วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนอดีตคุ้ยตำนาน MINI JOHN COOPER WORK

เช้าวันที่ 24 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2000 John Cooper ในวัย 77 ปี เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคประจำตัว ทิ้งผลงานการออกแบบ และสร้างสรรค์รถยนต์ชั้นเยี่ยมในโลกแห่งยนตรกรรม ให้กับ Michael Cooper รับหน้าที่สานต่อเจตนารมณ์ของ บริษัท John Cooper Work ต่อไป นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีส่วนผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในยุคที่การแข่งขันรถยนต์รายการระดับโลกอย่าง Formula 1 เริ่มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องช่วงปี ค.ศ. 1950 วงการแข่งรถความเร็วสูงเริ่มถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาลเข้ามาครอบครอง เพื่อทำการโปรโมตสินค้าของตนเอง เงินจำนวนมากถูกทุ่มไปกับการพัฒนาตัวรถและเครื่องยนต์ จนทำให้ John Cooper หนึ่งในวิศวกรผู้ออกแบบและสร้างรถแข่ง ซึ่งเปิดบริษัทรับทำรถแข่งเล็กๆ และมีเงินทุนหมุนเวียนไม่มาก จึงไม่สามารถที่จะต่อกรกับบริษัทยักษ์เหล่านั้นได้ John Cooper จึงเบนเข็มทางความคิดและธุรกิจการแข่งขันรถยนต์ที่ตัวเองหลงไหลมาทั้งชีวิต โดยหันหลังให้กับวงการ Formula 1 แล้วเปลี่ยนไปเป็นการพัฒนา และสร้างรถยนต์แข่งขันในแบบ Road Car แทน จุดนั้นเองที่ทำให้จิตวิญญาณของรถ Mini John Cooper Work ถือกำเนิดขึ้น

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง อู่ Cooper Car ที่ดำเนินธุรกิจการซ่อมรถยนต์ และประกอบเครื่องยนต์ของรถแข่งพร้อมกับเฟรมตัวถังโดย Charles Cooper ผู้พ่อและ John Cooper บุตรชาย อู่ Cooper เป็นที่รู้จักกันดีในวงการแข่งรถว่า เป็นอู่ที่เชี่ยวชาญชำนาญการเป็นพิเศษในการสร้าง ดัดแปลง ซ่อมแซม และบำรุงรักษารถแข่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น สองพ่อลูกตระกูล Cooper ได้ร่วมอยู่ในกองทัพอังกฤษ ในฐานะช่างซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของกองทัพ เมื่อสงครามสงบ คนในตระกูล Cooper ก็เลยมีอะไหล่ของเครื่องยนต์จำนวนมากที่กองทัพต้องโละทิ้งเนื่องจากหมดความจำเป็นในการใช้งาน

หลังจากนั้นไม่นานนัก รถแข่งแบบที่นั่งเดี่ยวคันแรกในโลกก็ถือกำเนิดขึ้นในอู่ Cooper โดยเริ่มจากเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ ส่งผ่านกำลังด้วยโซ่ไปที่ล้อ รถยนต์ของพวก Cooper นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งเท่านั้น ธุรกิจของพวกเขาก็คือการเอารถออกไปแข่งวันอาทิตย์ เมื่อแข่งชนะก็ขายรถที่ชนะการแข่งออกไปได้ในวันจันทร์ เสร็จแล้วก็นำเอาเงินทุนที่ได้จากการขายรถแข่งคันที่ชนะไปต่อยอดด้วยการสร้างรถคันใหม่ต่อไปทีละคัน เพื่อความอยู่รอด และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก หลังจากคว้าชัยชนะได้บ่อยครั้งในสนามแข่งรถ Cooper จึงนำเครื่องยนต์ของรถแข่งที่ในสมัยนั้นจะวางอยู่ด้านหน้าของคนขับ ด้วยแนวคิดการวางเครื่องยนต์แบบใหม่ที่แปลกแยกไปจากวงการในขณะนั้น John Cooper จึงนำเอาเครื่องยนต์ตัวเดียวกันนี้ไปวางทางด้านหลังแทน และทำการสร้างเฟรมรถแข่งที่มีแท่นเครื่องอยู่ด้านหลัง เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมให้ดียิ่งขึ้นเมื่อขับเข้าสู่ทางโค้งด้วยความเร็วสูง




