัทเอกชนสนใจนำร่องโครงการ 5 รายได้แก่บริษัท ศูนย์วิทยาศาสตร์เบทโก จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด บริษัท ไทยโพลิเอทินลีน จำกัด บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ และบริษัท รวมเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด”

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีบริษัทเอกชนไทยที่ลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีประมาณ 300 บริษัท หรือคิดเป็น 3,236 โครงการ มูลค่าประมาณ 11,808 ล้านบาท โดยในแต่ละปีจะมีบริษัทเอกชนลงทุนประมาณ 400-500 โครงการ ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว.

คลังจับมือกระทรวงวิทย์ฯ ดันโครงการลงทุนอาร์แอนด์ดี หักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า หรือ 300% สวทช.โชว์ผลงานเอกชน 300 บริษัท แห่ลงทุน 3 พันโครงการ มูลค่ากว่าหมื่นล้าน 7 ก.ค. 2559 01:33 7 ก.ค. 2559 01:41 ไทยรัฐ