วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าทำตัวให้เป็นปัญหา

วามคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปประเทศนั้น เชื่อว่าสูงถึงสูงมากที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะยังมีอีกด้านหนึ่งที่แม้จะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอันจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ถูกทิศถูกทางและเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ด้วย เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะต้องใช้เวลาและความจริงใจจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

รัฐบาลและ คสช.นั้นมีความตั้งใจที่ต้องการให้สำเร็จ

สปท.นี่แหละ...ที่มีภารกิจในการดำเนินการเรื่องนี้โดย คสช. แต่งตั้งขึ้นมาเองกับมือกลับทำท่าว่าจะกลายเป็นอีหรอบเดียวกันกับ สปช.ที่ถูกโละทิ้งไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่รู้จักหน้าที่แถมยังทำเกินหน้าที่เสียอีก

อย่างไรก็ดีเชื่อว่า สปท.ส่วนใหญ่มีความตั้งใจและจริงใจในการทำหน้าที่ เพื่อให้งานในความรับผิดชอบประสบผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

จะมีก็เพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่สร้างปัญหาและนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง จนทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งอย่างที่เห็นๆกันอยู่

การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นอยากสัมผัสว่าเนื้อหาสาระจะออกมาอย่างไร เพื่อเป็นการเริ่มต้นก่อนที่จะนำไปสังเคราะห์ว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี อะไรทำได้หรือทำไม่ได้

ที่สำคัญก็คือจะแก้ไขปัญหาจริงๆได้หรือไม่

สปท.ได้มีมติเห็นชอบตามที่ กมธ.ด้านการเมืองได้ค้นคิดจนสำเร็จรูปออกมาและทำให้สังคมได้รับรู้ว่ามีสาระอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ดี จากนั้นก็ส่งไปให้ คสช. ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปพิจารณาถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่ชัดเจน

การปฏิรูปด้านอื่นๆก็จะต้องเร่งนำเสนอ สปท.เพื่อให้มีมติเช่นเดียวกันและทำให้สังคมได้รับรู้อันแสดงว่ามีเนื้องานที่ชัดเจน

เป็น “ผลงาน” ที่จับต้องได้

การผลักดันจาก สปท.ส่วนใหญ่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้งานเดินหน้าไปได้ มิฉะนั้นจะไปไม่รอดไม่ใช่คิดแต่เพียงว่าเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา เพราะหากไม่เริ่มต้นก็จะไม่เห็นผลที่จะตามมา

หาก สปท.สามารถที่จะนำเสนอผลการปฏิรูปได้ทุกด้านก็จะมองเห็นภาพรวมทั้งหมดว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนจะปรุงแต่งเพิ่มเติมหรือตัดตอนอย่างไรก็จะทำได้ง่ายขึ้น

พูดก็พูดเถอะ...หากยังไม่ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย แต่กลับไปนำเสนอให้พรรคการเมืองหรือทูตประเทศต่างๆ มันคงไม่มีประโยชน์อันใดถือว่าผิดขั้นตอนมากกว่า

ประเด็นเรื่องการปฏิรูป หากทำให้สอดรับคู่ขนานไปกับรัฐธรรมนูญที่จะมีการทำประชามติอีกไม่นานนี้ย่อมเป็นเครื่องค้ำประกันได้อย่างหนึ่งว่าประเทศจะก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยระยะเปลี่ยนผ่านได้มากขึ้น

แน่นอนว่านานาชาติที่เคยกดดันประเทศไทยมาตลอดหลังจาก คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศก็จะได้เข้าใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

หรือแม้แต่นักการเมืองที่พยายามใช้ประเด็นรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้เป็น “เงื่อนไข” เพื่อหวังผลทางการเมืองเช่นกัน

อย่างข้อเสนอที่จะให้ คสช.เปิดประตูให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินงานได้หลังจากการทำประชามติผ่านพ้นไปแล้ว ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศทางการเมืองดีขึ้น

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ก็ยังรับได้ เพียงแต่ทุกฝ่ายจะต้องเห็นพ้องกันว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง“นักการเมือง” นั่นแหละ...ที่จะต้องปรับปรุงตัวเองและ เข้าถึงความเป็นจริงด้วย.

“สายล่อฟ้า”

6 ก.ค. 2559 10:41 ไทยรัฐ