การวางเครื่องยนต์ของรถแข่งไว้ที่ส่วนท้ายแบบ Real Engine ของสองพ่อลูก Cooper กลับกลายเป็นความนิยมขึ้นมาอย่างทันที การออกแบบเฟรมตัวถังรถแข่งของพวกเขาก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม เมื่อส่งรถคันนั้นลงทำการแข่งขัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รถรุ่น Cooper 500 ก็เริ่มได้รับความสนใจจากนักแข่งคนอื่น Bernie Ecclestone เจ้าของกิจการผู้จัดแข่งฟอร์มูล่าวันคนปัจจุบัน ตอนนั้นยังเป็นนักแข่งอายุน้อยคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าขาประจำของอู่ Cooper ด้วย จากนั้น การวางเครื่องให้อยู่ในตำแหน่งด้านหลังคนขับ กลายเป็นการปฏิวัติวงการรถแข่งครั้งยิ่งใหญ่ และยังคงถูกนำมาใช้กันจนถึงทุกวันนี้ในรถแข่ง Formula 1 เมื่อประสบความสำเร็จกับรถแข่งในระดับ Formula 3 แล้ว ทีม Cooper ก็เริ่มต้นการทะยานขึ้นสู่การแข่งขันรถ Formula 1 เทคโนโลยีรถแข่งที่นั่งเดี่ยว Single-Seaters ของพวกเขาได้รับความเชื่อถือในประสิทธิภาพ และถูกนำไปใช้โดยทีมแข่งรถระดับโลก เช่น Lotus, BRM รวมถึงทีมแข่งอภิมหาอมตะอย่างทีม Ferrari อีกด้วย


ทีม Cooper มาประสบกับปัญหาใหญ่ขึ้น เมื่อรถแข่งที่ขับขี่โดย John Cooper เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนในปี 1963 จนตัวของ John ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ก็รอดมาได้ ต่อมา ในปี 1964 Charles Cooper ผู้พ่อได้สิ้นชีวิตลง ทำให้ John Cooper ต้องเผชิญกับปัญหานานับประการโดยไม่มีพ่อที่เก่งกาจมาคอยช่วยเหลืออีกต่อไป ประกอบกับสถานการณ์ของการแข่งขันรถยนต์รายการระดับโลกอย่าง Formula 1 ในปลายยุค 1950 เริ่มถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาลเข้ามาครอบครองเพื่อโปรโมตสินค้าของตนเอง เงินจำนวนมากถูกทุ่มไปกับการพัฒนาตัวรถและเครื่องยนต์ จนทำให้ John Cooper หนึ่งในวิศวกรผู้ออกแบบและสร้างรถแข่ง รวมถึงลงทำการแข่งด้วยตนเองไม่สามารถที่จะต่อกรกับบริษัทเหล่านี้ได้ ชายที่มีลมหายใจเข้าออกเป็นกลิ่นน้ำมันเบนซินออกเทนสูง จึงเบนเข็มทางความคิด และธุรกิจการแข่งขันรถยนต์ที่ตัวเองหลงใหลมาทั้งชีวิต โดยหันหลังให้กับวงการ Formula 1 ด้วยการขายทีมแข่ง Cooper Formula 1 team ออกไป แล้วเปลี่ยนมาเป็นการพัฒนา และสร้างรถยนต์แข่งขันในแบบ Road Car แทน ณ จุดนั้นเองที่ทำให้จิตวิญญานของรถ Mini John Cooper Work ถือกำเนิดขึ้นในโลกแห่งยนตรกรรม ทุกสิ่งทุกอย่างในวงการ Formula 1 จบลงด้วยสถิติการแข่งเก้าปี 129 เรซ, ครองตำแหน่งชนะเลิศมากถึง 16 ครั้ง

