วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุหลันดั้นเมฆ

ตามคณะเดอะวิสดอม ธนาคารกสิกรไทย ไปเลาะรั้ววังเก่า สัมผัสวิธีการทำขนมไทยโบราณตำรับชาววังที่หาทานได้ยากแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม

ม.ล.ดรุณี จักรพันธุ์ นักจัดการงานในพระองค์ ชำนาญการ สังกัดกองวัง สำนักพระราชวัง และปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาอาหารและขนม โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) เล่าว่า ขนมชาววังต้องใช้ความพิถีพิถันทุกขั้นตอน มีวิธีการทำประดิดประดอย คนสมัยก่อนนิยมส่งลูกหลานที่เป็นผู้หญิงเข้าไปในวัง เพื่อถวายตัวรับใช้เจ้านายตามตำหนัก และฝึกฝนงานฝีมือด้านต่างๆ เช่น งานเย็บปักถักร้อย จัดดอกไม้ ทำอาหาร ซึ่งล้วนแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนไทยสมัยโบราณ

“บุหลันดั้นเมฆ” เป็นขนมไทยชาววังที่เลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่ง ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบทเพลง “บุหลันลอยเลื่อน” หรืออีกชื่อคือ “บุหลันลอยฟ้า” เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ซึ่งมีความเป็นมาว่า หลังจากทรงซอสายฟ้าฟาดอยู่จนดึก ก็เสด็จเข้าบรรทม ทรงพระสุบินว่า เสด็จฯไปสถานที่สวยงามแห่งหนึ่ง ซึ่งพระจันทร์เต็มดวงค่อยๆลอยเลื่อนเข้ามาใกล้ ส่องแสงไปทั่ว พร้อมมีเสียงทิพยดุริยางค์กังวาน พระองค์ทรงตั้งพระทัยสดับเสียงดนตรีอันไพเราะอยู่เป็นเวลานาน จากนั้นดวงจันทร์ก็ค่อยๆลอยเคลื่อนห่างออกไปในท้องฟ้า พร้อมเสียงดนตรีก็ค่อยๆเบาจางห่างหายไป พลันเสด็จตื่นบรรทม สำเนียงดนตรีในพระสุบินยังแว่วกังวานพระโสตอยู่ จึงโปรดให้ตามมหาดเล็กเจ้าพนักงานการดนตรี เข้ามาต่อเพลงในยามราตรีนั้น และพระราชทานนามเพลงว่า “บุหลันลอยเลื่อน”

ขนมบุหลันดั้นเมฆ หรืออาจเรียกได้อีกชื่อว่า “บุหลันดั้นหมอก” จึงทำเลียนแบบเสมือนความงดงามของดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มีลักษณะคล้ายขนมน้ำดอกไม้ โดยคำว่าบุหลัน หมายถึงดวงจันทร์ ลักษณะของตัวขนมจะใช้น้ำดอกอัญชันสีฟ้าครามแทนสีของเมฆในเวลากลางคืน และวางไข่แดงตรงกลางแทนดวงจันทร์

ส่วนผสมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนผสมของแป้ง : แป้งข้าวเจ้า/ แป้งมัน/น้ำดอกอัญชัน / น้ำตาลทราย และ ส่วนผสมของหน้าขนม : ไข่แดงของไข่ไก่ และน้ำตาล สามารถใช้ ทองหยอด วางแทนได้......วิธีทำ 1) เริ่มจากนึ่งถ้วยตะไลในน้ำเดือดประมาณ 10 นาที จนถ้วยร้อนจัด 2) ผสมแป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, น้ำดอกอัญชัน, น้ำตาลทราย เข้าด้วยกันและคนให้ละลาย 3) จากนั้นหยอดส่วนผสมแป้งลงในถ้วยตะไล 4)แล้วนำไปนึ่ง ขนมจะเป็นรอยบุ๋มตรงกลาง รอจนแป้งจับตัวกับขอบถ้วยเล็กน้อย 5)จึงหยอดไข่ไก่ลงไปตรงกลาง แล้วนึ่งต่อให้สุกเป็นเนื้อเดียวกัน หรือในกรณีใช้ทองหยอดแทนไข่ไก่ นึ่งต่อจนทองหยอดดันตัวขึ้นมาเหนือแป้ง นำขึ้นพักไว้จนเย็น ค่อยแซะขนมออกจากถ้วยตะไล.

ตามคณะเดอะวิสดอม ธนาคารกสิกรไทย ไป เลาะรั้ววังเก่า สัมผัสวิธีการทำขนมไทยโบราณตำรับชาววังที่หาทานได้ยากแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม 6 ก.ค. 2559 15:11 ไทยรัฐ