วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองปราบ เจอหลักฐานเด็ดเอี่ยว หญิงไก่ สอดคล้องคำให้การน้องก้อย

กองปราบ เร่งคดีหญิงไก่แอบอ้างเป็นคุณหญิง เข้าข่าย ม.112 หรือไม่ เผยเจอหลักฐานเด็ดเรื่องพาสปอร์ตสอดคล้องคำให้การของน้องก้อย พบ 8 ปีที่ผ่านมา สน.ประชาชื่นทำคดีเกี่ยวข้องหญิงไก่ 9 คดี ด้านทนายเผยผู้เสียหายจะเข้าให้การเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ก.ค. 59 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ณัฐปกรณ์ ปัญญาดี รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. และ พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. ร่วมประชุมเพื่อวางแนวทางในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี หญิงไก่ หรือนางมณตา หยกรัตนกาญ อดีตนายจ้างที่แจ้งความดำเนินคดีกับลูกจ้างในข้อหาลักทรัพย์ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้มีรายงานว่าในที่ประชุม ได้มีการวางแนวทางในการสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีความของหญิงไก่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการให้ดูสำนวนคดีที่เกิดขึ้นของนครบาล ซึ่งขณะนี้พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554-2559 มีคดีความของหญิงไก่ในท้องที่ สน.ประชาชื่น รวมทั้งสิ้น 9 คดี และให้ตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจน

นอกจากนี้ให้ตรวจสอบคดีความที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรณีของน้องก้อย และให้ประสานข้อมูลมายังกองปราบปราม ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ฐิติราช ยังได้มีคำสั่งให้เร่งรัดตรวจสอบกรณีที่ นางมณตา มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นคุณหญิง อีกทั้งให้ตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ ในเรื่องนี้ให้ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะดำเนินการทันที ซึ่งมีรายงานว่าชุดสืบสวนพบว่าหญิงไก่มีพฤติกรรมในการแอบอ้างตัวเป็นคุณหญิง ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย โดยอยู่ระหว่างการติดตามผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำเพื่อเป็นพยาน

ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้สั่งการให้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกองปราบปราม โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ตั้งทีมสืบสวน ตรวจสอบคดีของหญิงไก่เพื่อหาข้อเท็จจริง โดยไม่รวมคดีของน้องก้อย เนื่องจากอยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบปรามแล้ว

ขณะเดียวกันให้ประสานขอสอบปากคำผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์กับกองปราบปราม เพื่อนำมาประกอบสำนวนในการตรวจสอบ อีกทั้งในส่วนของการรื้อคดีของหญิงไก่ในรายอื่นๆ นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าสามารถรื้อคดีได้หรือไม่ มีการติดขัดในข้อกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตามให้ตรวจสอบข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังพบว่ามีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนพฤติกรรมของหญิงไก่ โดยให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเข้าข่ายมีพฤติกรรมการค้ามนุษย์หรือไม่

ทางด้าน นายกมลศักดิ์ ศรีประเสริฐ ทนายความ พร้อม น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย และพ่อแม่ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีการทำงานในฐานะอดีตลูกจ้างของหญิงไก่ ถึงหน้าที่ในขณะที่ทำงานอยู่และเข้าหารือถึงแนวทางการดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ เช่น ข้อหาการค้ามนุษย์ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่าหญิงไก่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายลักษณะการค้ามนุษย์

นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ในคดีนี้พบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 6-7 ราย โดย 1 ในนั้นถูกพาไปทำงานที่ประเทศลาวประมาณ 2 ปี และตรวจสอบพบว่าในขณะที่พาไปทำงานมีอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงยังพบหลักฐานอีกว่า หญิงไก่มีการชักชวนหญิงสาวไปทำงานที่ประเทศฮ่องกง เมียนมา กัมพูชา และลาว ในลักษณะงานปรนนิบัติแขกระดับสูงของบ่อนการพนัน

ทั้งนี้ น.ส.ประภาวรรณ ได้กล่าวผ่านทนายความว่า ขณะทำงานกับหญิงไก่เคยเห็นหนังสือเดินทางของหญิงสาวประมาณ 20 เล่ม อยู่ภายในบ้านพักของหญิงไก่ ก่อนที่หญิงไก่เล่าให้ฟังว่า หนังสือเดินทางทั้งหมดเป็นของหญิงสาวที่เคยทำงานกับตนเอง ซึ่งน้องก้อยยังบอกอีกว่าหนังสือเดินทางหลายเล่มนั้นมีทั้งเล่มสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าบุคคลทั่วไปจะมีหนังสือเดินทางมากมายขนาดนี้หรือไม่

นอกจากนี้ผู้เสียหายได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นว่า มีองค์ประกอบเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ และคดีความผิดอาญาอื่นๆ ที่สามารถดำเนินคดีกับนางมณตาได้อีกหรือไม่ ซึ่งในส่วนของคดีการค้ามนุษย์นั้น ยังมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ต้องร่วมตรวจสอบด้วย

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับพยานที่จะเอาผิดในข้อหาค้ามนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพยานบุคคล และพวกเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนพยานหลักฐานเอกสารอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ที่ผ่านมานางมณตา มักจะกล่าวอ้างถึงบุคคลต่างๆ ว่ารู้จักคนนั้นคนนี้ มักจะบอกกับคนอื่นว่าตนเป็นคุณหญิง ตามที่สื่อมวลชนได้รับทราบดีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการที่คนที่เคยทำงานรับใช้ต้องหมอบกราบ คลานเข้าไปหาลักษณะนี้ ส่วนกรณีนี้จะเข้าข่ายแอบอ้างเบื้องสูงด้วยหรือไม่นั้น คงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.

อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของนางมณตา ที่แอบอ้างตัวเป็นคุณหญิงนั้น ทีมทนายความก็มีหลักฐานในส่วนนี้อยู่ มีทั้งในส่วนของ น.ส.ประภาวรรณ กับมารดา รวมทั้ง น.ส.จันทนา คชคงไทย หรือหนูนา และผู้เสียหายรายอื่นๆ ซึ่งยังไม่อยากจะเปิดเผยตัวอีก 4-5 ราย อย่างไรก็ตามพบข้อมูลหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่า หญิงไก่ไม่ได้ทำงานเพียงคนเดียว อาจจะมีบุคคลระดับสูง อาทิ ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น นายตำรวจยศนายพล และนายทหาร เข้ามาเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือให้เกิดการกระทำผิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค. 59) ทีมทนายจะพาผู้เสียหายจาก จ.พะเยา เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงไก่เพิ่มเติมที่กองบังคับการปราบปราม

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับคลิปวีดิโอที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ในห้องพักของนางมณตา ซึ่งมีภาพนางมณตา หญิงรายหนึ่ง และลูกจ้างชื่อกระปุ๊ก ซึ่งคลิปดังกล่าวเราได้ทำมายืนยันว่ามีกล้องวงจรปิดภายในห้อง เพราะฉะนั้นเอกสารหลักฐานที่จะมายืนยันว่า ขโมย หรือไม่ขโมย นางมณตาก็ควรจะต้องมีกล้องวงจรปิดในห้องเป็นเครื่องยืนยันด้วยเช่นกัน หาก น.ส.ประภาวรรณ เข้าไปในห้องจริง หยิบขโมยของไปจริง ก็ต้องมีภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่ใช่เอาภาพจากทางเดิน จากลิฟต์มาโชว์ มาเป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตามหากนางมณตาปฏิเสธว่ามีการติดกล้องภายหลังเหตุการณ์ ก็ขอให้หาพยานหลักฐานมาให้ได้ เพราะนางมณตาพูดอยู่ตลอดเวลาว่ามีหลักฐานชัดเจน

พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น เปิดเผยว่า ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในคดีของหญิงไก่ ที่มีการแจ้งความไว้มอบให้พนักงานสอบสวน กองปราบปรามทั้งหมดแล้ว โดยมีการประสานข้อมูลร่วมกันตลอด ส่วนกรณีที่ นางสุกัลยา ศิริม่วง อดีตลูกจ้างของหญิงไก่ ที่กล่าวอ้างว่ามีตำรวจ สน.ประชาชื่น เข้าพบนางไก่หลายครั้ง และมีพฤติกรรมข่มขู่ให้รับสารภาพคดีลักทรัพย์นางไก่นั้น ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สืบสวนกองปราบปรามได้เบาะแสสำคัญ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้เข้าไปถ่ายทำและสัมภาษณ์นางมณตา ที่ห้องพัก 3/551 คอนโดบ้านประชานิเวศน์ ซึ่งเป็นห้องพักผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ขณะที่สัมภาษณ์ได้มีการโพสต์ภาพไปยังบริเวณเตียงนอนในห้อง ก็พบหนังสือเดินทางจำนวนกว่า 20 เล่ม วางอยู่บนเตียงภายในห้องพักของหญิงไก่ในลักษณะกระจัดกระจายอยู่

ทั้งนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพเหตุการณ์คลิปดังกล่าว พร้อมหารือเพื่อทำการขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาหลักฐานทางคดีเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์หรือเชื่อมโยงไปถึงเหยื่อที่ถูกส่งไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภาพเหตุการณ์นี้สอดคล้องกับคำให้การของน้องก้อย เหยื่อของอดีตนายจ้าง ว่าขณะระหว่างทำงานเป็นลูกจ้าง เคยพบเห็นหนังสือเดินทางจำนวนมากอยู่ในห้องพักของหญิงไก่.

กองปราบ เร่งคดีหญิงไก่แอบอ้างเป็นคุณหญิง เข้าข่าย ม.112 หรือไม่ เผยเจอหลักฐานเด็ดเรื่องพาสปอร์ต สอดคล้องคำให้การของน้องก้อย พบ 8 ปีที่ผ่านมา สน.ประชาชื่นทำคดีเกี่ยวข้องหญิงไก่ 9 คดี ด้านทนายเผยผู้เสียหายจะเข้าให้การเพิ่มเติม