เมื่อ John Cooper ก้าวเท้าเข้าสู่วงการ Road Car เขาได้พยายามชักจูงให้ผู้ที่คิดค้นรถยนต์คันเล็กยี่ห้อ Mini ชื่อ Sir Alec Issigonis ทำการสร้างรถยนต์คันเล็กกะทัดรัดที่มีสมรรถนะสูงเพื่อส่งลงแข่ง แม้แต่ตัวของ Sir Alec เองก็ยังไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้ หลังจากที่ทั้งสองคนได้ช่วยกันสร้างรถ Mini ในปริมาตรความจุของเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันเพื่อทดสอบหาจุดที่ลงตัวสำหรับส่งรถ Mini ลงทำการแข่งขันในรายการแข่งรถทางไกลระดับโลก ช่วงเวลาแห่งความเพียรพยายามก็ตามมาด้วยความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่

รถ Mini Cooper Work เครื่องยนต์ 91 แรงม้าถูกส่งลงทำการแข่งขันในรายการ Rally Monte Carlo สามารถคว้าชัยชนะเหนือรถแข่งของคู่ต่อสู้ทั้งจาก เยอรมนี และ อิตาลี ได้อย่างราบคาบ รถ Mini Cooper Work ขึ้นสู่แท่นสูงสุดของโพเดียมในรายการ Monte Carlo ถึงสี่ครั้งจากปี 1964 ถึงปี 1967 ถึงแม้ว่าในปี 1966 Mini Cooper Work จะถูกตัดสิทธิ์การลงทำการแข่งขันโดย F.I.A หรือสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ เนื่องจากมันใช้ไฟหน้าที่ผิดกติกา แต่ผู้รู้หลายคนในวงการแข่งรถของยุคนั้นก็รู้ดีว่ามันเป็นข้อกล่าวหาที่ตลกสิ้นดี หรืออาจมีทีมแข่งดังๆ ของยุโรปนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันของรถแข่งในทีมแข่งตนเอง ที่กลัวว่าจะเสียหน้าถ้าหากแพ้รถยนต์คันเล็กจิ๋วจากอังกฤษก็อาจมีความเป็นไปได้

ก่อนหน้าที่รถ Mini Cooper Work Monte Carlo Rally 1964 จะได้รับชัยชนะ ช่วงเวลาแห่งอดีตกับความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง Sir Alec Lssigonis และ John Cooper เป็นไปด้วยดี เนื่องจากต่างก็ชื่นชอบในเครื่องยนต์กลไก การออกแบบและสร้างรถยนต์ รวมถึงการแข่งขันที่มีถ้วยรางวัล และชื่อเสียงเป็นผลพลอยได้ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ John cooper มีส่วนร่วมสำคัญในการปรับปรุง และพัฒนารถ Mini ตั้งแต่เริ่มแรก รถเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นในปี 1961 จนถึงปี 1971 ต่อมาผู้บริหารของบริษัท Austin Mini ประสบกับปัญหาด้านเงินทุน จึงตัดสินใจยุติสายการผลิตลง แต่เนื่องจากจำนวนของรถ Mini Cooper ที่มีอยู่อย่างมากมายทั่วโลก ความต้องการอะไหล่และอุปรณ์ตกแต่งยังคงมีอยู่ ทำให้ John Cooper เกิดแนวความคิดที่จะผลิตอุปกรณ์เพิ่มกำลังของเครื่องยนต์เพื่อออกจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่มีความนิยมในตัวรถ Mini สูงมากที่สุดในเอเชีย

หลังจากบริษัท Rover เข้ามาควบรวมกิจการของ Austin ค่ายรถ Rover Group ได้ติดต่อไปยังอู่ Cooper เพื่อให้ออกแบบ และนำอุปกรณ์ปรับแต่งเครื่องยนต์และช่วงล่างเข้ามาขายในอังกฤษ เพื่อนำมันหวนกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดและเพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่รถยนต์คันเล็กจิ๋วรุ่นนี้เคยสร้างไว้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบของทวีปยุโรป จากการมองเห็นช่องทางในการทำตลาดกับรถยนต์ขนาดจิ๋วอีกครั้ง Rover Group จึงนำเอาโครงการรถ Mini ออกมาปัดฝุ่น และผลิตออกจำหน่ายอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1990

ช่วงเวลาถัดจากนั้นในปี ค.ศ. 1996-1999 สถานภาพของ Rover Group ย่ำแย่ลงเนื่องจากขายรถได้จำนวนน้อย เมื่อค่ายรถหรูจากเยอรมนี BMW Group เล็งเห็นถึงประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ของ Mini ในอดีต จึงเข้ามาซื้อกิจการและแบรนด์ Mini ต่อจาก Rover Group สำนักแต่งรถของ John Cooper จึงได้รับมอบงานให้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจทั้งหมดของวิศวกรรมโครงสร้างในตัวรถ Mini อย่างละเอียด ให้กับช่างและวิศวกรของ BMW เพื่อเริ่มต้นโครงการสร้างรถ New Mini ทีมช่างและวิศวกรของค่ายใบพัดสีฟ้าจากเยอรมนีที่เข้ามาดูแลโครงการใหม่นี้ เต็มไปด้วยนักออกแบบหัวก้าวหน้าและทีมวิศวกรจักรกลชั้นเยี่ยมของ BMW แทบทั้งสิ้น คนเยอรมนีเหล่านั้นถูกส่งเข้ามาเพื่อดูแลในเรื่องของช่วงล่างแบบใหม่ และการผลิตอุปกรณ์เสริมแชสซีส์ ก็เป็นหน้าที่ของสำนักแต่ง John Cooper รวมไปถึง Michael Cooper บุตรชายของ John Cooper ก็ถูกขอร้องให้เข้าไปร่วมงานในการสร้างรถ New Mini อีกด้วย

MINI John Cooper Work 2008-2016 

เช้าตรู่ของฤดูใบไม้ร่วงในวันที่ 24 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2000 John Cooper วัย 77 ปี เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคประจำตัว ทิ้งผลงานการออกแบบ และสร้างรถยนต์ชั้นเยี่ยมในโลกแห่งยนตรกรรมให้กับ Michael Cooper รับหน้าที่สานต่อเจตนารมณ์ของบริษัท John Cooper Work ต่อไป ความยิ่งใหญ่ในวงการรถยนต์ของอังกฤษที่ John Cooper ได้ทำไว้ทั้งหมด ทำให้ Michael Cooper ยังคงมีอำนาจในการถือครองบริษัท ถึงแม้บิดาจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ต่อมาในปี 2003 BMW Group เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัท Cooper Work เพื่อผลิตอุปกรณ์ตกแต่งตัวถังและเครื่องยนต์ สำหรับรถ Mini Cooper และ Cooper S ซึ่งลูกค้าที่ซื้อรถ Mini จากบริษัท BMW สามารถเลือกซื้อชุดแต่งได้จากสำนักงานของ Cooper Work ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก หลังจากนั้นบริษัท John Cooper Work ได้ส่งรถยนต์ Mini Cooper Racing เข้าร่วมในการแข่งขัน Nurburgring 24 Hour Race รถ Mini John Cooper Work Racing ที่ลงทำการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นรถแข่งจากสำนัก Cooper Work หลังจากที่มันห่างหายไปจากสนามแข่งนานกว่า 40 ปี. 



อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

1964-2016 จากอดีตสู่ปัจจุบัน ค้นหาประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของรถเล็กพลังสูง MINI JOHN COOPER WORK 6 ก.ค. 2559 14:17 8 ก.ค. 2559 10:24 ไทยรัฐ